เจ้าของร้านเป็นงง ลูกค้าสาวปริศนา ทำทีมาซื้อกาแฟ ก่อนจะทำลายรูปพระ และทรัพทย์สินภายในร้านโดยไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดแจ้งความตามหาตัวแล้ว คาดอาจมีอาการทางจิต

กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากวิจารณ์ในโลกออนไลน์ สำหรับคลิปวิดีโอ จากกล้องวงจรปิดของร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่บันทึกเหตุการณ์ ขณะที่ลูกค้าผู้หญิงทำทีมาซื้อกาแฟและขนมภายในร้าน ก่อนจะไปหยิบเอารูปภาพพระ ที่ตั้งไว้บนชั้นวางของเอามาทุบทำลาย และโยนลงพื้น และกระทืบซ้ำ โดยไม่ทราบสาเหตุ สร้างความงุนงงให้กับพนักงาน และลูกค้าที่มาใช้บริการงงเป็นอย่างมาก

ต่อมาในวันนี้ 17 มิ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ Star Coffee ร้านคาเฟ่ที่เกิดเหตุ ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย พบกับ น.ส.จิตตาพร แก้วมะนี อายุ 21 ปี และนายอานงค์ ธรรมะสุข อายุ 19 ปี พนักงานในร้าน ให้ข้อมูลว่า ช่วงเกิดเหตุ เป็นเวลาประมาณ 9 โมงกว่า ซึ่งมีลูกค้ามาใช้บริการค่อนข้างเยอะ

...

หญิงคนดังกล่าวได้เข้ามาสั่งกาแฟ และเลือกซื้อขนมภายในร้าน ก่อนจะถามพวกตนว่าในร้านมีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า พอตอบว่ามีกล้อง เขาก็เดินไปเดินมาในร้าน และไปหยิบเอารูปพระที่ตั้งอยู่บนชั้นวาง มาวางบนเคาน์เตอร์ และใช้มือทุบ และขว้างลงพื้น 2 ครั้ง ก่อนใช้เท้ากระทืบซ้ำ

หลังก่อเกตุ ก็ยังเดินเข้าไปคุยกับลูกค้าโต๊ะอื่น และกลับมาจ่ายเงินค่ากาแฟ และขนมที่เคาน์เตอร์ เป็นเงินประมาณ 1,300 กว่าบาท โดยบอกว่าจะมาเคลียร์เรื่องภาพ กับเจ้าของร้านเอง ก่อนจะออกจากร้านไป ตอนนี้พวกตนยังรู้สึกตกใจ เพราะว่าไม่คิดว่าจะมีใครมาทำแบบนี้

ด้านสิทธิพงษ์ ฟองเทพ อายุ 30 ปี เจ้าของร้าน เผยว่า ช่วงเกิดเหตุ ตนไม่ได้อยู่ภายในร้าน และได้รับแจ้งจากพนักงาน หลังจากตรวจสอบพบว่ามีรูปพระเจ้าแสนแซ่ทันใจ รวมถึงแก้วน้ำ ป้ายโฆษณา และของตกแต่ง ถูกลูกค้าคนดังกล่าวทำลายหลายชิ้น จึงนำหลักฐานไปแจ้งกับทางโรงพยาบาล และไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.จิรายุส จันทนากร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย เอาไว้แล้ว

ทั้งยังกล่าวอีกว่า ตนไม่เคยเห็นหน้าคนก่อเหตุมาก่อน และไม่ทราบว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น เพราะปกติชาวไทยเป็นชาวพุทธ จะถือว่ารูปพระเป็นของสูง จะเอาไว้บูชา และรูปดังกล่าวตนก็ได้มาจากผู้หลักผู้ใหญ่ เมื่อตอนที่เปิดร้านวันแรก

เพื่อเป็นของขวัญเปิดร้าน ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ ไม่คิดว่าจะมีคนมาก่อเหตุเช่นนี้ หลังจากเกิดเหตุก็ติดตามหาตัวคนดังกล่าวไม่ได้ ส่วนตัวไม่คิดว่าเป็นพวกคลั่งลัทธิอะไร คิดว่าน่าจะมีอาการป่วยทางจิตมากกว่า.

(คลิกเพื่อดูคลิปต้นฉบับ)

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Bill Peroly