ผอ.โรงเรียน ที่ร้อยเอ็ด เผยเรียกมาเตือนแล้ว ครูที่สั่งทำโทษเด็ก ลุกนั่ง 100 ครั้ง จนเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลาย พี่ชายโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องหยุดลงโทษเกินกว่าเหตุ

วันที่ 25 ส.ค.66 จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Ramin Singtep" ได้โพสต์ภาพนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ซึ่งนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล พร้อมข้อความระบุว่า "แค่น้องผมลืมไม้แบดไปโรงเรียน จำเป็นต้องให้ ลุกนั่ง 100 รอบไหมครับ มันเกินไปไหม น้องผมเจ็บขามา 3 วันแล้ว เจ็บจนร้องไห้ ต้องกินยาแก้ปวด จนวันนี้น้องผมได้เข้าโรงพยาบาล มันเกินไปไหมครับการลงโทษแบบนี้ แค่ลุกนั่ง 20 รอบก็เหนื่อยแล้ว อันนี้ 100 รอบ เลยนะครับ เกินไปไหม

พอเถอะนะครับลงโทษแบบนี้ คุณครูลองมาทำดูเองไหมครับ ลุกนั่ง 100 รอบ น้องผมเป็นนักเรียนอยู่แค่ ม.2 ไม่ใช่ทหารนะครับ #หยุดลงโทษที่เกินกว่าเหตุ" พร้อมกับแชร์ใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่า เด็กมีภาวะการสลายของกล้ามเนื้อ ให้ดื่มน้ำมากๆ และงดการเดิน พร้อมกับให้หยุดเรียนเป็นเวลา 4 วัน คือ 25-28 ส.ค. และจะได้นัดมาตรวจอาการอีกครั้ง 

ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ ใช้คำว่าสลายกล้ามเนื้อ ไม่ธรรมดาแล้ว, 10 - 15 รอบก็ขาล้าแล้วสำหรับเด็ก ขอให้หายไวๆครับ, หายไวๆนะคะ, เดี๋ยวครูก็มาบอกว่า ไม่ได้ตีแล้วไงอีก ฯลฯ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของเด็กที่ถูกทำโทษ โดยพ่อของเด็ก เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกตนยังไม่รู้ว่าลูกสาวถูกทำโทษจนได้รับบาดเจ็บ แต่ผ่านมาประมาณ 2 วัน วันที่ 3 ลูกสาวร้องไห้บอกว่าเจ็บขา ให้ตนพาไปหาหมอ ที่ รพ.เสลภูมิ หลังจากแพทย์ตรวจแล้ว ลงความคิดเห็นในใบรับรองแพทย์ว่า "ภาวะการสลายกล้ามเนื้อ" จึงได้ออกใบรับรองแพทย์ให้ลาป่วยตั้งแต่วันที่ 25-28 สิงหาคม 2566 ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ทางโรงเรียนก็ได้เดินทางมาขอโทษที่บ้าน แต่ ผอ. ไม่ได้เดินทางมาด้วย และตนก็ไม่ได้อยู่ที่บ้าน มีเพียงปู่กับย่าอาศัยอยู่บ้าน ตนก็อยากจะเดินทางเข้าไปพบ ผอ. อีกครั้ง เพื่อแจ้งกับ ผอ.ว่า จะแก้ไขปัญหาอย่างไรกับเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะตนก็เคยได้ยินว่า มีนักเรียนหลายคนที่ถูกทำโทษในลักษณะนี้มาแล้ว ในฐานะที่ตนเองก็เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนนี้ ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกของใครอีก

...

สุดท้ายตนก็อยากฝากถึงครูผู้ที่สั่งทำโทษเด็กว่าให้หยุดพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะหากเกิดขึ้น ก็จะส่งผลกระทบทั้งครอบครัวและตัวเด็กเอง ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่า ลูกของตนจะกลับมาเดินได้ปกติไหม ก็คงจะต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง

จากนั้นผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง ผอ. โรงเรียน ทราบว่า เบื้องต้นได้เรียกคุณครูที่ลงโทษเด็กมาตักเตือนว่า ไม่ให้กระทำการเช่นนี้อีก พร้อมกับจะได้พูดคุยกับทางครอบครัว เพื่อดูแลรักษาเด็กให้กลับมาเป็นปกติต่อไป.

(ดูโพสต์ต้นฉบับที่นี่)

(ติดตามข่าว "ในกระแส" ทั้งหมดที่นี่)