เปิดมุมมองอีกด้าน ที่หลายคนอาจมองข้ามจากเคส "วันกะเทยผ่านศึก" ปัญหาการใช้ความรุนแรง และกฎหมายที่ไม่ครอบคลุม

วันที่ 5 มีนาคม 2567 จากเหตุการณ์ "วันกะเทยผ่านศึก" 4 มีนาคม ซึ่งเป็นศึกระหว่างกะเทยไทย และกะเทยฟิลิปปินส์ ที่ซอยสุขุมวิท 11 ยั่วยุกันจนนำไปสู่ความรุนแรง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น แต่อีกมุมพบว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีการตั้งคำถาม ถึงต้นตอปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว อาทิ ปัญหาการใช้ความรุนแรง, ปัญหาของกฎหมายที่ไม่ครอบคลุม, ปัญหาความปลอดภัยของคนประกอบอาชีพ Sex Worker หรือแม้กระทั่งปัญหาพื้นที่สีเทาของชาวต่างชาติในประเทศไทย

โดย ผู้ใช้บัญชี เฟซบุ๊ก "Nattharavut Kunishe Muangsuk" ได้โพสต์ข้อความถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่า "สื่อที่นำเสนอข่าวกะเทยใช้ความรุนแรงใส่กันเป็นเรื่องสนุกสนาน แถมรายงานซะเป็นแนวฮีโร่ ไม่แม้สักนิดที่จะย้ำกับสังคมว่านั่นคือความรุนแรงและผิดกฎหมาย เยาวชนทั้งหลายไม่ควรลอกเลียนแบบ รวมถึงไม่ยอมวิพากษ์วิจารณ์ตำรวจที่ประมาทหละหลวม เพราะมันสุ่มเสี่ยงจะลุกลามบานปลายเป็นเรื่องระหว่างสองประเทศ ตำรวจนครบาลนี่เก่งเรื่องม็อบการเมืองและปิดถนน แต่กับความรุนแรงอื่นนี่จัดการไม่ถูก

ตอนนี้มี hint ออกมาว่าเป็นเรื่องค้าประเวณีในย่านสุขุมวิท กลุ่มกะเทยฟิลิปปินส์เข้ามาปักหลักที่โรงแรมเพื่อรับแขกย่านนั้นแล้วมีเรื่องตบตีกับเจ้าถิ่น กะเทยไทยไม่พอใจตำรวจที่ปล่อยปละละเลย ไม่ยอมใช้กฎหมายกับกะเทยฟิลิปปินส์แต่แรก ส่วนผู้สันทัดกรณีบอกว่ามีเรื่อง "แมงดามีสี" ที่ลอยตัวเหนือปัญหา เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสื่อต้องช่วยกัน ไม่ใช่สนุกสนานไปกับความรุนแรงเพื่อจะเคลมยอดเอนเกจเมนท์เป็นที่ 1 ส่วนสังคมไทยเชียร์กะเทยไทยตบตีกะเทยฟิลิปปินส์เสร็จก็มานั่งด่าเด็กช่างตีกัน ทั้งที่มันก็ใช้ความรุนแรงเสร็จแล้วสถาปนาวันสำคัญเหมือนกันเลย สรุปเราเป็นคนยังไงกันแน่"

...

เช่นเดียวกับ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก "Pavin Chachavalpongpun" ระบุว่า "แว็ปแรกอาจจะอ่านดูแล้วขำๆ กะเทยไทยยกทัพรุมตบกะเทยปินส์ หลังถูกกะเทยปินส์หยามก่อนที่พาพวกรุมตบกะเทยไทย แต่ถ้าเราอ่านอย่างมีวุฒิภาวะ เหตุการณ์ก็เกินขอบเขตไปมาก เหมือนกรณีชาวภูเก็ตยกพวกไล่ฝรั่งสวิส ทั้งสองกรณี มีการโหมไฟแห่งชาตินิยม เราเป็นไทยต้องไม่ให้ต่างชาติมาย่ำยี แม้ว่าความจริง ทั้งสองกรณีสามารถใช้มาตรการทางด้านกฎหมายแก้ไขได้โดยไม่ต้องมีใครเจ็บตัวอีก เอาละค่ะ คำแนะนำของดิชั้นอาจเป็นคำแนะนำแบบนางงาม แต่จากการสอนหนังสือเรื่องชาตินิยมมาหลายปี ถ้าไฟชาตินิยมมันถูกจุดแล้ว ดับยาก แล้วจะพังทุกฝ่าย นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องการต้องอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านในอาเซียน เราต้องรักกันไม่ใช่หรอ แล้วไอ้ความพยายามสร้างอัตลักษณ์ภูมิภาคร่วมกันหละ หรือวันนี้ ถูกกองทัพกะเทยไทยบดขยี้หมดแล้ว??"

ด้าน เฟซบุ๊กเพจ "ทนายตัวแสบ: Badass Attorney" ก็ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นว่า "ประเด็นที่น่าสนใจก็คือพี่กะเทยฟิลิปปินส์เข้ามาแย่งงานอะไรพี่กะเทยไทยในซอยสุขุมวิท11ครับ?"

นอกจากนี้ ผู้ใช้บัญชี X หรือทวิตเตอร์ "Tha (ถา) - Nutchapakorn" ของ ณัชปกร นามเมือง ได้ชี้ถึงปมปัญหาที่ซ่อนอยู่ในสังคมไทยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "กรณี #สุขุมวิท11 มันช่วยปลอกเปลือยให้เห็นปมปัญหาในสังคมไทย หลายอย่าง เช่น การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง (ระบบยุติธรรมไม่มีประสิทธิภาพ), ความปลอดภัยของคนประกอบอาชีพ Sex worker, พื้นที่สีเทาของชาวต่างชาติในไทย (รวมถึงจีนเทา-ฝรั่งเตะหมอ)

ขอบคุณข้อมูลจาก Nattharavut Kunishe Muangsuk, Pavin Chachavalpongpun, ทนายตัวแสบ: Badass Attorney, ทวิตเตอร์ (x) Tha (ถา) - Nutchapakorn