หนุ่มนั่งรถเมล์กลับบ้าน หลับสนิท ตื่นมาตี 1 ติดอยู่ในรถ ซึ่งจอดอยู่ในอู่ ก่อนถูกตั้งข้อสังเกต ทำคอนเทนต์หรือไม่ ด้าน บริษัทรถเมล์แจงแล้ว พบเป็นมุมอับ ก่อนขอโทษผู้โดยสาร
วันที่ 7 ส.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งได้โพสต์คลิปหลังติดอยู่ในรถเมล์ซึ่งจอดอยู่ภายในอู่ เนื่องจากหลับเพราะฤทธิ์ยาแล้วไม่มีใครปลุก โดยระบุว่า "หลับยาวตื่นตอนตี 1 รอบที่สองละที่เป็นแบบนี้ พนักงานไม่ปลุก คนขับไม่สังเกต"
โดยในคลิปผู้โพสต์ซึ่งอยู่ในรถเมล์ไม่สามารถออกได้ พร้อมบอกว่า "รีวิวการติดอยู่ในรถเมล์สาย 147 โดยนอนหลับอยู่ที่เบาะหลังแล้วไม่มีมาปลุกเลย ซึ่งก็หลับอยู่ตรงนี้เป็นประจำ เพราะกินยานอนหลับไปประมาณ 20 กว่าเม็ด พยายามหาปุ่มเปิดประตูรถก็ไม่เจอ บีบแตรเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะไม่มีคนอยู่ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว"
จากนั้นได้ทดลองบีบแตรรถเสียงดังแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน ก่อนจะไปเจอปุ่มประตูฉุกเฉินข้างประตู หลังจากนั้นก็ลองทำตามวิธีที่เขียนติดไว้ จนประตูเปิดออก แล้วผู้โพสต์จึงเดินลงจากรถ แล้วก็บิดปุ่มประตูฉุกเฉินที่ด้านนอกเพื่อปิดประตู เผื่อใครติดอยู่ในรถแบบนี้ ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยมีคนแนะนำว่า พยายามนั่งตรงที่เขาเห็น หรือบอกกระเป๋าว่าจะลงตรงนี้นะปลุกด้วย เพราะทานยาเป็นประจำเผลอหลับจะตื่นยาก เขาน่าจะปลุกให้
...
ด้าน นายดนัย ดวงดี อายุ 27 ปี ช่างดูแลรถ ประจำสาย 147 เผยว่า ความรู้สึกของตนเอง ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เนื่องด้วยมาตรการ การตรวจรถตั้งแต่รถเข้ามาจอดที่อู่ โดยกระเป๋ารถเมล์ จะเปิดไฟภายในรถ หลังจากนั้นทีมช่างจะขึ้นไปตรวจรถอีกหนึ่งรอบ ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ก่อนจะนำรถเข้าไปจอดยังจุดชาร์จกระแสไฟ ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ทุกวัน กับรถทุกคัน โดยช่างกะสุดท้ายจะเลิกงานประมาณตี 2-3 ทุกวัน ส่วนตัวคิดว่าเป็นการทำคอนเทนต์เพื่อสร้างยอดวิว พร้อมฝากถึงประชาชนในเรื่องความปลอดภัยของระบบรถ โดยระบบของรถมีความปลอดภัยสูง มีทางออกฉุกเฉิน มีอุปกรณ์ทุกกระจก ประตูลมสามารถตัดระบบเปิดประตูได้ตลอดเวลา
ต่อมา บริษัทไทย สมายล์ บัส จำกัด ได้ทำหนังสือชี้แจง กรณีดังกล่าว โดยระบุว่า "ตามภาพวิดีโอที่ปรากฏผู้โดยสารท่านหนึ่งอยู่บนรถประจำทางของบริษัทในเครือ ภายหลังจากหมดระยะทางการเดินรถในช่วงกลางดึก ที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น ทางบริษัทฯ ได้ทราบเหตุการณ์ดังกล่าวและได้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียด พบว่าบริเวณที่เกิดเหตุอยู่บริเวณด้านท้ายของตัวรถ ซึ่งเป็นมุมอับสายตา จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ตามภาพวิดีโอดังกล่าวขึ้น
อย่างไรก็ดี ทางบริษัทฯ กราบขออภัยท่านผู้โดยสารเป็นอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอขอบพระคุณทุกความคิดเห็นที่แจ้งปัญหาในการใช้บริการต่างๆ ให้ทางบริษัทได้รับทราบ บริษัทฯ ขอน้อมรับคำแนะนำดังกล่าวเพื่อนำไปปรับปรุงการมาตรฐานให้บริการของบริษัทฯ ให้ดียิ่งขึ้น
บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า ทางบริษัทฯ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการให้บริการและมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาการให้บริการของบริษัทฯให้มีคุณภาพ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้บริการทุกท่าน"
(ติดตามประเด็นร้อน "ข่าวโซเชียล" ได้ที่นี่)