โซเชียลแห่ให้กำลังใจ "หมอสมรส" แพทย์เฉพาะทางด้านฟื้นฟู และรักษาคนไข้อัมพาต หลังแชร์ประสบการณ์ป่วยเป็น "โรคมะเร็งไทรอยด์" บอกโชคดีมากกว่าถูกรางวัลที่ 1

วันที่ 19 กันยายน 2566 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Somros MD Phonglamai ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ผมโชคดี ถูกรางวัลมากกว่ารางวัลที่หนึ่ง 17 ใบ 102 ล้านบาทอีกครับ โพสต์นี้ได้รับพลังใจจากเพจ สู้ดิวะ ในฐานะที่เป็นหมอ และคนไข้มะเร็งเหมือนกัน หวังว่าอ่านจบแล้ว เพื่อนๆ จะได้ข้อคิด ไปแบ่งปันให้คนที่เรารักต่อนะครับ

1. ผมชื่อ สมรส เริ่มจากผมเป็นหมอเฉพาะทางด้านฟื้นฟู และรักษาคนไข้อัมพาตเยอะอายุน้อยมาก เลยกลัวว่าจะมีอะไรในหัวมั้ย ยิ่งไปเห็นพี่อิท คุณหมอผ่าตัดสมองโพสต์เรื่องเส้นเลือดโป่งพองในหัวแตก เลยตั้งใจจะไปตรวจสแกนสมอง MRI MRA ว่ามีระเบิดเวลาซ่อนในหัวเรามั้ยนะ

โชคดีครั้งที่ 1 ถ้าไม่เห็นโพสต์พี่อิทคงไม่คิดจะตรวจ

2. ผมไปติดต่อคุณหมอผ่าตัดสมอง ที่ รพ.กรุงเทพพัทยาแนะนำให้ทำเป็นแพ็กเกจ stroke screening program ไปเลยคุ้มกว่า เพราะดูเส้นเลือดแดงที่คอด้วย ก็เลยได้ทำอัลตราซาวนด์ที่คอ

โชคดีครั้งที่ 2 ถ้าอาจารย์เดชาไม่แนะนำ package ก็ไม่ได้ตรวจ

อาจารย์ดิวอัลตราซาวนด์ที่คอให้ เส้นเลือดดีมาก แต่เอ๊ะ มีก้อนที่คอ ผมมองหน้าอาจารย์ดิวที่กำลังวัดขนาดก้อนอยู่ด้วยสายตาจริงจัง "มีโอกาสเป็นมะเร็งกี่ % ครับ" ผมยิ้มถาม ตอนนี้หัวใจเริ่มเต้นเร็ว

"มีโอกาสสูงครับอาจารย์ มากกว่า 90% คงต้องเจาะชิ้นเนื้อต่อครับ"

ในทางการแพทย์ เราเรียนการบอกข่าวร้ายกับคนไข้มา (Breaking Bad News) ไม่คิดว่าจะต้องเจอกับตัวเองเพราะก่อนหน้านี้แข็งแรงมากๆ โดยคนไข้ จะมีกลไก 5 อย่างหลักๆ 1.ปฏิเสธความจริง 2.โกรธ 3. ต่อรอง 4.ซึมเศร้า 5.ยอมรับ

...

"ครับ เดี๋ยวผมนัดเลยให้เร็วที่สุด" ผมข้ามไปขั้นยอมรับข่าวร้ายเลย ใน 1 วินาที อาจเพราะเป็นลิ่มเลือดอุดตันในปอดมาก่อน เจ็บหน้าอกทรมานอย่างมาก เป็นมะเร็งอีก ก็เลยเข้าใจได้

โชคดีครั้งที่ 3 ถ้าอาจารย์ดิวไม่ใช่คนละเอียด ไม่ได้ตั้งใจดูให้ อาจจะไม่ทราบ

4. ผลชิ้นเนื้อ เป็นมะเร็งไทรอยด์สองประเภทรวมกัน พอเกิดในผู้ชาย มันมีโอกาสรุกรานมากกว่าที่เกิดในผู้หญิง ตอนนั้นรีบหาหมอผ่าตัด ว่าจะให้อาจารย์ท่านไหนผ่าดี ต้องผ่าเร็วที่สุด ที่ทำได้ อาจารย์ก้อย endocrine แนะนำอย่างละเอียดและขู่ว่ารีบผ่านะคะ ห้ามรอ ห้ามประมาท

พี่เอฟ พี่ป้อม พี่ปูดมยา อาจารย์ก้อยไปคุย (บลัฟ) กับป๋าไพบูลย์ว่าผ่าให้ผมหน่อย ซึ่งท่านก็คิวแน่นมากๆ อายุก็เริ่มมาก แต่ก็รับผ่าให้ผมภายในสองสัปดาห์ และโรงพยาบาลก็ช่วยดูแลอย่างดี

โชคดีครั้งที่ 4 ถ้าไม่ได้พี่ๆ คุยกับป๋าให้ อาจไม่ได้ผ่าเร็วขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ทำงานที่ รพ.กรุงเทพพัทยา ก็คงไม่เร็วและพี่ๆ น้องๆ ดูแลดีขนาดนี้

สาเหตุของมะเร็งไทรอยด์ เช่น

  • การสัมผัสรังสี เช่น คนไข้มะเร็งฝังแร่ กลืนแร่มา แล้วเราเดินผ่าน, หมอที่ทำงานกับสารทึบสี, กินอาหารปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี, สารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลหรือถูกเผา
  • ได้รับไอโอดีนมากเกินไป (เช่น เกลือเสริมไอโอดีน) หรือการขาดไอโอดีน
  • การได้รับฮอร์โมนที่มากเกินไป
  • ความอ้วน
  • เนื้อแดง อาหารโปรเซส (ไส้กรอก กุนเชียง แหนม แฮม)
  • การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

5. ตอนผ่าตัด พบว่าตัวมะเร็งกำลังไปแตะกล้ามเนื้อด้านหลังแล้ว ดูเกรี้ยวกราดรุกรานจริงๆ ไม่ได้ดูง่าย เหมือนมะเร็งไทรอยด์คนอื่นๆ ถ้าผ่าช้าไปอีกเดือน อาจจะกินลึก และผ่ายากกว่านี้มาก ได้พี่จิมมี่เข้าเคสช่วยป๋า ไม่โดนเส้นประสาทใดๆ เสียงไม่แหบลง แคลเซียมไม่ตกเลยแม้แต่ 0.1 และเย็บแผลให้งดงาม ตอนป๋าไพบูลย์ดึงสายระบายออกจากออก "ปรี๊ด!" เข้าใจคนที่โดนปาดคอเลยจริงๆ จำฝังใจ

โชคดีครั้งที่ 5 ถ้าไม่รีบผ่า มะเร็งน่าจะรุกรานไปลึก อาจกินหลอดลมหรือหลอดอาหาร ยากขึ้นมาก

6. ผมต้องหาที่กลืนแร่ไอโอดีน 131 ซึ่งเป็นแร่กัมมันตภาพรังสี (ผมถึงอินกับเรื่องที่ซีเซี่ยมหลุดมากๆ เพราะตอนนั้นเป็นมะเร็งแล้ว) โดยพี่เบิร์ดคมวุฒิช่วยติดต่ออาจารย์กุ้ง ที่รามาช่วยดูแลผม ทำให้ได้กลืนแร่เร็วที่สุด เท่าที่เร็วได้

โชคดีครั้งที่ 6 ถ้าพี่เบิร์ดไม่แนะนำให้ คงกลืนแร่ช้ากว่านี้มาก

7. ผมใช้ได้แต่สิทธิ์ 30 บาท เนื่องจากประกันไม่รับทำ จากโรคลิ่มเลือดอุดตันในปอดเมื่อ 4 ปีก่อน ผมติดต่อไปตามสิทธิ์โรงพยาบาลต้นสังกัด ต้องเดินเรื่องหลายต่อ และเอกสารเยอะมากๆ บังเอิญปรึกษาพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ หมอสงขลานครินทร์

จนไปโทรคุยกับพี่แกน แนะนำว่าตอนนี้เพิ่งเริ่มมีโครงการ Cancer Anywhere และผมก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ จึงได้ไปรักษากับอาจารย์กุ้งได้โดยไม่สะดุด

โชคดีครั้งที่ 7 ถ้าไม่มีพี่ๆ น้องๆ สงขลานครินทร์ ช่วยแนะนำจนได้โทรคุยกับพี่แกน คงเสียเวลาอีกนาน

8. จากนั้นก็ไปแอดมิตเพื่อกลืนแร่ไอโอดีน 131 เป็นแคปซูลขนาดใหญ่นิดนึง ชิ้นเดียว แต่ถูกใส่มาในกล่องตะกั่วหนัก 10 กิโลกรัม หลังกินมีคลื่นไส้ มึนหัว นอนไม่หลับ อยากจะอาเจียน ช่วงนั้นมี PM 2.5 เต็มไปหมด ทรมานมากๆ

ห้ามเจอใครเลย 2 สัปดาห์ ตอนนั้นภูมิคุ้มกันตก และมีติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ฉี่เป็นเลือดสีชมพูแสบสุดๆ กลั้นปัสสาวะไม่ได้ โทรไปปรึกษาพี่จิมมี่ยูโร กินยาอยู่สองสัปดาห์จนหายขาด ไม่คิดเลยว่าตัวเอง จะเป็นติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ UTI

สแกนหามะเร็งหลังกลืนแร่ พบการแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆ แต่ยังไม่แพร่ไปอวัยวะอื่นๆ

โชคที่ครั้งที่ 8 ถ้าพี่จิมมี่ไปอยู่วัดในป่า (พี่เป็นสายธรรมะ) ก็คงทรมานกว่านี้มาก

9. ระหว่างที่เป็นมะเร็ง ผ่าตัด และกลืนแร่หลายเดือนนั้น ผมโดนหมอปลอม และบริษัทอาหารเสริมโอ้อวดโฆษณาเกินจริง ฟ้องว่าผมไปหมิ่นประมาทเค้า ยิ่งเพิ่มความเครียด และทำให้สุขภาพกายสุขภาพใจแย่มากๆ ต้องรวบรวมหลักฐานทุกอย่างทั้งๆ ที่ยังผ่าตัดมะเร็ง ติดต่อเพื่อนตำรวจ ทนาย อัยการ

ต้องติดต่อขอเอกสาร จากแพทยสภา ติดต่อศาล เพื่อให้กระทบร่างกายน้อยที่สุด ขณะนั้นไม่มีต่อมไทรอยด์แล้ว ร่างกายมีภาวะไทรอยด์ต่ำมากๆ ท้องอืด ปวดหัว ทรมานสุดๆ

โชคดีครั้งที่ 9 มีกัลยาณมิตรตำรวจ ทนาย อัยการ ทำให้ชนะคดี จริงๆ ฟ้องอาญา และแพ่งกลับได้ หมอปลอมจะติดคุก บริษัทอาหารเสริมจะล้มละลาย แต่เนื่องจากยังอยู่ในช่วงรักษามะเร็ง ก็เลยหยุดพักร่างกายจิตใจไปก่อน เจริญเมตตาเยอะๆ

ผมโคตรโชคดีมากๆ โชคดี 9 เด้ง ผมว่าโชคดีกว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง 17 ใบ 102 ล้านอีกนะครับ ผมควรจะตายไป 2 รอบแล้ว

10. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขียนมา เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้เลย มีเรื่องเจ็บปวด ต้องฝ่าฟันอีกมากมาย ที่ไม่ได้เขียนถึง ภาวะไทรอยด์ต่ำ TSH 86 ซึมเศร้าบ้าง ขยับตัวช้าเป็นสลอธ จนมาถึงตอนนี้ ที่ภายนอกผมอาจดูแข็งแรง สูงใหญ่ สดใส ทันสมัย พลังงานล้น ไปบรรยายดูเท่ๆ เป็นหมอที่เก็บรายละเอียดเยอะ แต่ภายใน …. ผ่านอะไรมาเยอะเลยครับ

11. จากเรื่องราวเหล่านี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึง

  • พูดถึงความตายบ่อยๆ เตรียมตัวตายทุกวัน ผมเป็นลิ่มเลือดอุดตันในปอดตั้งแต่ 4 ปีก่อน ต้องกินยาละลายลิ่มเลือดทุกวัน
  • ใช้รถคันเดิม 12 ปี อยู่แบบสมถะๆ
  • แต่งตัวชุดขาวห่มขาวทำงาน ได้เตือนใจตัวเอง
  • เต็ม 100 กับคนไข้ อธิบายเยอะจนเสียงแหบ
  • เต็ม 100 กับคุณหมอที่มาปรึกษา
  • เต็ม 100 กับงานวิชาการ เพราะอยากรีบถ่ายทอดก่อนจะตาย
  • ไปเรียนรู้ความรู้ใหม่ๆ จากยุโรป แล้วนำมาช่วยคนไทย มาสอนหมอไทย
  • ไม่ชอบการโฆษณาเกินจริง (จาก บ.อาหารเสริมที่มาฟ้องผม)
  • ไม่ชอบคนขี้โม้หรือโกหก (จากหมอปลอมที่มาฟ้องผม)
  • จริงใจ ตรงไปตรงมา อะไรไม่เก่งก็บอกเลย ไม่ต้องมาเสียเวลากับเรา มีอะไรอยากเตือนก็เตือนเลย จนอาจจะดูดุดันเกินไปสำหรับวัฒนธรรมไทยบางคน
  • ลดค่ารักษาลง (กันยายน) เพราะอยากช่วยคนได้มากขึ้น ฟื้นฟูได้นานพอที่จะได้ผลชัดเจน และเปลี่ยนชีวิตคนไข้ได้
  • ชอบไปคอมเมนต์ในเพจอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะเรื่องการเมือง เพราะอยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เคยคิดอยากลง สส. ด้วยนะ แต่น่าจะเครียดกว่าเดิมมาก

12. ผมมีความฝันก่อนตาย 3 อย่าง

  1. สนับสนุนทางวิชาการ ช่วยทำงานวิจัย เพื่อพัฒนา TMS, PMS, TPS หรือ innovation อื่นๆ ได้ถูกบรรจุเป็นมาตรฐานการรักษาที่ช่วยคนไข้ได้จริง บนหลักฐานทางการแพทย์จริงๆ ไม่ใช่แฟชั่นความหวือหวาหรือการตลาดโฆษณาเกินจริง
  2. ทำองค์กรในฝันที่มี DNA แบบเรา เน้นงานนวัตกรรมวิชาการ เน้น DNA transform digital, Ai, global citizen, ikigai-rinen ยั่งยืนอยู่ต่อไปแม้ไม่มีผมแล้ว
  3. อนัตตาโสดาบัน, พุทธวิทยาศาสตร์ Scientific Buddhism, อาจไปบวชหรืออยู่เป็นฆราวาส

ขอบคุณนะครับที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ โชคดีจังที่มีเพื่อนดีๆ แบบทุกคน หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ประโยชน์ จากเรื่องราวความเจ็บปวดของผมบ้างนะครับ และเตือนใจคนที่เรารัก

#สู้ดิวะ #โชคดีจังที่เป็นมะเร็ง #DrSomros

นพ.สมรส พงศ์ละไม (ก้อนอิฐ)

ขอบคุณข้อมูล จากเฟซบุ๊ก Somros MD Phonglamai

(อ่าน "ข่าวโซเชียล" ทั้งหมดที่นี่)