คุยกับ "ช่อ พรรณิการ์" เชื่อพรรค "ก้าวไกล" ทำถึงที่สุดแล้ว ชี้ สส.ปูอัด ควรลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เพราะมันชัดเจนหลังโดนคนเป็นร้อยในพรรคโหวตขับออก


วันที่ 2 พ.ย. 2566 ใน "NewsRoom" รายการทอล์กคุยข่าวใหญ่ ทางไทยรัฐออนไลน์ ดำเนินรายการโดย คิงส์ พีระวัฒน์ อัฐนาค และ กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ วันนี้เป็นการพูดคุยกันในประเด็นของ #ก้าวไกล อ่วม! เรียกร้อง สส. ควรลาออก ปมคุกคามทางเพศ

คุณช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เผยว่า มีหลายคนถามว่า ทำไมช่อไม่ออกมาพูดอะไรเลยกับเรื่องนี้ ทั้งที่มีการร้องเรียนเข้ามาเป็นเดือน ซึ่งช่อรู้สึกว่าถ้ามีการร้องเรียนมาแล้วไม่มีการดำเนินการใดๆ ก็คงไม่ใช่พรรคก้าวไกลที่ช่อรู้จัก ประเด็นคือเราต้องการเป็นพรรคที่มีการตรวจสอบที่ดี ฉะนั้นการที่บอกว่าทำไมเดี๋ยวเจอเมาแล้วขับ เจอคุกคามทางเพศนั้น ช่อคิดว่าไม่แปลกโดยเฉพาะกรณีนี้ เพราะไม่ได้ชัดเจนเหมือนการข่มขืนหรือกระทำชำเรา มันเป็นเรื่องที่มีเยอะมากในสังคมไทย แต่ไม่มีใครจริงจังที่จะเอาผิด พอถึงเวลาโดนเปิดโปง โดนแฉ ก็จ่ายเงินแล้วจบกันไป

...

แต่ในกรณีของพรรคก้าวไกล เมื่อมีกฎก็ต้องทำให้เห็นว่ากฎนั้นใช้ได้จริง แม้แต่ตัว สส.ก็ต้องกล้าบังคับใช้ ซึ่งเคสนี้จึงรอดูว่าถ้ามีเคสเกิดขึ้นจริงๆ จะมีการลงโทษที่ได้สัดส่วนหรือเปล่า ซึ่งหลังจากรอมานานอยู่พอสมควร จริงๆ ก็ไม่ค่อยพอใจที่นานแต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ให้รู้สึกว่าช้าแต่ชัวร์ 

การที่คนสงสัยว่าทำไมต้องโหวต ทำไมไม่ขับไล่ออกไปเลยนั้น มันเป็นกฎหมายของพรรคการเมือง ถ้าจะมีการขับสมาชิกพรรคที่เป็น สส.ออก มันจะต้องใช้สิ่งที่เรียกว่าที่ประชุมร่วมระหว่าง สส.กับกรรมการบริหารพรรค สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่พรรคก้าวไกลตั้งขึ้นมาเอง แต่เป็นสิ่งที่ถอดออกมาจากรัฐธรรมนูญ คือต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องใช้ 3 ใน 4

เมื่อกรรมวินัย กรรมการบริหารพรรค เขาฟันออกมาแล้วว่าผิดจริงทั้ง 2 เคส แล้วสมควรที่จะขับออกทั้ง 2 เคส ก็อยู่ที่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านการโหวต ซึ่งช่อเชื่อว่าถ้าเอาแค่เกินกึ่งหนึ่งยังไงก็ผ่านแน่นอน เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ผ่านก็คงอยู่ร่วมกันไม่ได้ ช่อเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ไปช่วยเขาหาเสียงมาก็ได้พบปะพูดคุยกับ สส.ส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบัน ก็รู้ว่านิสัยใจคอพวกเขาไม่ใช่คนที่จะเพิกเฉยกับเรื่องแบบนี้แน่นอน

สำหรับเรื่องที่คนมองว่ามัน 2 มาตรฐานนั้น ช่อมองว่ากฎเกณฑ์มันซับซ้อน หลายคนคงไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่เราทำพรรคการเมืองมาก่อน เรารู้ว่าข้อบังคับพวกนี้มันซับซ้อน มันทำให้การเอา สส. ออกไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ามีอะไรที่อยากจะพูดให้เคลียร์ให้ประชาชนเข้าใจ ก็คือทั้ง 2 เคสมันไม่ได้แตกต่างกัน พรรคเขาฟันว่าให้ขับออกทั้ง 2 เคสแต่คนนึงขับออกสำเร็จ อีกคนขับออกไม่สำเร็จ เพราะเสียงไม่ถึง คิดว่าพรรคคงทำถึงที่สุดแล้ว คงทำอะไรต่อได้ยากแล้ว

ทั้งนี้ มันคงถึงเวลาแล้วที่จะเรียกร้องให้ สส.ที่ยังไม่ถูกขับออก ก็คือคุณปูอัด ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เพราะมันชัดขนาดโดนคนเป็นร้อยในพรรคโหวตขับออก ซึ่งมันเป็นการฟันว่าคุณสมควรถูกขับออก แต่มันออกไม่สำเร็จเพราะเสียงไม่ถึง แต่มันหมายถึงว่าคุณควรแสดงความรับผิดชอบ ตนก็คงไม่รับคุณเป็น สส.พรรคนี้ ถึงคุณจะยังเป็นอยู่ก็ตาม 

เมื่อถามถึงความเอกภาพของพรรคก้าวไกลหลังจากนี้นั้น คุณช่อ เผยว่า ถ้าเรากลัวการตรวจสอบเมื่อนั้นพรรคพัง เมื่อเราบอกว่าเป็นพรรคที่ประชาธิปไตย เราบอกว่าเราส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น คุณก็ต้องไปโน้มน้าว สส. เพราะกรรมการบริหารพรรคก็มีหน้าที่ เมื่อเขาฟันมาว่าขับออก เขาก็มีหน้าที่ชี้แจงว่าทำไมเขาฟันมาแบบนี้ เพื่อให้เสียงมันถึงตามกฎหมาย เขาก็คงทำถึงที่สุดของเขาแล้ว แต่แน่นอนว่าไม่สามารถบังคับ สส. ได้ ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อมันออกมาเป็นแบบนี้ ตนคิดว่าการปกปิดหรือกลัวเสียชื่อพรรคแล้วไปไกล่เกลี่ยกันลับหลังจ่ายเงินแล้วปกปิด อันนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้พรรคล่มสลาย ส่วนเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างกันในพรรค ขาดเอกภาพหรือเปล่า ถ้าเกิดทุกคนต้องเห็นตรงกันหมดก็คงเป็นพรรคเผด็จการหรือเป็นพรรคที่มีเจ้าของพรรคสั่ง ซึ่งไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล คุณเห็นแตกต่างกัน คุณโหวต จบ

เชื่อว่าถ้าคุณทำผิดแล้วมีความสำนึกผิด คนไทยมีลักษณะพิเศษคือพร้อมให้อภัยคนที่สำนึก ไม่ว่าความผิดนั้นจะร้ายแรงขนาดไหนก็ตาม แต่คุณต้องสำนึกผิดจริงๆ ไม่ใช่ทำเพื่อหวังผล แต่กรณีคุณปูอัดจากสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่เห็นว่ามีการแสดงออกในเชิงขอโทษยอมรับต่อผู้เสียหาย ขอโทษประชาชน ก่อนหน้านี้เขาขอโทษที่ไม่ได้แถลง ไม่ได้ขอโทษที่ทำผิด ฉะนั้นคิดว่าการแสดงความรับผิดชอบของคุณปูอัดจะเป็นไปในลักษณะใด แต่ไม่ว่าคุณปูอัดจะลาออกหรือไม่ลาออกจาก สส. จากพรรคก้าวไกล ตนคิดว่าคุณไม่ได้เป็น สส.ของคนจำนวนมาก และไม่ได้เป็นคนก้าวไกลอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ติดตาม "NewsRoom" สดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.30-19.30 น. ทางยูทูบไทยรัฐออนไลน์ และเฟซบุ๊กไทยรัฐออนไลน์.