กุศลที่ยิ่งใหญ่ ครอบครัวบริจาคร่าง "หมอกฤตไท" ให้เป็นอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาแพทย์ คุณพ่อเผยเป็นการทำตามปณิธานของคุณหมอ
วันที่ 7 ธันวาคม 2566 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ อาจารย์นายแพทย์ กฤตไท ธนสมบัติกุล และร่วมอนุโมทนาบุญต่อการบริจาคร่างเป็นอาจารย์ใหญ่
ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์และครอบครัวร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของ "หมอกฤตไท" หลังรักษาอาการป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายมานานกว่า 1 ปี
อ.นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล อายุ 29 ปี อาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีอาการป่วยไอเรื้อรัง จึงได้ทำการตรวจด้วยการถ่ายภาพรังสีทรวงอก พบมีก้อนในปอดขนาดใหญ่ แพทย์ได้ทำการส่องกล้องเพื่อนำชิ้นเนื้อเพื่อตรวจวินิจฉัย ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นมะเร็งปอด ทีมแพทย์จึงให้การรักษาโดยให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) และยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
ภายหลังเริ่มตรวจพบว่า มีการกระจายของเซลล์มะเร็งไปยังสมอง แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสี ระยะเวลาต่อมาเซลล์มะเร็งได้กระจายลุกลามไปยังกระดูกสันหลัง ทำให้มีอาการอ่อนแรง และท้ายที่สุด "หมอกฤตไท" ได้เข้าสู่กระบวนการการดูแลแบบประคับประคอง หรือที่เรียกว่า Palliative Care ในที่สุด
"หมอกฤตไท" ได้จากไปอย่างสงบ เมื่อวันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2566 เวลา 10.59 น. ทางครอบครัวมีความประสงค์จะบริจาคร่าง "หมอกฤตไท" เพื่อให้เป็นอาจารย์ใหญ่ ยังประโยชน์ต่อการเรียนการสอนของแพทย์ต่อไป
...
บุญกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ขอให้ดวงวิญญาณของนพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล ไปสู่สุคติและสัมปรายภพที่ดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้การรักษา "หมอกฤตไท" อย่างเต็มที่ด้วยดีตลอดมา และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวธนสมบัติกุล ต่อการสูญเสียในครั้งนี้
ต่อมาเฟซบุ๊กคุณพ่อของหมอกฤตไท ก็ได้มาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าว โดยระบุว่า ครอบครัวเรา ขอกราบขอบคุณ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่าน ด้วยจิตคารวะสูงสุด และยินดีในการบริจาคร่างกายตามปณิธานของ อ.นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล เป็นอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาต่อไป ขออนุโมทนาบุญ ครับ.
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official)