บล็อกเกอร์สาว "ทราย ฟาร์มสุขเล็กๆ" เผยเหตุผล ดำเนินคดีคนแชร์ภาพใส่บิกินี บูลลี่สนุกปาก ขึ้นศาลไกล่เกลี่ย เหตุผลที่ต้องยอมจบด้วยเงิน 35,000 ทั้งๆ ที่เรียกไป 2 แสน ย้ำไม่ควรต้องมีใครมาโดนว่าแบบนี้ เพียงเพราะแค่ไม่สวยตามหลัก beauty standard

วันที่ 24 ส.ค. 66 เรียกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นแล้วสำหรับการบูลลี่ ล่าสุด เจ้าแม่คอสเพลย์คนดัง ทราย เบญจพร เจษฎากานต์ เจ้าของเพจ "Framsook Lek Lek" (ฟาร์มสุขเล็กๆ) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เล่าเหตุการณ์ที่ต้องดำเนินคดีกับคนที่แชร์ภาพตัวเองสวมบิกินีลงกลุ่ม บูลลี่กันสนุกปาก

โดยระบุว่า "วันนึงมีคนทักเข้ามาในเพจว่ามีคนแชร์รูปทรายไปในกลุ่มๆ หนึ่ง ข้อความก็อย่างที่เห็นเลยค่ะ ทรายได้แต่สงสัยว่าเราไปทำอะไรให้พวกเขาไม่พอใจเหรอ การไปเที่ยวทะเลแล้วใส่ชุดว่ายน้ำมันผิดกาลเทศะ? รึว่าแค่เพราะเราอ้วนจึงถูกรังเกียจ

ตอนแรกคิดว่าอยากเข้าไปโต้ตอบพวกเขาเหมือนกัน แต่ก็คิดว่าเราต้องมีความคิดต่ำๆ ขนาดไหน ถึงจะสามารถพิมพ์ข้อความแบบนั้นได้ เราเลยปกป้องตัวเองด้วยวิธีทางกฎหมาย

ทรายไปศาลทุกครั้ง ทั้งๆ ที่แค่ส่งทนายไปก็ได้ ทรายไปเพราะอยากเจอคู่กรณี อยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาพูดกับเราแบบนั้น อยากรู้ว่าถ้าเขาเจอหน้าเรา จะขอโทษไหม และก็เป็นไปตามคาด ไม่มีคำเหล่านั้นหลุดออกมา

ทรายเรียกไป 2 แสน ซึ่งเป็นโทษสูงสุด ทางนั้นยื่นมาว่าขอให้แค่ 3 หมื่น เพราะเขาเป็นแค่พนักงานโรงงาน เงินเดือนแค่ 15,000 แน่นอนว่าทรายไม่ยอม ไม่ใช่เพราะมันน้อยไปหรอกนะ แต่เพราะมันดูง่ายไป

เมื่อทรายไม่ยอม ผู้พิพากษาก็เรียกไปคุยหน้าบัลลังก์ ทรายบอกท่านว่างานเราใช้ชื่อเสียง และการกระทำของเขาอาจทำให้มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และการจ้างงานได้
ท่านผู้พิพากษาแนะนำว่า ให้ไปไกล่เกลี่ยกันอีกที และคนที่จะเข้ามาจ้างงานก็น่าจะมีวิจารณญาณว่าเราไม่ใช่คนผิด เพราะเราไม่ได้เป็นคนทำ ประโยคนี้ทำเราใจชื้นขึ้นมาเยอะเลย

สุดท้ายเราเลยยื่นตัวเลขไปว่า 50,000 งวดเดียว หรือ 70,000 แบบทยอยจ่ายแล้วเราก็จะถอนฟ้องให้ แต่ทางนั้นก็พูดมาอย่างเดียวว่าตอนนี้ไม่มี โอเค งั้นเราให้เวลาอีก 1 เดือน แล้วมาเจอกันครั้งหน้า ซึ่งเป็นนัดไกล่เกลี่ย

...

จนมาถึงวันนัดไกล่เกลี่ย เริ่มจากเจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยเรียกทางเราเข้าไปก่อน ท่านพูดคุยให้คำปรึกษากับเราซึ่งดีมาก ท่านบอกว่าถ้าจบเร็วจะเป็นผลดีต่อเรานะ ทั้งเรื่องเวลาและชื่อเสียงด้วย เราเลยยื่นไปว่าถ้า 40,000 ได้ ทางเราจะถอนฟ้องให้ (คดีนี้เป็นอาญานะคะ)

จากนั้นเจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยก็เรียกอีกฝ่ายเข้าไปคุย (เป็นการสลับกันเข้าไป) ประมาณ 10 นาที มีเจ้าหน้าที่มาตามเราและทนายเข้าไปในห้อง เพื่อคุยกับคู่กรณีแบบเผชิญหน้า

เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยแจ้งว่าทางนั้นมีแค่ 35,000 เพราะมาจากโคราช มีเงินอยู่เท่านี้ และเงินจำนวนนี้คือเงินของพ่อแม่ ไม่ใช่เงินของลูกชายผู้กระทำผิด เพราะเขาไม่มี อยากให้ถอนฟ้อง อยากให้เรื่องจบ จะให้พ่อแม่มาไหว้ขอโทษแทนก็ยอม

เข้าใจแล้วใช่ไหม ว่าทำไมเราถึงยอมให้เรื่องจบด้วยเงิน 35,000

อันที่จริงมันอาจจะเป็นแค่เทคนิคในการต่อรอง หรืออะไรก็ไม่รู้แหละ แต่การจะให้คนอายุจะ 70 มาขอโทษเรา ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไร เราว่ามันไม่ควรจริงๆ

ส่วนตัวคนกระทำผิด เราบอกให้โพสต์ขอโทษลงโซเชียล กลับตอบเรามาว่าแค่ขอโทษซึ่งหน้าไม่ได้เหรอ เราบอกไม่ได้ ทีคุณยังแชร์เรื่องเราไปโพสต์บนโซเชียลเลย และต้องแท็กเพจกับเฟซเรา ห้ามลบด้วย

เขาก็แค่โพสต์ตามที่ทุกคนเห็น และไม่ได้เอ่ยขอโทษต่อหน้าเราสักคำ

ทรายใช้ระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 8 เดือน ในการดำเนินคดีไปศาลทั้งหมด 3 ครั้ง อ่านข้อความเหล่านั้นซ้ำๆ แบบนับไม่ถ้วน และคิดว่าเป็นเพราะเราอ้วนแค่นั้นเองเหรอ เรื่องนี้มันมีผลกระทบต่อจิตใจเรามาตลอด

ในโลกโซเชียลที่ทุกคนเห็นเราดูเป็นคนมั่นใจและสดใส คือ เราต้องพยายามสร้างสิ่งนั้นเพื่อกดทับเรื่องเหล่านี้ไว้

สุดท้ายทรายอยาก "ขอ" ว่าอย่าคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง อย่าให้เขามาหาผลประโยชน์จากความไม่พอใจของเราได้ และที่สำคัญอย่าไปว่าพ่อแม่รึคนรอบข้างเขาเลย พวกเขาไม่ได้ผิดอะไร

ทรายชอบประโยคนึงจาก Forrest gump
"จงสุภาพกับทุกคน แม้คนนั้นจะหยาบคายกับคุณก็ตาม
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่เพราะคุณเป็นคนดี""

ทั้งนี้ หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมกับให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก อาทิ ควรจบที่ 2 แสน หรือผ่อนเดือนละ 5 พัน จนกว่าจะสำนึก, คุณทรายทำถูกต้องแล้วค่ะ ที่ตรงนั้นอาจจะเป็นศูนย์รวมคนที่มีความคิดตกต่ำเหมือนกัน พอไปเจอกันก็เลยยิ่งพยายามคอมเมนต์ซัพพอร์ตความคิดกันแบบสนุกปาก ถ้าเป็นคนรู้จักหรือญาติพี่น้องตัวเองโดนแบบนี้ พวกมันจะยังสนุกอยู่รึเปล่า, กอดนะคะคุณ คุณทำถูกต้องแล้วค่ะ ไม่ควรมีใครต้องโดนแบบนี้เลย, น้องทรายเป็นคนดีมากที่ยอมความให้ และนึกถึงพ่อแม่เขา ทั้งที่ตัวเขาเองยังไม่คิดเลยว่าทำแบบนี้ คนที่โดนและคนใกล้ตัวจะต้องมาเดือดร้อนเพราะการกระทำของเขา ฯลฯ

ซึ่ง ทราย ได้เข้ามาคอมเมนต์ตอบว่า "ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ทรายเองรู้สึกหดหู่ที่ต้องกลับมาอ่านข้อความเหล่านี้อีกครั้ง แต่แค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าทรายโดนอะไรบ้างและต้องโดนถึงขนาดนั้นเลยเหรอ เพียงแค่เราไม่ได้มีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มา ทรายจะรับไว้และใช้มันเป็นอย่างดี"

นอกจากนี้ ทราย ยังบอกด้วยว่า ไม่อยากให้ใครต้องโดนว่าแบบทราย เพียงเพราะแค่รูปร่างเราไม่ได้สวยตามหลัก beauty standard ค่ะ บางคนเขาอาจไม่มีเงินจ้างทนายเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมแบบทราย และต่อให้ได้ความยุติธรรมมา ก็ไม่สามารถลบความหดหู่ที่เกิดขึ้นในหัวใจได้หรอกค่ะ.

(อ่านโพสต์ต้นฉบับได้ที่นี่)

ที่มาจาก เฟซบุ๊ก Framsook Lek Lek


(ติดตาม "ข่าวในกระแส" ทั้งหมดได้ที่นี่)