- ทำความรู้จักการเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไปข้ามสถาบัน เสริมทักษะในรูปแบบของ Lifelong Learning โดยได้รับความร่วมมือจาก 12 สถาบันการศึกษา
- ซึ่งบางวิชา มีทั้งการเรียนแบบออนไลน์ ออนไซต์ ขณะที่บางวิชา เป็นการเรียนฟรี คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเรียนในช่วง มิ.ย. 67 นี้
ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน "BETTER THAILAND การปฏิรูปอุดมศึกษา เพื่ออนาคตประเทศไทย" โดยในงานนี้ รศ.ดร.ภก.เนติ สุขสมบูรณ์ รองประธานเครือข่าย GenEd ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ "General Education for All"
รศ.ดร.ภก.เนติ กล่าวว่า การเรียนศึกษาทั่วไปแบบข้ามสถาบัน เป็นหนึ่งในนโยบาย ของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่หลายท่านทราบดีว่าเรามีการปฏิรูปการศึกษา เพราะโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความต้องการของตลาดงานที่แตกต่างไปจากเดิมค่อนข้างมาก ทำให้สกิลต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสกิลต่างๆ เป็นสิ่งที่ทุกท่านคุ้นเคยกันดีอยู่ คือ 21st-Century Skill ซึ่งมีทั้ง Literacies, Competencies และที่สำคัญคือ Character ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราจำเป็นจะต้องมีการเรียนตลอดชีวิต หรือที่เรียกว่า Lifelong Learning ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะมีผลต่อลักษณะของบุคคลซึ่งส่งผลต่อการตอบสนอง การมีปฏิสัมพันธ์ และรวมไปถึงสภาวะแวดล้อมนั่นเอง
...
• รายวิชาศึกษาทั่วไป/GenEd คืออะไร
รศ.ดร.ภก.เนติ กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีรายวิชาศึกษาทั่วไปซึ่งเป็นรายวิชาที่สำคัญมาก เป็นรายวิชาที่สร้างมนุษย์ให้เป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบพร้อมสำหรับโลกในปัจจุบันรวมไปถึงอนาคต เพื่อให้บุคคลใฝ่รู้มีทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน ตระหนักรู้ในศาสตร์ต่างๆ แก้ไข ปัญหาได้ เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง อันมีจริยธรรมยึดมั่น และมีคุณค่าต่อสังคม ซึ่ง definition นี้มาจากประกาศของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องกลับมามองว่า เราจะต้องผลิตรายวิชาต่างๆ ให้สอดคล้อง ที่จะทำให้บัณฑิตเป็นพลเมืองที่สมบูรณ์แบบ จึงเป็นที่มาของ เครือข่ายการศึกษาทั่วไปแห่งประเทศไทย ที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2549
ซึ่งเกือบทุกมหาวิทยาลัยอยู่ในเครือข่ายนี้ มีการแบ่งเครือข่ายกันเป็นภาคส่วนต่างๆ โดยหน้าที่ของเครือข่าย คือ สร้างความเข้าใจเกี่ยวข้องกับปรัชญา แนวคิด และความหมายของการศึกษาทั่วไป ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ทางกระทรวง อว. ได้แนะนำไว้ รวมไปถึงสร้างความร่วมมือ และจัดกิจกรรมทางวิชาการเพื่อที่จะสนับสนุนการบริหารหลักสูตรของคณาจารย์ ของมหาวิทยาลัย และให้ข้อคิดเห็น รวมถึงเพื่อเป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายของ อว. ซึ่งเครือข่ายการศึกษาทั่วไปจะมีตัวแทนของสำนักงานปลัดกระทรวง อว. เข้ามานั่งอยู่ด้วย
• คุณสมบัติและทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21
รศ.ดร.ภก.เนติ ได้พูดถึง คุณสมบัติที่ผู้ใช้บัณฑิตมองหาว่า ภาพนี้เป็นภาพที่หลายท่านคุ้นชินเช่นเดียวกัน มาจาก World Economic Forum เป็นคุณสมบัติที่ผู้ใช้บัณฑิตมองหา หลังจากที่บัณฑิตจบจากสถาบันการศึกษาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสกิลทั้ง 10 สกิล ได้แก่ 1. ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม (Analytical thinking and innovation) 2. ทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และเรียนรู้อย่างมีกลยุทธ์ (Active learning and learning strategies) 3. ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Complex problem-solving) 4. ทักษะการคิดอย่างมีหลักการ (Critical thinking and analysis) 5. ทักษะความคิดสร้างสรรค์และความคิดริเริ่ม (Creativity, originality and initiative) 6. ทักษะการเป็น
ผู้นำและอิทธิพลต่อสังคม (Leadership and social influence) 7. ทักษะการเลือกใช้ ดูแล และควบคุมอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี (Technology use, monitoring and control) 8. ทักษะ
การออกแบบและโปรแกรมชุดคำสั่งสำหรับเทคโนโลยี (Technology design and programming) 9. ทักษะการเปิดรับต่อความเปลี่ยนแปลง การควบคุมอารมณ์ และการฟื้นฟูในภาวะวิกฤติ (Resilience, stress tolerance and flexibility) และ 10. ทักษะในการให้น้ำหนักเหตุผล และการระดมความคิด (Reasoning, problem-solving and ideation)
อีกหนึ่งคำที่มีความหมายเพิ่มขึ้นมานอกจากคำว่า Soft skill คือ คำว่า Transversal Skills หรือ ทักษะที่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่ามีความจำเป็นสำหรับอาชีพหรือสายงานใดสายงานหนึ่ง ประกอบไปด้วยหลายๆ ทักษะ ซึ่งประเด็นปัญหา คือ เราจะสอนอย่างไร เพราะว่าเรื่อง Hard skill เราไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ส่วนของ Soft Skills หรือ Transversal skills ยังเป็นคำถามว่า จะสอนอย่างไร หรือ จะต้องสอนผ่านวิชาอะไรบ้าง ซึ่งตรงนี้เป็นโจทย์ที่สถาบันอุดมศึกษาจะต้องมาขบคิดกัน
• แนวคิดในการลงทะเบียนรายวิชาศึกษาทั่วไปข้ามสถาบัน
การลงทะเบียนข้ามสถาบันสามารถเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากเครือข่าย GenEd ได้รับนโยบายจากท่านรัฐมนตรี และทางกระทรวงมา เพราะในอดีตหมวดวิชาศึกษาทั่วไป เราใช้เกณฑ์มาตรฐาน ของกระทรวง อว. อยู่แล้ว ดังนั้นการที่สามารถเรียนข้ามสถาบันได้ เนื่องจากใช้เกณฑ์เดียวกัน ผลลัพธ์การเรียนรู้สอดคล้องกัน และที่สำคัญเราต้องยอมรับว่าแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นการที่นิสิต นักศึกษาสามารถเรียนข้ามสถาบัน ไปดึงจุดเด่นของแต่ละสถาบันมาได้ และจะเป็นประโยชน์กับประเทศเรา
ที่ผ่านมา อาจจะมีเหตุที่ทำให้การเรียนข้ามสถาบันยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอาจมองเป็นเพียงการสะสมหน่วยกิต การได้เรียนตามเงื่อนไขของหลักสูตรเท่านั้น แต่ปัจจุบัน บริบทของการเรียนรู้มีการเปลี่ยนแปลง โดยหลังจากโควิด ความรู้สามารถมีได้ไม่จำกัด เราสามารถเรียนออนไลน์ได้ ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้การศึกษาข้ามสถาบันเกิดได้ง่ายขึ้น เป็นโอกาสอันดีที่ผู้เรียนเองสามารถเลือกเส้นทางการเรียนรู้ได้ตามความสนใจของผู้เรียน ทำให้นิสิต นักศึกษาฝึกแสวงหาความรู้ได้ตลอดชีวิต ในอดีตจบแค่ปริญญาตรี ปริญญาโท ไม่ต้องเรียนแล้ว แต่การเรียนข้ามสถาบันแบบนี้ จะส่งเสริมทำให้เกิดทักษะในรูปแบบของ Lifelong Learning หรือว่า Continuing Education ได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญแนวคิดนี้จะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากหลายมหาวิทยาลัย
• กลไก 8 ข้อในการสนับสนุนการลงทะเบียนข้ามสถาบัน
รศ.ดร.ภก.เนติ กล่าวว่า ส่วนนี้เองก็สำคัญ คือ การสนับสนุนให้เกิดการลงทะเบียนข้ามสถาบัน โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรายวิชาของสถาบันต่างๆ ซึ่งผู้เรียนเองจะทราบล่วงหน้าว่ารายวิชาใด สามารถรับเทียบได้ สามารถไปลงเรียนได้ โดยเครือข่ายศึกษาทั่วไปจะรับเป็นผู้ประสานงานในการรวบรวมบทเรียนต่างๆ ทั้งฝั่งผู้สอน เช่น คำอธิบายรายวิชา ผลลัพธ์การเรียนรู้ จำนวนหน่วยกิต รูปแบบการเรียน การตัดสินผลต่างๆ รวมไปถึงผู้รับเทียบโอนด้วย จะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราพยายามอำนวยความสะดวกจัดกลุ่มให้ เพื่อให้รู้ล่วงหน้าทั้งฝั่งผู้เรียน และฝั่งหลักสูตร ซึ่งกลไกในการสนับสนุนเหล่านี้ ในฐานะที่เครือข่าย GenEd โดยทางมหาวิทยาลัยมหิดลรับหน้าที่เป็นประธาน และเลขานุการของเครือข่าย ได้มีการระดมสมอง ทางคณะกรรมการก็คิดว่าระบบและกลไกที่สำคัญมีอยู่ 8 ข้อ คือ
1. GE Portal
แสดงรายวิชาที่เข้าร่วมโครงการ รวมไปถึง CLOs PLOs ต่างๆ ให้สถาบันที่สอนชี้แจงออกมา ส่วนสถาบันที่ผู้เรียนสังกัด ก็แสดงรายชื่อ รายวิชาว่ามีรายวิชาใดบ้างที่รับเทียบโอน
2. รายวิชา
นักศึกษาสามารถเข้าไปช็อปปิ้งตามลิสต์ต่างๆ ได้ โดยนักศึกษาจะรู้ล่วงหน้าแล้วว่ามหาวิทยาลัยของเขา หรือว่าหลักสูตรยอมรับรายวิชาใดบ้าง
3. รูปแบบการสอน
รูปแบบการสอนจะมีทั้งออนไลน์, ออนไซต์, ผสมผสาน, Hybrid, HyFlex มีด้วยกันหลายอย่าง แต่ที่เป็น pilot next ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ จะเป็นออนไลน์ก่อน หรือบางคลาสจะเป็นออนไลน์บวกออนไซต์ตามโอกาส ตรงนี้เองสถาบันที่ผู้เรียนสังกัด อาจมีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษหลังจากที่ไปเรียนออนไลน์มาแล้ว อาจมีการทดสอบเพิ่มเติมก็ได้ อันนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก
4. การตัดสินผล
สามารถทำได้ทั้งเป็นแต้มประจำ A, B, C หรืออาจจะเป็นไม่มีแต้มประจำก็ได้ คือ ผ่านหรือไม่ผ่าน (S/U) ตามแต่สถาบันที่สอน ส่วนสถาบันที่ผู้เรียนสังกัดเอง อาจต้องมีการนำมาคิดว่า จะคิดแต้มคำนวณเฉลี่ยสะสมหรือไม่
5. การบันทึกและการส่งผลการเรียน
ช่วงแรกๆ อาจมีการบันทึกและการส่งผลการเรียน ผ่านการให้เกียรติบัตร หลักฐาน หรือว่าส่งเชื่อมต่อ API ระหว่างสถาบัน ซึ่งจะได้คุยในรายละเอียดกันอีกครั้ง
6. การจัดเก็บค่าลงทะเบียนเรียน
ในช่วงแรกอาจจะยังไม่มีการเก็บค่าลงทะเบียนเป็นส่วนใหญ่ บางส่วนอาจจะมีการจัดเก็บเล็กน้อย และสถาบันที่ผู้เรียนสังกัด อาจจะต้องมีการลงทะเบียน หรือไม่มีการลงทะเบียน ซึ่งในปัจจุบันการลงทะเบียนมีทั้งเหมาจ่าย และหน่วยกิต ทั้งนี้ทาง อว. เองได้มีการกันงบประมาณบางส่วนเอาไว้อุดหนุนด้วย
7. ระบบระเบียบหรือกลไก
มีระเบียบรองรับ เช่น การอนุญาตให้นักศึกษาจากสถาบันอื่นลงทะเบียนเรียน การลงทะเบียนรายวิชาข้ามสถาบัน การเทียบโอนหน่วยกิตและมีกรรมการระดับสถาบันพิจารณา
8. ขั้นตอนและการดำเนินงาน
จะมีแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และผู้เรียนเองจะต้องมีการกรอกแบบฟอร์ม และมีการทำหนังสือส่งตัว
• 88 รายวิชานำร่อง จากหลากหลายมหาวิทยาลัย
รศ.ดร.ภก.เนติ กล่าวว่า เราใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน ในการรวบรวมข้อมูลจากทุกมหาวิทยาลัยในประเทศ รวมได้ประมาณ 88 รายวิชา จาก 12 มหาวิทยาลัยที่นำร่อง ไม่ว่าจะเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยทักษิณ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยนครพนม, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยพะเยา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ซึ่งในอนาคตทั้ง 88 รายวิชา จะตอบโจทย์คุณลักษณะของที่กระทรวง อว. ได้ระบุเอาไว้ และแน่นอนว่าแต่ละรายวิชาจะมีธรรมชาติ หรือสิ่งต่างๆ ที่แตกต่างกัน ในฐานะที่เครือข่าย GenEd เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ในการรวบรวมรายวิชา และจะมาปรับเทียบ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปชม demo version ได้ที่ https://gened-x.spread.name/
• ตัวอย่างรายวิชาทั่วไปข้ามสถาบัน
การเรียนข้ามสถาบัน มีรายวิชาต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียง demo version ซึ่งในตัวจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง เป็นรายวิชาต่างๆ ที่นำมา ตัวอย่างเช่น
- รายวิชา GEN211 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระจอมเกล้าธนบุรี ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นการเรียนเป็นแบบออนไลน์เท่านั้น เรียนกี่ชั่วโมง มีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ระบุชัดเจน
- รายวิชา มศว198 กรอบแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการ จะเป็นแบบ hybrid คือ มีการเรียนรู้ด้วยตนเอง (ออนไลน์) และเรียนรู้จากผู้สอน (ออนไซต์) ซึ่งรายวิชานี้จะมีค่าลงทะเบียนเล็กน้อย ในรายละเอียดจะบอกไว้หมดเพื่อให้นักศึกษา หรือว่าผู้รับในการเทียบโอนได้เห็นข้อมูลชัดเจน
- รายวิชา PYGE101 สมุนไพรในชีวิตประจำวัน ของ ม.มหิดล เป็น GE Plus คือ มีทั้งการเรียนออนไลน์ และการเข้าร่วมสัมมนา หรือเวิร์กช็อป
โดยขั้นตอนการดำเนินงานของ GenED หรือว่า General Education for ALL ในการขับเคลื่อน Gen Ed-X โดยเครือข่ายการศึกษาทั่วไปแห่งประเทศไทย ต้องขอบคุณทุกมหาวิทยาลัย ที่ส่งรายวิชาเข้ามา เราเองก็พยายามที่จะรวบรวมข้อมูล เพื่อที่จะประชาสัมพันธ์ไปยังผู้เรียน แล้วเราคิดว่าจะเปิดให้เรียนได้ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้.