ผ่านไปแล้ว 1 เดือน สงคราม "อิสราเอล-ฮามาส" อาจารย์เดียว วิเคราะห์สงครามยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ 

วันที่ 7 พ.ย. 2566 ใน "NewsRoom" รายการทอล์กคุยข่าวใหญ่ ทางไทยรัฐออนไลน์ ดำเนินรายการโดย กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ วันนี้เป็นการพูดคุยกันในประเด็น อัปเดต 1 เดือน สงคราม "อิสราเอล-ฮามาส" เสียชีวิตทะลุหมื่น

ผศ.ดร.อาทิตย์ ทองอินทร์ หรือ อาจารย์เดียว อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เผยว่า หลังจากนี้แนวโน้มความยืดเยื้อมันแน่นอนอยู่แล้ว คำถามสำคัญก็คือว่า ยืดเยื้ออันนี้มันจะขยายวงไปทางไหน ตนมีสมมติฐานต่อสถานการณ์นี้คือการขยายวงตั้งแต่สัปดาห์แรกเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มันขยายแน่นอน แต่ว่ามันขยายเป็นวงจำกัด เนื่องจากตัวแสดงที่จะจุดฉนวนนำไปสู่สงครามระดับภูมิภาคก็ดี ระดับโลกก็ดี

ทั้งยังมีปัจจัยเหนี่ยวรั้งในตัวเองค่อนข้างมาก เช่น ในกรณีของรัสเซีย การติดพันอยู่กับสงครามยูเครน ทำให้เขาขยับลำบาก มีปัญหาทางการเงินภายในประเทศ ในขณะเดียวกันรัสเซียก็มีความสัมพันธ์ที่เราอาจจะมองไม่เห็น แต่มีความสัมพันธ์อยู่กับอิสราเอลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องทางทหาร รัสเซียได้สั่งซื้อโดรนจากอิสราเอลถึง 4 รอบ รวมหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกัน ก็มีข้อตกลงทางการทหารกัน ว่าอิสราเอลจะไม่สนับสนุนอาวุธป้องกันให้กับยูเครน และไม่เข้าร่วมในมติคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งอันนี้ผิดแบบไปจากบรรดาชาติตะวันตกที่สนับสนุนอิสราเอลอย่างมาก โดยเฉพาะอเมริกา แต่ก็แลกกับการที่รัสเซียจะไม่สนับสนุนการขายอาวุธให้กับอิหร่าน ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้มันอยู่ในทุกตัวแสดง ที่จะสามารถนำสถานการณ์ไปสู่สงครามระดับภูมิภาคและระดับโลกได้ทั้งนั้น ฉะนั้นการขยายตัวของการสู้รบคือจะไปแบบที่เราเห็น คือไปตามบริเวณชายแดนอิสราเอล ซึ่งการจะไปไกลกว่านั้นคงเป็นไปได้ยาก มีลักษณะเป็นสงครามตัวแทนมากกว่า

เมื่อถามจากสถานการณ์ในตอนนี้ การช่วยเหลือตัวประกันยังคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอิสราเอลอยู่มั้ย? อาจารย์เดียว เผยว่า เราต้องดู 2 ด้านคือ 

1. การสื่อสารของอิสราเอลในเวทีการทูตระดับต่างๆ โดยเฉพาะในสหประชาชาติ เขาจะยืนยันเสมอว่าปฏิเสธข้อยุติในการหยุดยิง แต่ยืนยันจะใช้การปฏิบัติการทางการทหารเข้าไป เพื่อ 1.1 สลายโครงสร้างฮามาสให้ไม่มีขีดความสามารถในการโจมตีเขาได้อีก 1.2 ใช้มาตรการทางการทหารเพื่อเอาตัวประกันออกมา 2. ถ้าคำนวณในเชิงการรบ หากจะทำให้บรรลุทั้ง 2 เป้าหมายมันเป็นไปได้ยาก และการจะสลายฮามาสให้สิ้นซาก อาจจะจำเป็นต้องแลกด้วยชีวิตตัวประกัน ทำให้ทางอิสราเอลเองก็ลำบาก อเมริกาก็ลำบาก เพราะคนอิสราเอลเองก็โดนจับเป็นตัวประกันกว่า 100 คน และต่างชาติอีกหลายสิบคน ทำให้มีแรงกดดันจากต่างประเทศให้อิสราเอลนั้นหยุดยิง แม้กระทั่งคนในประเทศเองก็กดดันให้รัฐบาลหยุดยิงแล้วช่วยตัวประกันก่อน 

เมื่อถามว่า การที่ฮามาสถล่มแบบนี้เหมือนเป็นการกระตุกหนวดเสือ ถ้ารู้อยู่แล้วจะทำไปทำไม อาจารย์เดียว เผยต่อว่า สิ่งที่ปาเลสไตน์โดยเฉพาะฝั่งกาตาร์โดนกระทำมาโดยตลอด มันทำให้ผู้นำทางการเมืองอย่างฮามาสหลังชนฝา และเห็นว่าประชาคมโลกเพิกเฉยต่อการโดนกระทำย่ำยีของพวกเขา ในระยะหลังค่อนข้างเพิกเฉยอย่างมาก หลายคนก็เชื่อว่าหลายรัฐกำลังวุ่นอยู่กับการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจหลังโควิด สิ่งที่ฮามาสทำถ้าจะให้ถอดรหัสมันคือการโยนโจทย์ของพวกเขาไปประชาคมโลกอีกครั้ง ว่าถ้าพวกเขาทำแบบนี้ประชาคมโลกจะทำอย่างไรกับพวกเขา โดยการจับตัวประกันหลากหลายเชื้อชาติเข้าไปอยู่ใน นั้นคือข้อต่อรองหนึ่งของฮามาส

ถามว่าต่อรองยังไง ต่อรองด้วยการให้เราเห็นว่าฮามาสเลือกที่จะปล่อยตัวประกัน สัญชาติอเมริกัน เชื้อชาติยิวมาก่อน โดยเป็นเป้าหมายอ่อนแอคือผู้หญิง หลังจากนั้นเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว สมัชชาใหญ่สหประชาชาติมีมติให้หยุดยิง ฮามาสก็ปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลมาอีก 2 คน อันนี้ส่งสัญญาณชัดว่าเขาพร้อมที่จะเจรจาเสมอ โดยมีกาตาร์เป็นคนกลางที่เขายอมรับได้ และข้อแลกเปลี่ยนคือการขอให้ตัวประกันเหล่านี้แลกกับนักโทษการเมืองของปาเลสไตน์ในอิสราเอล สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเขาโยนโจทย์ไปยังโลกแล้วว่าจะเอายังไงกับพวกเขา โดยถือตัวประกันเป็นข้อต่อรอง

อย่างไรก็ตาม ติดตาม "NewsRoom" สดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.30-19.30 น. ทางยูทูบไทยรัฐออนไลน์ และเฟซบุ๊กไทยรัฐออนไลน์.