"หมอวิน" เจ้าของเพจดัง แนะถึงเวลาปฏิรูปการศึกษาไทย หลังคะแนนพิซาเด็กไทยลด ห่วงอนาคตเด็กในตลาดแรงงาน
วันที่ 8 ธ.ค. 66 จากกรณีที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. ในฐานะโฆษก ศธ. เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานยกระดับผลประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือพิซา (Programme for International Student Assessment) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการยกระดับการสอบพิซาของนักเรียนปี 2025 เนื่องจากผลประเมินพิซามี คะแนนต่ำลงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ผู้เรียนในห้องเรียนลดลง ต้องปรับเรียนออนไลน์แทน ผลการศึกษา Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD มองว่า สมาธิระหว่างเรียนมีผลกับคะแนนประเมิน เช่น เด็กใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไปในเวลาเรียน เป็นต้น รวมถึงทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ก็ลดลง
อย่างไรก็ตาม ผลประเมินพิซาพบว่า นักเรียนกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยทำคะแนนได้สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนสิงคโปร์ แต่กลุ่มนักเรียนที่ทำคะแนนได้ต่ำ คือกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส
เกี่ยวกับเรื่องนี้ หมอวิน ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ หมอเด็กด้านโลหิตวิทยา และมะเร็งในเด็ก เจ้าของเพจ "เลี้ยงลูกตามใจหมอ" ได้แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ โดยระบุว่า "อนาคตเด็กไทย … ในตลาดแรงงานไม่สู้ดี
เมื่อไม่กี่วันนี้มีการรายงาน PISA score ที่เป็นการสอบวัดผลทักษะทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน ของคนทั้งโลก ซึ่งกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เด็กไทยเรายิ่งแย่ลง ๆ ในขณะที่สิงคโปร์ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโลก ไทยเราถดถอยลงไปที่ 63 และมีแนวโน้มจะแย่ลง ๆ
โทษสิ่งใดไม่ได้เลยนอกจากระบบการศึกษา
การศึกษาที่เน้นท่องจำ เน้นการสอบแบบคัดออก ไม่เน้นความเข้าใจ ปรากฎ จากที่เคยได้คุยกับคุณครูหลายคน ปัจจุบันเด็กไทย เรียนก็ไม่ค่อยเข้าใจ แถมจำก็ไม่ได้อีก ฟังแล้วกุมขมับ
อะไรที่บอกว่า อนาคตของเด็กไทยนั้นในตลาดแรงงานอาจไม่สู้ดี นั่นก็เพราะโลกทุกวันนี้ผู้คนเคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้น ตลาดแรงงานตอนนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่ในประเทศเท่านั้น ถ้าบริษัทหนึ่งต้องการจ้างงานสักตำแหน่ง เขาก็ต้องการคนที่เก่งพอสำหรับตำแหน่งนั้น
สรุป ไปจ้างคนมาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ ดีกว่า คนเก่ง คนพร้อมเยอะกว่า แล้วเด็กไทยในอนาคตอาจตกงานมากขึ้น เพราะระบบการศึกษาเราไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้นายจ้างเลยว่าเราเก่งพอ
เคยได้คุยกับ HR เขาบอกว่า นอกจากเด็กไทยทำงานไม่เป็นแล้ว ยังงอแง ยอมแพ้ง่าย ไม่สู้ และดึงดราม่าเก่งอีกด้วย ตำแหน่งน่ะมีจ้าง แต่พอสัมภาษณ์แล้วพบว่าไม่รู้จะจ้างใคร คือ recruit คนยากมาก HR คือ ปาดเหงื่อนะ ขีดความสามารถของเด็กไทยลดลงทุกปีจริง ๆ
ฟังแล้วหดหู่ … เข้าใจเลยครับ
ฝั่งประเทศตะวันตกหลายประเทศก็เริ่มเห็นการถดถอยของ PISA score เช่นกัน
เห็นโพสต์ของคนเยอรมัน บอกว่า น่าเป็นห่วงเพราะคะแนนเขาลดลงมาอยู่ระดับเดียวกับเด็กอเมริกันแล้ว หืม ว่าซั่น
ในขณะที่ประเทศฝั่งเอเชียทำได้โดดเด่นมาก เช่น สิงค์โปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเก๊า โดยบางประเทศอย่าง เกาหลีใต้ ก็ต้องแลกมาด้วยระบบการศึกษาที่เครียดมาก แข่งขันมากเช่นกัน แต่ได้ผลลัพธ์ที่คนมีคุณภาพสูง ประเด็นนี้ก็ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน
...
ตลกร้ายอีกอย่างก็คือ ค่า SD หรือค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถทางคณิศาสตร์ของเด็กไทยอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของคะแนนคณิศาสตร์ก็ต่ำด้วย นั่นแสดงว่า ไม่มีใครถูกทิ้งอยู่ข้างหลังเลย คือ คะแนนแย่ไปพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ เกาะกลุ่มกันดี ในขณะที่มาเก๊า เกาหลี คะแนนดีมาก แต่มี SD สูง แสดงว่า เป็นสังคมที่มีคนที่มีความสามารถสูงเยอะ โดดเด่น คะแนนเหวี่ยงไปด้านบนมาก ๆ นั่นเอง
ถึงเวลาที่การศึกษาไทยต้องปฏิรูปได้แล้ว
ถ้าคุณภาพคนไม่ดีพอ ไม่พร้อม อนาคตชาติคงลำบาก
อยากให้ลองไปอ่านบทเรียนจากประเทศ เอสโตเนีย ที่ใช้เวลาเพียง 20 ปี และสิงคโปร์ที่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วอายุคนในการพัฒนาประเทศให้กลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว สิ่งที่เหมือนกันก็คือ การให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาที่ดี สร้างทรัพยากรบุคคลที่ดีเป็นสำคัญ เพราะอัตราเกิดของคนไทยก็ลดลง แถมการศึกษาก็แย่ อนาคตไทยคงยากขึ้นจริงๆ".