พยาบาลสาว แชร์ประสบการณ์สุดสะเทือนใจ หลังคนไข้เมายาบ้า-กัญชา อาละวาด ขณะที่ญาติมาเยี่ยมพยายามแก้มัด เจ้าหน้าที่มาคุมสถานการณ์ถูกกัดนิ้วขาด ถามกลับความปลอดภัยในการทำงานอยู่ตรงไหน

วันที่ 24 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้โพสต์เล่าประสบการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจที่สุดตั้งแต่ทำงานมา 11 ปี จนต้องตั้งคำถามว่า ต้องพกอาวุธมาทำงานด้วยหรือไม่

โดยเธอเล่าว่า เหตุการณ์คือ มีคนเมายาบ้าและกัญชาอาละวาด เมื่อตำรวจตรวจที่เกิดเหตุแล้ว นำคนไข้มาแอดมิตในโรงพยาบาล เบื้องต้น ไม่เคยมีประวัติรับยาจิตเวช ที่เกิดจากการใช้สารเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องทำการฉีดยาและมัดไว้ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่และคนไข้คนอื่นๆ 

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย และควบคุมไม่ได้ คือ ญาติที่พยายามจะแก้มัดให้คนไข้ และพอคนไข้โวยวาย ก็จะตะโกนเรียกให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยจับ ซึ่งบางวันมีแต่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงขึ้นเวร บางเคสคุมสถานการณ์ได้ บางเคสต้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาช่วย บางเคสต้องเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ระหว่างรอจนกว่าบุคคลเหล่านี้จะมาช่วย เหตุการณ์ความรุนแรงก็เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างที่ญาติมาเยี่ยม ได้พยายามแก้มัดคนไข้ที่โวยวาย ทำลายข้าวของ ระหว่างนั้นมีการพยายามจับคนไข้เพื่อฉีดยา ควบคุมสถานการณ์เบื้องต้น รอเจ้าหน้าที่จุดอื่นมาช่วย แต่คนไข้กลับกัดนิ้วเจ้าหน้าที่ขาด เกิดการสูญเสียขึ้น

ถามว่าความปลอดภัยในชีวิตระหว่างทำงานอยู่ตรงไหน ปฏิเสธที่จะไม่รับได้ไหมคนไข้แบบนี้ กลัวแต่ยังต้องทำงาน แนวทางการป้องกัน ดูแลอยู่ที่ไหน ใครรับผิดชอบชีวิตเรา ไม่อยากให้เกิดกับใคร ไม่อยากเกิดการสูญเสีย ร้องไห้หนักมาก สงสารพี่ เราไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย ได้แต่ยืนมองหน้ากันแล้วร้องไห้ มือก็จับคนไข้ เจ็บก็เจ็บ แต่ด้วยหน้าที่รับผิดชอบ จึงต้องทำ

...

ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก อาทิ นิ้วขาดเลยเหรอ อันตรายนะแบบนี้ #Saveเจ้าหน้าที่, ตอนพี่เข้าไปเฝ้าตาที่ รพ.ตอนนั้นก็เจอเหตุการณ์แบบนี้ จนได้ล็อกห้องไว้เพราะความกลัว ขอให้พี่บ๊อบอาการดีขึ้นตามลำดับนะคะ, ผมเคยเข้าไปสัมผัสแล้วครับ รู้สึกสงสารเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ควรหามาตรการทางออกที่ดีกว่านี้ ฯลฯ

เบื้องต้น จากการสอบถาม ทางเจ้าของโพสต์ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล เนื่องจากทุกคนกำลังช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่.

ที่มาจาก เฟซบุ๊ก