"บิ๊กโจ๊ก" มั่นใจเอาผิด "กำนันนก" ได้ เล็งขยายผลถอนรากถอนโคนเครือข่าย บอกได้ยินชื่อมานานแล้ว ยันผู้มีอิทธิพล จะเป็นไม่ได้ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่รู้เห็นเป็นใจ

วันที่ 8 ก.ย. 66 ในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ วันนี้เป็นการพูดคุยกันในประเด็น "กำนันนก" ยันไม่เกี่ยว "หน่อง ท่าผา" ยิง ตร. ทางหลวงดับ!" 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เผยว่า ตัวหน่องหลบหนีอยู่บริเวณดังกล่าว ไม่ได้ออกนอกพื้นที่ เพราะคนเหล่านี้ ออกนอกพื้นที่แล้วจะไปไหนไม่ถูก แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ยังมีคนช่วยเหลือ ทั้งคนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐ จากนั้นชุดสืบสวนลงไป ติดตาม จนพบตัว และปิดล้อมตรวจค้น จนมีการปะทะต่อสู้กัน เป็นเหตุให้หน่องถูกวิสามัญ เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งเขามีอาวุธติดตัวอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่า ตำรวจจำเป็นต้องวิสามัญ เพราะเขามีอาวุธ และปืนกระบอกนั้นเป็นปืนที่ใช้ยิงตำรวจ พร้อมต่อสู้ตลอดเวลา ขนาดตัวกำนันมามอบตัว แต่เขายังไม่มอบตัวเลย ถ้าหากตำรวจไม่ยิงต่อสู้ นอกจากจะจับคนร้ายไม่ได้แล้ว ตำรวจก็จะได้รับอันตรายด้วย 

เมื่อถามว่าจะขยายผลเอาผิด กำนันนก ได้หรือไม่ เพราะทางหน่อง ท่าผา ถูกวิสามัญไปแล้ว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า ตอนนี้เราแจ้งข้อหา กำนันนก ผู้ใช้จ้างวาน หลักก็ไม่ยาก เพราะเรามีพยาน ประจักษ์พยาน ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเห็นเหตุการณ์อยู่แล้วว่า กำนันนก เสียหน้าจากการปฏิเสธของสารวัตร และตัวหน่อง ไม่ได้มีมูลเหตุโกรธเคืองกับสารวัตร ดังนั้นก็จะเหลือประเด็นเดียวคือ ยิงเพราะมีคนสั่ง วันนี้การที่เราแจ้งข้อกล่าวหากำนันนกได้ เพราะเรามีพยานหลักฐานเพียงพอ ที่เชื่อได้ว่ากำนันนกเป็นคนสั่งให้ยิง และในการสอบสวนทั้งหมด พยานทุกปาก ทั้งแม่บ้าน เจ้าของร้านโต๊ะจีน วันนี้เราเรียกมาสอบว่า มีการสั่งให้ทำลายหลักฐานอย่างไร ใครเป็นคนสั่ง วันนี้แม่บ้านให้การเป็นประโยชน์มาก 

...



ส่วนพรุ่งนี้ 10.00 น. ก็จะมีการสอบปากคำตำรวจทุกนายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ บุคคลที่เป็นพลเรือนทั้งหมด วันนี้เราเก็บดีเอ็นเอ เพื่อไปเปรียบเทียบว่า ใครเอาวงจรปิด และเซิร์ฟเวอร์ออกไป เดี๋ยวก็จะเห็นทั้งหมด มันมีไม่กี่คนหรอก ที่จะรู้ว่าหลังเกิดเหตุต้องทำอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีหลักฐานสาวไปถึง อาจมีการแจ้งข้อหากำนันนกเพิ่มเติม คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นด้วย อาทิ การสั่งให้เอาวงจรปิดออก สั่งให้ทำลายหลักฐาน หรือพาคนร้ายหนี ซึ่งแม่บ้านให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ทำให้เรามัดกำนันนกได้ทั้งหมด ซึ่งตนมั่นใจว่า กำนันนก ไม่หลุดคดีอยู่แล้ว เพราะหลักฐานชัด แต่สิ่งที่จะทำคือ จะไปไล่ว่า เครือข่ายของกำนันนกเป็นอย่างไรบ้าง เพราะถึงเวลาก็ต้องถอนรากถอนโคนสักที เพราะได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ต้องบอกตรงๆว่า ผู้มีอิทธิพลจะเกิดไม่ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่รู้เห็นเป็นใจ ถ้าตำรวจไม่ไปให้ท้าย หรือเป็นลูกน้องเขา เขาให้มารับใช้ประชาชน ไม่ใช่มารับใช้คนแบบนี้

เมื่อถามว่า ประชาชนติดใจว่า ทำไมหลังเกิดเหตุตำรวจไม่ติดตามคนร้ายในทันที พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า เรื่องนี้กำลังสอบสวนอยู่ เพราะหากเป็นเหตุให้คนร้ายหนีไป ทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุ ยุ่งกับพยานหลักฐาน อาจผิด 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต้องดำเนินคดีทั้งหมด 



ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ รองแต้ม เผยว่า เมื่อรู้ข่าวก็ตกใจ และอีกเรื่องที่เลวร้ายในความรู้สึกตนคือ เขายิงตำรวจ แต่ตำรวจที่อยู่ตรงนั้นทำอะไรกัน ทั้งๆ ที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย โดยเฉพาะสืบจังหวัด ทำไมไม่จับ ตำรวจจะพกปืนหรือไม่พก ก็ต้องเข้าชาร์จตัวผู้ก่อเหตุ ผมรู้สึกว่า ตำรวจยุคใหม่ใจปลาซิว ประสบการณ์ในการทำงานน้อย เด็กใหม่ๆ ขึ้นเป็นผู้กำกับ ผ่านประสบการณ์มาน้อยกว่ารุ่นผมแน่ๆ ผมถามว่า ก่อนจะมีเรื่องยิงต้องมีสัญญาณในการทะเลาะ คุณเป็นผู้กำกับ ต้องรู้สถานการณ์แล้ว ต้องแก้ปัญหา แต่ไม่รู้ว่าทำหรือเปล่า

พล.ต.ต.วิชัย บอกด้วยว่า ตอนเกิดเหตุนั้นตำรวจจะต้องรีบจับกุมทั้งนายหน่อง และกำนันนก เพราะถือเป็นเหตุซึ่งหน้า ถ้าผมเป็น ผบ.ตร. ไม่ใช่แค่สอบอย่างเดียว แต่ต้องไล่ออกตำรวจที่อยู่ตรงนั้นแล้ว เพราะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจไม่มีนอกเวลา ออกเวรแล้ว ถ้าเจอเหตุ แล้วไม่จับ ยังผิดเลย มันมีหลายอย่างที่จะทำได้ ผมว่าตำรวจเจ็บแค้นหมดกับเหตุการณ์นี้ ผมยังอึดอัดเลย เพราะเพื่อนเรา น้องเราโดนยิง ซ้ำเป็นตำรวจน้ำดี ถูกส่งตัวไปเพื่อแก้ปัญหาส่วยทางหลวง ผมยังไม่รู้เลยว่า มันกรุ่นมาก่อนหรือเปล่า สาเหตุมีแค่มาจากการโยกย้ายจริงหรือเปล่า นอกจากนี้ อาวุธปืนก็เป็นสิ่งที่เข้ามาเสริมความรุนแรงด้วย

ทั้งนี้ ขอฟันธงด้วยว่า คนที่จะบอกให้เอาวงจรปิดออก หรือทำลายหลักฐานภายในบ้านกำนันนก ต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะเขาจะรู้ว่าอะไรที่จะมัดตัวได้ เรื่องนี้ทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจ

ติดตามได้ในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ เวลา 15.30 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32