กรมศิลปากร สำรวจพบ "มณฑปทิศ" ของวัดอรุณฯ มีการเอียงทรุดตัว แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะพังทลาย สามารถท่องเที่ยวได้เหมือนเดิม ยืนยันไม่กระทบพระปรางค์ประธาน
วันที่ 20 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพระครูปลัดสุวัฒนรัตนคุณ (ชุมพร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม และเลขานุการวัด ออกมาระบุถึงภายหลังกรมศิลปากรทำการสำรวจพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม แล้วพบว่าบริเวณพระปรางค์ทิศทั้ง 4 รวมทั้งมณฑปทั้ง 4 ทิศ มีการทรุดตัวลงเล็กน้อยนั้น
ล่าสุด นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร ขอชี้แจงว่า เป็นการดำเนินการติดตามเฝ้าระวังโบราณสถานสำคัญตามปกติ ที่กรมศิลปากรต้องเข้าไปสำรวจ แต่ในครั้งนี้ได้มอบหมายให้ นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เข้ามาเป็นที่ปรึกษากรมศิลปากร ในการดูแลเรื่องการบูรณะโบราณสถาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม เข้าไปสำรวจโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ด้วยการสแกน 3 มิติ
ซึ่งแม้จะพบการโน้มเอียงของพระปรางค์ แต่ขอยืนยันว่า ไม่มีเหตุบ่งชี้ว่าจะเป็นอันตรายต่อตัวโบราณสถาน หรือทำให้โบราณสถานพังทลายลงมา สิ่งที่พบจากการสำรวจนั้น ถือเป็นข้อมูลใหม่ที่แม่นยำ ที่เป็นข้อมูลนำมาเฝ้าติดตามการดูแลและอนุรักษ์โบราณสถาน
ทั้งยังกล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจ เพราะวัดอรุณฯ เป็นวัดสำคัญของไทย เป็นหนึ่งในไฮไลต์จุดหมายของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย และเป็นเรื่องที่กรมศิลปากรเองก็สนใจอยากจะรู้ เพราะฉะนั้นเราจะทําการสแกนเป็นระยะๆ ต่อไป
แต่ยืนยันว่า ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวล ยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายอย่างแน่นอน ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมาก จึงอยากนำมาใช้ในการพัฒนางานของเรา ซึ่งวัดอรุณฯ ก็เป็นวัดที่เริ่มนำร่องทําในเรื่องนี้ แล้วก็พบว่ามันเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและน่าสนใจ ซึ่งคนจะติดตามต่อไป แต่ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก
...
ด้าน นายกิตติพันธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการดำเนินงานที่ใช้เทคโนโลยีสแกน 3 มิติครั้งนี้ เป็นการเก็บข้อมูลเชิงลึก ซึ่งที่ผ่านมา แม้แต่กรมศิลปากรก็ไม่เคยมีข้อค้นพบว่า ส่วนต่างๆ ของพระปรางค์วัดอรุณฯ มีการเอียงหรือทรุดตัว และครั้งนี้ส่วนที่พบว่าเอียงคือ มณฑปทิศเอียง ไม่ใช่องค์พระปรางค์ประธาน
ดังนั้น เราจะนำหลักฐานการค้นพบนี้มาศึกษากับหลักฐานทางประวัติศาสตร์จากแหล่งอื่นๆ และใช้สำหรับติดตามตรวจสอบซ้ำเพิ่มเติม ในระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี เพราะเมื่อเราค้นพบการเอียงในครั้งนี้แล้ว จะมีแนวโน้มการเอียงเพิ่มอีกหรือไม่ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อการเฝ้าระวังโบราณสถานสำคัญในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า สิ่งที่ค้นพบนี้ไม่มีอันตรายต่อโบราณสถานแต่อย่างใด ยังคงท่องเที่ยวได้อย่างเดิม และกรมศิลปากรก็จะติดตามอย่างต่อเนื่อง.