แม่น้องปังปอน ยันร้องสื่อ กรณีลูกหกล้มบนชายหาด งานโลกทะเล ที่ชุมพร สำลักน้ำเค็ม จนปอดติดเชื้อ อยู่ ICU ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร นอกจาก สร้างมาตรฐานในการนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
วันที่ 26 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเด็กชายปังปอน วัย 1 ขวบ 5 เดือน ที่พ่อแม่และญาติๆ พากันไปเที่ยวงานโลกทะเล ที่จังหวัดชุมพรและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขึ้นบนชายหาดทุ่งวัวแล่น ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร แล้วไปวิ่งเล่นบนชายหาด ก่อนเสียหลักล้มจนหน้าคว่ำลงไปในแอ่งน้ำบนชายหาด ที่ฝ่ายจัดงานใช้รถแบ็กโฮตักดินขึ้นไปถมทำลานดิน และแนวคันเนินกันคลื่นเป็นแนวยาวกว่า 300 เมตร สำหรับตั้งร้านจำหน่ายอาหาร เวทีกลาง และจัดกิจกรรมการแสดงต่างๆ
หลังเกิดเหตุ ผู้ปกครองจึงได้อุ้มน้องปังปอนขึ้นไปที่เต็นท์พยาบาล และกองอำนวยการซึ่งอยู่จุดเดียวกัน พบว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลเป็นผู้หญิงเพียง 2 คน ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ อยู่บริเวณหน้าเวทีที่กำลังทำพิธีเปิด โดยเจ้าหน้าที่ ทั้ง 2 คน ได้ตรวจดูอาการเด็กเบื้องต้นแล้วบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่ดูดเสมหะในลำคอออกก็จะหาย และบอกให้ผู้ปกครองนำลูกของตนเองไปโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ซึ่งอยู่ใกล้จุดจัดงานประมาณ 15 กิโลเมตร ทั้งที่มีรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่คอยอำนวยความสะดวกจอดอยู่ข้างเต็นท์
ทำให้ผู้ปกครองต้องขับรถกระบะพาลูกชายตนเอง ฝ่าฝูงชนที่เดินบนถนนริมชายหาดจำนวนมาก อีกทั้งบนท้องถนนจากชายหาดทุ่งวัวแล่น ไปโรงพยาบาล โดยใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงโรงพยาบาล ทำให้ลูกชายมีอาการน้ำเค็มท่วมปอด ขั้นโคม่าต้องเข้าห้องไอซียู และใช้เครื่องช่วยหายใจ จนผ่านไป 4 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
...
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 26 มี.ค.67 นางชัญญานุช บ่อคำ แม่ของน้องปังปอน เผยว่า วันนี้หมอบอกว่าลูกตนมีอาการ ติดเชื้อในปอด และปอดอักเสบจากน้ำเค็มที่เข้าไปในปอด หายใจดีขึ้น อาการทั่วไปยังทรงตัว และยังต้องให้ยานอนหลับเพราะถ้าเด็กรู้สึกตัวจะร้องอย่างเดียว และหมอจะให้เข้าเยี่ยมดูลูกได้ช่วงเวลาบ่ายสองของทุกวัน
นางชัญญานุช เล่าอีกว่า เมื่อวานมีนักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่จากจังหวัดชุมพร นำกระเช้าของรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มาเยี่ยมให้กำลังใจ และบอกว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดยังติดภารกิจสำคัญ อีก 2-3 วัน จะเข้ามาเยี่ยมดูอาการลูกชายตน
“การที่ตนออกมาร้องสื่อตนไม่ได้คิดจะเรียกร้องอะไรจากใคร เพียงแค่ต้องการให้มีมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วย ดูแลชีวิตคน ให้ดูลูกตนเป็นตัวอย่าง หากมีมาตรฐานในการปฏิบัติ ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ซึ่งลูกชายตนไม่ได้ลงไปว่ายน้ำในทะเล แต่ลูกชายตนวิ่งเล่นบนชายหาด แล้วเกิดไปเสียหลักล้มลงในแอ่งน้ำซึ่งไม่ลึก ตรงจุดที่มีการขุดดินขึ้นไปทำเนินบนที่จัดกิจกรรมงานโลกทะเล และตนก็รีบพาลูกไปที่เต็นท์พยาบาลในทันที ที่ตนติดใจ คือทำไมไม่ให้รถฉุกเฉินโรงพยาบาลที่จอดอยู่ข้างเต็นท์ไปส่งลูกชายตน จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น” แม่น้องปังปอน กล่าว
ด้าน นพ.สัญชัย นาคะพันธ์ุ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุได้รับรายงานว่ามีเด็กจมน้ำ และหน่วยงานที่เข้าช่วยเหลือประเมินว่าอาการเด็กไม่เป็นอะไรมากจึงได้ส่งตัวให้ผู้ปกครองนำมารักษาตัวต่อเองที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงแพทย์ได้ตรวจอาการแล้ว จึงนำตัวเด็กเข้าห้องไอซียู เพราะอาการน้องค่อนข้างหนัก สาเหตุเพราะน้ำเค็มเข้าปอด จึงเป็นเหตุทำให้เกิดอาการปอดติดเชื้อ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และให้ยานอนหลับเพื่อให้น้องพักผ่อนมากๆ แต่ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในห้องไอซียูเพื่อดูอาการก่อน เพราะน้องอายุยังน้อยมาก ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนจะต้องลงไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่าทำไมเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลมีเหตุผลอะไรจึงตัดสินใจเช่นนั้น.