บริษัททัวร์ประกาศตามหา "สามี-ภรรยา" หายไปจากที่พัก ขณะเที่ยว "เกาหลี" วอนกลับไทยภายใน 90 วัน ไม่งั้น "หัวหน้าทัวร์" จะโดนแบล็กลิสต์ห้ามเข้าประเทศ

วันที่ 15 พ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อเพจทัวร์นำเที่ยว Happy Together ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความโดยระบุว่า ฝากแชร์ต่อค่ะ หรือท่านไหนที่รู้จักลูกค้า 2 ท่าน คุณธัญญาพร กัญญาประสิทธิ์ คุณเอกลักษณ์ กัญญาประสิทธิ์ 

รบกวนแจ้งลูกค้าเดินทางกลับไทยด่วนนะคะ!! เนื่องจากลูกค้าได้หายไปจากที่พักของทัวร์ ตอนตี 2 ของวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 และจนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ หากท่านไหนรู้จักลูกค้า 2 ท่านนี้รบกวนช่วยแจ้งลูกค้าด้วยว่า หากลูกค้าไม่กลับไทยภายใน 90 วัน "หัวหน้าทัวร์" จะโดนแบล็คลิสห้ามเข้าเกาหลี 5 - 10 ปี

เนื่องจากหัวหน้าทัวร์ช่วยการันตีลูกค้าให้ผ่าน ตม. เพราะลูกค้าได้โชว์ ทะเบียนสมรส, ข้อมูลและรูปถ่ายเกี่ยวกับธุรกิจส่วนตัว รวมถึงสเตจเมนท์ ยอดเงินในบัญชีกว่า 300,000 บาท ทำให้หัวหน้าทัวร์มั่นใจ และตัดสินใจการันตีลูกค้า

ตอนนี้ทางเราได้แจ้งทางตม.เกาหลี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเราไม่มีส่วนรู้เห็น อีกทั้งทางเรามีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน และทางเราจะแจ้งความดำเนินคดีกับลูกค้าทั้ง 2 ในขั้นตอนต่อไป

นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ทุกบริษัททัวร์แจ้งหัวหน้าทัวร์ ว่าห้ามเซ็นการันตีลูกค้า เพราะอย่างที่ทราบกันว่า ถ้าลูกค้าไม่กลับพร้อมทัวร์ ทางหัวหน้าทัวร์จะต้องเป็นคนรับผิดชอบ และโดนทางเกาหลี Blacklist ไม่ให้เข้าประเทศเกาหลีอีกต่อไป

...

ทั้งนี้ทางบริษัททัวร์ ยังให้ข้อมูลกับ "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" เพิ่มเติม โดยระบุว่า ตอนนี้พยายามติดต่อทุกช่องทางรวมถึงตัวลูกค้า และญาติแล้วไม่มีใครตอบเลย ตอนนี้เจ้าตัวได้ปิด Facebook และปิดคอมเมนต์ต่างๆ หนีไปแล้ว ต่อไปทำธุระ จะไม่การันตีลูกค้าเด็ดขาด เพราะลูกค้าแต่ละท่าน มีจุดประสงค์ในการมากับทัวร์ แบบที่ทางทัวร์ไม่ทราบ

และนี่ไม่ใช่เคสแรกที่โดดทัวร์ระหว่างทริป แต่เป็นเคสแรก ที่หัวหน้าทัวร์การันตีแล้วลูกค้าโดดทัวร์ อยากให้ลูกค้า สามัญสำนึกกว่านี้นะคะเพราะว่าคนที่เดือดร้อน ไม่ใช่แค่หัวหน้าทัวร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่อยู่ที่บ้านด้วย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้องของเขาเอง ที่ตอนนี้สังคมน่าจะโจมตีพอสมควร และ comment ที่โจมตีครอบครัวเขา

อย่างไรก็ตาม ทางลูกค้าทั้งสอง ยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหว หรือชี้แจงเรื่องดังกล่าว หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง.

(คลิกเพื่อดูโพสต์ต้นฉบับ)

ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Happy Together 

(ติดตามข่าวโซเชียล ในกระแส ทั้งหมดที่นี่)