"โซไรดา" เผยนาทีตัดสินใจ นำทีมแพทย์คุยเจ้าของ "พังสีเวย" อายุ 65 ปี ยุติความทรมานจากอาการท้องผูก ให้คุณยายสีเวยพ้นความเจ็บปวด หลับไปนิรันดร์
เป็นเรื่องเศร้า สำหรับคนที่ติดตามอาการป่วยของ ช้างพังสีเวย อายุ 65 ปี ที่เข้ารักษาอาการป่วยท้องผูก เมื่อ น.ส.โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนช้าง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว อาลัยช้างพังสีเวย ซึ่งตายเมื่อวันที่ 5 ส.ค.66 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า "ในชีวิต...การบอกลาไม่เคยง่ายเลยค่ะ ขอให้คุณยายสีเวยหลับให้สบายนะคะ...."
ทั้งนี้ น.ส.โซไรดา ได้เล่าเรื่องราวการรักษาช้างพังสีเวยว่า ช้างพังสีเวยเข้ารักษาอาการป่วยท้องผูก เมื่อวันที่ 15 ก.ค.66 ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 5 ส.ค.66 วันนี้จริงๆ เป็นวันที่ 20 ที่พังสีเวย มาทำการรักษาที่โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างแห่งนี้จากอาการท้องผูก
การรักษาดำเนินไปตลอดทุกวัน โดยได้มีการปรึกษาหารือกับสัตวแพทย์ที่เคยให้การรักษามาก่อนหน้า และอาจารย์หมอผู้ชำนาญการและที่เคยให้การรักษาพังสีเวยมาก่อนด้วย
เมื่อวานได้สรุปที่ว่า วันนี้จะดำเนินการให้ยาซึม และจะใช้อุปกรณ์ช่วยอ้าปากให้ยา เพื่อให้มูลก้อนเจ้าปัญหาออกมา ทั้งนี้ได้ความร่วมมืออย่างดียิ่งจากอาจารย์หมอบิ๊ค ฉัตรโชติ ทิตาราม ที่ปรึกษาฯ
วันนี้การให้การรักษายังคงเป็นเช่นทุกวันที่ผ่านมา และมีทีมผู้ใหญ่ใจดีประกอบด้วย ทีมสัตวแพทย์จาก สถาบันคชบาลแห่งชาติ นสพ.ทวีโภค อังควานิช ผู้จัดการส่วนอนุรักษ์และบริบาลช้าง สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ, สพญ.วรางคณา ลังการ์พินธุ์ (หมอโบนัส) หัวหน้างาน โรงพยาบาลช้างลำปาง สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ, นสพ.กิตติกุล นามวงค์พรหม (หมอยอด), สพญ.นฤพร กิตติศิริกุล (หมอมามี), สพญ.ภาวินี กุลนานันท์ (หมอป่าน) สัตวแพทย์ ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า มช. และมูลนิธิเพื่อนช้างสัตว์
...
แพทย์หญิงเครือทอง ขยัน (หมอเก๋) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลช้างมูลนิธิเพื่อนช้าง ได้ทำการสวน ตรวจเลือด และทำการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ ผลพบว่า ลำไส้ใหญ่ส่วน cecum (ไส้หมัก; ลำไส้ใหญ่ส่วนแรกที่ต่อมาจากลำไส้เล็ก) มีการฉีกขาด(แตก) มาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว พบ น้ำจากทางเดินอาหารอยู่ในช่องท้อง และพบ fibrin (โปรตีนที่ช่วยทำให้เลือดแข็งตัว) จำนวนมาก (ผล ultrasound ด้านขวาจะเจอเยอะกว่าด้านซ้าย) บริเวณผนังลำไส้ที่ฉีกขาดมีเนื้อเยื่อพังผืดมาเกาะ
ท้องที่ขยายใหญ่ เป็นน้ำที่หลุดจากผนังลำไส้มาอยู่ในช่องท้อง ไม่ใช่แก๊สภายในลำไส้, ไตมีการบวมอักเสบ เนื่องจากมีอาการป่วยต่อเนื่องมานาน, ลำไส้ใหญ่มากบังตับทำให้มองไม่เห็นตับ, ไม่พบก้อนมูลที่เป็นปัญหา คาดว่าก้อนมูลอาจอยู่บริเวณลำไส้ส่วน cecum (ไส้หมัก) หรือ ก่อนเข้าลำไส้ส่วน rectum (ไส้ตรง)
ช้างอยู่ได้ถึงทุกวันนี้เนื่องจากการคุมการติดเชื้อและได้สารน้ำทุกวัน หากปล่อยนานกว่านี้ช้างจะทรมาน ลำไส้ที่ขยายใหญ่ดันไปกดช่องอก ทำให้ช้างหายใจไม่ออกและช็อกเสียชีวิต
จากนั้น จึงขอคุยกับเจ้าของช้าง โดย ผอ.หมอเก๋ อธิบายผลจากการตรวจ คุณยายทรมานมาก แสดงอาการปวดท้องอย่างที่สุด อ้าปาก ลิ้นซีดเป็นสีขาว ความทรมานนี้ควรยุติโดยเร็วที่สุด เพื่อให้คุณยายสีเวยพ้นความเจ็บปวด โดยให้คุณยายได้หลับไปนิรันดร์ เจ้าของเข้าใจและอนุญาต
คุณยายหลับไปเมื่อเวลา 21.23 น. ท่ามกลางความเศร้าใจของเราเพื่อนช้างทุกคน สมาชิกครอบครัวของคุณยายได้มาลาคุณยายด้วยความอาลัยด้วย.