แม่ค้าคนดังไลฟ์สด ลูกชายถูกรถพุ่งขึ้นฟุตปาทชนเสียชีวิต คนขับเป็นต่างชาติ หลังเกิดเหตุหลบหนี ก่อนยอมจำนนต่อหลักฐาน บอกจะเผาแล้ว ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากคู่กรณี
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ฤทัย กระจ่างวงศ์" ซึ่งเป็นแม่ค้าขายทอดมัน และปลาทะเล ซึ่งมีผู้ติดตามทางโซเชียลเป็นจำนวนมาก ได้ไลฟ์สดขณะอยู่ในงานศพของ นายสุภวิทย์ กระจ่างวงศ์ อายุ 25 ปี หรือ โอ๊ต ลูกชาย เพื่อแจ้งสาเหตุที่ต้องหยุดขายของชั่วคราว เนื่องจากลูกชายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รถพุ่งขึ้นมาชนบนฟุตปาท ก่อนจะขับออกไปโดยไม่ลงมาดู ซึ่งเมื่อคืนนี้เป็นการสวดพระอภิธรรมศพวันที่ 4 แม่อ้อมก็ขอขอบคุณทุกความห่วงใยที่ส่งเข้ามา พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล หลังยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากคู่กรณี
และว่าก่อนหน้านี้ได้มีการพยายามเจรจากับคู่กรณี ซึ่งอีกฝั่งถามว่าจะเรียกค่าเสียหายเท่าไร ซึ่งเราก็ถามกลับไปว่า คุณก็มีลูก ลูกคุณมีมูลค่าเท่าไร เขาก็บอกว่าประเมินค่าไม่ได้ ลูกเราก็เช่นกัน ซึ่งเราก็เสนอไปว่า เขาเพิ่งอายุ 20 กว่า กว่าจะอายุ 60 ปี เขาน่าจะทำอะไรได้อีกเยอะ จึงบอกไปว่า 20 ล้าน แต่เขาบอกว่า ไม่มี และว่ามีเพียง 1 ล้านบาท เราเลยเสียใจว่า ขนาดลูกเขา เขายังประเมินไม่ได้ แต่มาประเมินลูกเราแค่ 1 ล้านบาท ซึ่งจริงๆ แล้ว เราก็ไม่ได้อยากได้เงิน 20 ล้านนั้นเลย
ล่าสุด วันนี้ (12 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง วัดธงชียธรรมจักร ในเขตเทศบาลตำบลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ นายสุภวิชญ์ ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เมื่อกลางดึก วันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อพูดคุยกับนางอ้อมฤทัย กระจ่างวงศ์ หรือ แม่อ้อม อายุ 43 ปี มารดาของนายสุภวิชญ์ ที่ได้ไลฟ์สดเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
...
นางอ้อมฤทัย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุปฏิเสธมาตลอดว่าไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ขับรถชนใคร ไม่เคยมาพูดคุย หรือมาร่วมงานศพเลย คุณมีเมียเป็นคนไทย แต่ไม่เคยแสดงความมีน้ำใจต่อครอบครัวเรา เสร็จจากงานศพ แม่ก็ต้องออกไปทำมาหากิน ก็ต้องมีคนมาคอยถามอยู่ตลอด แม่ไม่สามารถตอบคนที่มาถามได้ตลอดเวลา จึงได้ไลฟ์สดเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาลูกชายถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือแม่ เป็นอีกแรงที่ช่วยหารายได้ เรื่องมันไม่น่าจะเกิดขึ้น แม่ก็ได้แต่ทำใจ
การที่แม่ต้องเห็นภาพลูกถูกปั๊มหัวใจยื้อชีวิตที่โรงพยาบาล แต่สิ่งที่ได้รับจากคู่กรณีบอกแต่เพียง ไม่รู้ ไม่รู้ ผมไม่ได้ทำ แม่จึงออกมาเรียกร้อง ในฐานะแม่ ว่าควรได้สิทธิอะไรบ้าง ซึ่งคืนนี้ก็จะเป็นคืนสุดท้าย และจะมีการฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้แล้ว แต่รู้สึกว่าเรื่องมันเงียบมาก
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พ.ต.อ.ศิริ ราชรักษา ผกก.สภ.ธงชัย อ.บางสะพาน ท้องที่เกิดเหตุ ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ต้องหาเป็นชาวเยอรมัน อายุ 60 ปี ขับขี่รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง สีบรอนซ์เงิน ซึ่งทางพิสูจน์หลักฐานได้ลงมาเก็บวัตถุพยาน ร่องรอยการชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานแล้วนั้น
โดยคืนนั้น หลังเกิดเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจไปยังบ้านของผู้ก่อเหตุที่อยู่ไกลออกไปจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 3 กม. และได้มีการเรียกผู้ก่อเหตุ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากภายในบ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถเข้าไปภายในบ้านได้ เนื่องจากเป็นยามวิกาล รุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวชายชาวต่างชาติรายนี้มาสอบปากคำ ซึ่งในเบื้องต้นทางผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงให้เป่าแอลกอฮอล์ และพาไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม กระทั่งผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ
และเมื่อวานนี้ได้เรียกคู่กรณีเข้ามาเจรจากันที่ สภ.ธงชัย แต่ยังไม่สามารถตกลงเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยาได้ จึงนัดทั้งคู่อีกครั้งในวันที่ 26 มีนาคม และในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวต่างชาติรายนี้ไว้ก่อน และนำตัวส่งฝากขังยังศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นอกจากนี้ หากผลการตรวจเลือดจากโรงพยาบาล พบปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนด จะทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายหลังต่อไป
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณริมถนนเลียบชายทะเลบ้านกรูด ช่วงบริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ยังพบรอยล้อรถยนต์บริเวณขอบฟุตปาทเป็นทางยาว และจากการตรวจสอบในเฟซบุ๊กของแม่อ้อม พบว่าเพิ่งฉลองวันเกิดให้กับลูกชาย เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะมาเกิดเหตุรถชน จนลูกชายเสียชีวิต.