"พระผู้ใหญ่" ยืนยันไม่ใช่คอนเทนต์ "พระจี้กงเมืองไทย" ห่มผ้าบังสุกุลตัดปะ ไม่ปลุกเสก ฉันวันละมื้อ พร้อมอ่านคำสอนจากพระไตรปิฎก

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิป หลวงพ่อเกษตร ปคุโณ วัดเขาหินเทิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่มจีวรจากผ้าบังสุกุลของชาวบ้านมาตัดปะ จนได้รับขนานนามในโซเชียลว่า พระจี้กงเมืองไทย ประกอบกับการเทศน์ธรรมที่ท่านหลับตาสำรวมวาจาต่อผู้มาพบ ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีคนเดินทางเข้ามาทำบุญไม่ขาดสาย

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับเจ้าของคลิปดังกล่าวคือ พระอธิการชลัช สุจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดถ้ำแฝด จ.กาญจนบุรี เผยว่า โดยส่วนตัวรู้จักกับ หลวงปู่เกษตร ปคุโณ อายุ 80 ปี วัดเขาหินเทิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มา 23 ปีแล้ว ในสมัยที่เป็นพระบวชใหม่ เป็นพระนวกะ เป็นพระที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่ ก็ได้ออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ แล้วก็ได้มีโอกาสเจอกับ หลวงปู่เกษตร หลังจากนั้นระยะเวลาก็ล่วงเลยมากกว่า 23 ปี แล้วก็ไม่ได้ติดต่อหลวงปู่อีกเลย เพราะในช่วงนั้นไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร 

ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้พบชาวบ้านโพสต์ภาพหลวงปู่ลงใน TikTok ก็เลยจำได้ว่านั่นคือหลวงปู่เกษตรที่ไม่ได้เจอมานานกว่า 23 ปี เนื่องจากหลวงปู่มีเอกลักษณ์ของการห่มจีวร เพราะคิดมาตลอดว่าหลวงปู่นั้นได้มรณภาพไปแล้ว เพราะช่วงนั้นหลวงปู่ก็อายุมากแล้ว ก็เลยคิดว่าถ้ามีโอกาสได้ไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็จะแวะไปกราบไปสนทนาธรรมกับหลวงปู่อีกครั้ง

ซึ่งประจวบเหมาะกับวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้แวะไปกราบหลวงปู่เกษตร เมื่อลงจากรถตู้ก็ปรากฏว่าเห็นหลวงปู่ยืนต้อนรับอยู่ เหมือนกับว่าหลวงปู่จะรู้ว่าอาตมาจะมาเยี่ยม โดยหลวงปู่นั้นจะห่มจีวรแบบบังสุกุลเอามาเย็บแล้วก็ปะ ซึ่งจีวรจะต้องเย็บด้วยมือ เพราะสมัยก่อนนั้นไม่มีจักรเย็บผ้า 

...

สำหรับคำว่า ผ้าบังสุกุล คือผ้าที่ทิ้งแล้ว เป็นผ้าที่ห่อศพ ในอินเดียส่วนใหญ่ก็จะเป็นผ้าที่ใช้ห่อศพ หรือชาวบ้านนำไปทิ้ง หรือเอาไปฝังดิน เนื่องจากไม่ใช้แล้ว พระภิกษุก็จะไปบังสุกุลผ้าเหล่านี้ สมัยก่อนจะเรียกว่าผ้าป่าชักเอาผ้ามาตัดเย็บจีวร ซึ่งในยุคปัจจุบันก็จะเป็นผ้าป่าในแนวปฏิรูป คือพิธีทอดผ้าป่า แต่ไม่ได้ใช้ผ้า แต่เป็นการนำเงินจากผ้าป่ามาใช้บูรณะบำรุงบำรุงพระพุทธศาสนา แต่ความเป็นจริงแล้วก็ไม่ได้ใช้ผ้าดังกล่าวนั้น ซึ่งก็ผิดจากหลวงปู่เกษตรที่ท่านได้เอาผ้าบังสุกุลเหล่านั้นมาตัดเย็บมาห่ม 

เมื่อกาลเวลาผ่านไป หนุ่มสาววัยรุ่นยุคใหม่เห็นพระหลวงปู่เกษตรห่มผ้าบังสุกุลก็อาจจะแปลกตา ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่าผ้าบังสุกุลที่ทิ้งแล้ว เนื้อผ้าแต่ละสีก็จะไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งนำมาย้อมสีเนื้อผ้า และสีสันก็จะไม่เหมือนกัน เพราะเนื่องจากตัดเย็บจากผ้าคนละผืน ซึ่งก็ไม่ได้มีหลวงปู่เกษตรเพียงรูปเดียวที่ห่มผ้าบังสุกุล ก็มีพระอีกหลายรูปที่ห่มผ้าบังสุกุลเช่นนี้ แต่อาจจะไม่ค่อยเห็นมากนัก เพราะท่านอาจจะปฏิบัติธรรมอยู่ในเขาในป่า 

เมื่อหลายคนไม่เคยเห็น จึงมองว่าเป็นพระจี้กงบ้าง เป็นพระที่สร้างคอนเทนต์บ้าง เพื่อดึงดูดความสนใจให้คนมาศรัทธา แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เพราะหลวงปู่เกษตรห่มผ้าบังสุกุลที่อาตมารู้จักก็ 23 ปีแล้ว ท่านก็ยังห่มแบบนี้มาตลอด และก่อน 23 ปี ก็คิดว่าท่านน่าจะห่มมาก่อนหน้านั้นแล้ว หรือไปถามคนที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คงเป็นเรื่องปกติ เพราะคนที่นั่นจะเห็นท่านห่มจีวรแบบนั้นเป็นประจำเสมอ ซึ่งหลายคนก็อย่าไปปรามาสท่าน เพราะท่านเองก็อายุ 80 แล้ว อีกทั้งท่านก็ยังศึกษาพระไตรปิฎก ยึดพระไตรปิฎกเป็นหลัก การแสดงพระธรรมเทศนา เพราะเวลาท่านเทศนาท่านจะกางพระไตรปิฎกอ่านเลย ซึ่งก็เป็นพระมีความรู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในสมัยนั้นก็ถือว่าสูงมาก ถ้าออกไปทำกิจธุระภายนอกก็ห่มจีวรเหมือนพระทั่วไป ท่านบอกว่าไม่เช่นนั้นคนอื่นจะติติงถึงความไม่เหมาะสม

หลวงพ่อเกษตร มีวัตรปฏิบัติเคร่งครัด พระที่มาจำวัดห้ามใช้เครื่องมือสื่อสาร ทำให้ทุกวันนี้มีท่านจำวัดอยู่เพียงรูปเดียว แนวทางที่ท่านยึดถือมาตลอด คือตามแบบพระไตรปิฎก เวลาเทศน์จะอ่านตามพระไตรปิฎก ไม่มีการว่านอกเรื่อง หรือนำความคิดส่วนตัวเข้าไปใส่มากนัก

จากการได้พูดคุยธรรมะ ท่านบอกว่า ได้ศึกษามาหลายอาจารย์ แต่ไม่รู้จะเชื่อใคร จึงมุ่งศึกษาตามพระไตรปิฎกเป็นหลัก เพื่อให้เข้าถึง สติปัฏฐาน 4 คือ ข้อปฏิบัติเพื่อรู้แจ้ง คือ เข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ ท่านเล่าว่าหลังจากมีคนมาถ่ายคลิปท่านลงโซเชียล มีประชาชนมาวัดมาก แต่บางคนมาแล้วก็ผิดหวัง เพราะไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้าง หรือวัตถุมงคลตามกระแสนิยมให้กราบไหว้ ท่านเน้นอยู่ตามธรรมชาติ ญาติโยมบางคนก็ไม่มาอีก แต่ท่านยังยืนยันว่าวัดไม่ได้เน้นสิ่งปลูกสร้าง แต่อยากให้ญาติโยมที่มาได้ซึมซับหลักธรรมเป็นหลัก.