ลูกศิษย์แสดงความอาลัย "หลวงปู่แสง ญาณวโร" พระเกจิดัง ละสังขารอย่างสงบแล้ว เมื่อเวลา 19.13 น. ทีมแพทย์เผย ขั้นตอนการรักษา

วันที่ 19 มิ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจ "หลวงปู่แสง ญาณวโร" ได้ประกาศแจ้งข่าวกับลูกศิษย์ หลวงปู่แสง โดยระบุว่า "วันจันทร์ที่ 19-6-2566 เวลา 19.13 น. น้อมส่งพ่อแม่ครูบาอาจารย์ สู่แดนนิพพาน ละธาตุ วางขันธ์ ตามกฎธรรมชาติ ๑๙.๑๓ น."

ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีลูกศิษย์เข้ามาแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก 

อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ได้เผยอาการอาพาธของหลวงปู่แสง โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลวงปู่แสง มีอาการอาพาธ ไข้ขึ้นสูง อ่อนเพลีย ทีมแพทย์ได้ทำการตรวจอย่างละเอียด ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและผล x-ray ปอด ทีมแพทย์ลงความเห็นว่า หลวงปู่มีภาวะปอดอักเสบ และติดเชื้อโควิด-19 ได้ให้การรักษาโดย ให้ยาปฏิชีวนะ ยาต้านเชื้อโควิด-19 ยาต้านการอักเสบ และให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ

วันที่ 16 มิ.ย. 2566 หลวงปู่มีอาการดีขึ้น ไข้ลง ความดันปกติ ดูสดชื่นขึ้น ผล x-ray ปอด ยังไม่เปลี่ยนแปลง

วันที่ 17 มิ.ย. 2566 หลวงปูมีอาการแย่ลง ออกซิเจนในเลือดต่ำ ผล x-ray ปอด มีความผิดปกติมากขึ้น ทีมแพทย์ขอโอกาสหลวงปู่ใส่เครื่องให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูง (HFNC) ท่านเมตตาให้ใส่ ขณะใส่เครื่องค่าออกซิเจนในเลือดกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ

วันที่ 18 มิ.ย. 2566 ยังมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูงต่อเนื่อง ผล x-ray ปอด มีความผิดปกติเพิ่มขึ้น ทีมแพทย์เพิ่มยาปฏิชีวนะจาก 1 ชนิดเป็น 4 ชนิด (Levoflox, Fosfomycin, Sulbactam, Tigecyclin) และให้ยาฆ่าเชื้อโควิด-19 อีก 2 ชนิด (Remdesivir, LAAB) และยังคงให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ

...

ซึ่งอาการโดยรวมยังน่าเป็นห่วง ทีมแพทย์ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด อาการเมื่อช่วงค่ำวานนี้ หลวงปู่มีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น ซึ่งในผู้ป่วยทั่วไปจะต้องใส่ท่อช่วยหายใจ แต่หลวงปู่เคยสั่งไว้ว่าท่านจะไม่ใส่ ทีมแพทย์จึงถวายยาเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยแทน ก่อนที่จะมีรายงานว่า หลวงปู่แสงละสังขารอย่างสงบเมื่อช่วงหัวค่ำวันนี้ 


ประวัติ "หลวงปู่แสง ญาณวโร"

“หลวงปู่แสง ญาณวโร” เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2490 ณ วัดศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก่อนอุปสมบทชื่อ “แสง ดีหอม” ถือกำเนิดวันที่ 1 กันยายน 2467 อ.มหาชนะชัย จ.อุบลราชธานี

ด้วยความใฝ่เรียนรู้ จึงเดินทางไปศึกษาหลักธรรมกับ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ช่วงท้ายก่อนบูรพาจารย์สายวิปัสสนาจะมรณภาพ ที่วัดป่าบ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ในช่วงต้นของการบรรพชา 

จากนั้นอีก 3 ปี ได้เดินทางไปศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐาน กับ “พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร” บูรพาจารย์แห่งภาคอีสาน ที่ วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และได้ร่วมสร้าง วัดถ้ำขาม ในปี พ.ศ.2497

แม้ได้เรียนรู้จากพระอาจารย์ ที่เป็นแม่ทัพธรรมแห่งภาคอีสานแล้ว แต่ “หลวงปู่แสง” ยังใฝ่ศึกษาธรรมกับครูอาจารย์อีกหลายรูป เช่น หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี, หลวงปู่บัว สิริปุณโณ และพระอาจารย์แบน ธนากโร

เมื่อมีความรู้ทางธรรมมากพอ “หลวงปู่แสง” จึงได้ธุดงค์ ปลีกวิเวกไปยังวัดป่าแห่งต่างๆ ในผืนแผ่นดินอีสาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534-2556 โดยสำนักสงฆ์บ้านเวินชัย อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ถือเป็นแห่งสุดท้าย

บนเส้นทางธรรมอันยาวไกล ปัจจุบัน “หลวงปู่แสง” ได้จำพรรษาที่ วัดป่าดงสว่างธรรม บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร โดยมีอาการอาพาธจากโรคอัลไซเมอร์ จนลูกศิษย์ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด.