ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร หนุ่มเผยเหตุการณ์สำคัญในชีวิต จากการป่วยเป็น "โรคมะเร็งกระดูก" ผลักดันให้มุ่งมั่นตั้งใจ สานฝันให้พ่อแม่ จนได้เป็น "พนักงานราชการ"

วันที่ 5 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายว่า โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้บัญชี TikTok@kunz_suwat ที่ได้โพสต์คลิปวิดีโอ เล่าเรื่องราวชีวิตของตนเอง พร้อมระบุข้อความว่า ปัจจุบันผมเป็นพนักงานราชการ ตามระเบียบฯ พนักงานราชการ ก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทหนึ่ง

สำหรับชีวิตผมข้างต้น ได้แค่นี้ผมก็พอใจอย่างมากแล้วครับ และโรคมะเร็งที่ผมเป็น คือ มะเร็งกระดูก ที่มีเนื้องอกขนาด 4 ซม. ที่กระดูกแขน ปัจจุบันหายเป็นปกติแล้ว แต่ยังต้องตรวจระวังทุกๆ ปี

ทั้ง 3 เหตุการณ์มรสุมชีวิต เกิดขึ้นในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกันในปีเดียวกัน และความเลวร้ายในชะตากรรมชีวิตทั้ง 2 เหตุการณ์ คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมมีแรงผลักดัน ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ จนเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ คือ การสอบติดกรมสรรพากร ได้มีชีวิตใหม่มาเกือบ 3 ปีแล้วครับ

...

ได้เข้าใจว่าเวลาทุกวินาทีมีค่า ก็เมื่อได้เจอกับตัวเอง ในขณะที่วันนี้ ยังเป็นกรรมกรแบกหาม และเป็นคนที่กำลังนั่งรอความตาย แต่อีกวัน ชีวิตกลับหลุดพ้นอย่างกับไปอยู่ในอีกโลก เหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย 3 ภาพจำที่ทรงคุณค่า 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน 

ในขณะที่ป่วยเป็นโรคร้าย ที่ใครๆ ก็บอกว่ารักษาไม่หาย นอนรอความตายอย่างเดียว แต่ก็ยังเลือกที่จะสู้ชีวิตไปพร้อมกัน ด้วยการเป็นกรรมกรแบกหาม แม้นต้องเจ็บปวดจากโรค แม้นต้องทุกข์กับสภาพชีวิต แต่เลือกที่จะอดทน ทว่าชีวิตก็เหมือนละคร

จากคนป่วยใกล้ตาย และเอาร่างกายที่ไม่ค่อยจะไหว ไปยืนสู้แดดสู้ลม เพื่อให้มีเงินมาประทังชีวิตที่ยังเหลือ เสื้อผ้าสกปรกเปื้อนโคลน ตื่นเช้ามาอีกวัน กลับตื่นมาอยู่ในห้องแอร์ ใส่เสื้อผ้าดีๆ เครื่องแบบเท่ๆ โรคภัยไข้เจ็บ คราบเหงื่อ คราบน้ำตา หายไปในพริบตา 

หลายครั้งที่คิดว่ามันคือความฝัน แต่มันก็คือความจริง แค่เสี้ยววินาที เลือกที่จะสู้หรือจะถอย อาจเปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปตลอดกาล อดีตจบลงในวัย 22 ปี และก้าวเดินต่อไป ในโลกใบใหม่จนถึงปัจจุบัน และไม่เคยอายไม่เคยปกปิดอดีตของตัวเอง ขอเป็นกําลังใจให้นักสู้ชีวิตทุกคน ฉันเคยเป็นกรรมกร ฉันเคยเป็นผู้ป่วยมะเร็ง

ซึ่งหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชม และให้กำลังใจหนุ่มเจ้าของคลิปเป็นอย่างมากในเรื่องของการสู้ชีวิต และการมองโลกในแง่บวก 

ต่อมา คุณสุวัฒน์ เพชรมาศศรี อายุ 25 ปี หนุ่มเจ้าของคลิปได้เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า ตอนอายุ 17 มีก้อนเนื้อที่แขน ไปหาหมอบอกแค่เป็นกล้ามเนื้ออักเสบ ให้ยามากินก็ไม่หาย แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด แม้ก้อนจะโตพอสมควร

เมื่ออายุประมาณ 19-20 ปี ได้มาทำงานรับจ้างแบกไม้กับน้า พร้อมกับรับจ้างแบกปาล์ม และกรีดยาง ทำงานโดยใช้ชีวิตได้ปกติทุกอย่าง แต่พอไปฝึกทหารเกณฑ์ ได้ไปตรวจดูก้อนเนื้ออีกครั้ง พบเนื้องอกที่กระดูกแขน ซึ่งเป็นร้ายของมะเร็งกระดูก ชนิดคอนโดรซาร์โคมา

จากนั้นได้รักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คุณหมอผ่าตัดเนื้อร้ายออกได้หมด เพราะไม่ได้ลุกลามรุนแรง แต่ต้องติดตามอาการทุกๆ 6-12 เดือนเพื่อเฝ้าระวัง  ถามว่ามั่นใจว่าจะหาย 100% ไหม ก็ไม่มั่นใจขนาดนั้น แต่ทุกวันนี้ยังใช้ชีวิตปกติ สุขภาพแข็งแรงดี แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเกิดกับตนเองเลย คือ ไม่มีอาการเจ็บปวดทรมาน หลังจากผ่าตัดเสร็จ ก็กลับไปทำงานเป็นกรรมกรเช่นเดิม เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว และใช้ในการรักษา

จนวันหนึ่ง มีการเปิดสอบของกรมสรรพากร ตนคิดว่า ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน เราเหมือนคนกำลังเดินเข้าใกล้ความตาย แล้วนึกถึงคำที่พ่อแม่พูดเสมอ ว่าอยากเห็นลูกได้รับราชการ จะได้ไม่ลำบาก ทำให้มีใจอึดสู้ ขอทำความฝันของพ่อแม่ให้เป็นจริงสักครั้ง ไปสอบกรมสรรพากรโดยที่ไม่มีความรู้พื้นฐานของงานนั้น จนสอบติด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก็อยู่ระหว่างตรวจรักษาโรคมะเร็ง

ส่วนเหตุผลที่ลงคลิป ทำเพื่อเป็นนาฬิกาย้ำเตือนตัวเอง ให้ใช้ชีวิตไม่ประมาท และเป็นแรงผลักดัน วันไหนท้อแท้ขึ้นมา ก็กลับมาดูว่าเราเคยสู้มาขนาดไหน พร้อมฝากไปถึงสังคมว่า ต้นทุนชีวิตต่ำ ความขาด ไม่ใช่สิ่งสำคัญ ตนคิดว่านิสัยและความพยายามากกว่า ที่จะกำหนดชีวิตเรา ความฝัน ความหวัง ความพยายาม ความใจสู้ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ

(คลิกเพื่อชมคลิป)

ไม่ใช่ว่าไม่มีต้นทุนชีวิต เราจะเติบโตไม่ได้ ตราบใดที่หัวใจยังสู้ มีกำลังใจจากมีความพยายาม คนรอบข้าง ก็ต้องสู้ให้สุดแรง สู้ให้ถึงที่สุด ทำทุกวันให้ดีที่สุด ที่เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและส่วนรวม ผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็ให้มันเป็นไป หากเราคิดท้อถอยแม้แต่วินาทีเดียว อาจจะทำให้เราเดินถอยหลัง กลับไปหลายก้าว แต่หากเรามีหัวใจที่สู้ทุกวินาที ต่อให้ไปข้างช้าๆ ทีละก้าว มันก็คือความก้าวหน้า

ทั้งยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ผมเชื่อว่าชีวิตผม ส่วนหนึ่งเกิดจากความกตัญญู ความกตัญญูต่อพ่อแม่ และผู้มีพระคุณ ไม่เคยทำให้ชีวิตใครจมลง ทำทาน 100 ครั้ง ผลบุญไม่เท่าป้อนข้าวให้พ่อแม่กินแค่ครั้งเดียว พ่อแม่ไม่ใช่ผู้วิเศษ แต่ทุกครั้งที่นึกถึงพ่อแม่ ไม่ว่าเจอกับเรื่องอะไร มันจะทำให้คนเกิดพลังที่จะอึดสู้ขึ้นมาทันที

ขอบคุณข้อมูลจาก TikTok@kunz_suwat

(อ่าน "ข่าวโซเชียล" ทั้งหมดที่นี่)