สรุปปมร้อน "ส่วยทางหลวง" หรือ "ส่วยสติกเกอร์" ใบเบิกทางพิเศษ รถบรรทุกติดแล้วผ่านฉลุย หลัง "วิโรจน์" ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมาแฉ ล่าสุดทางตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

กำลังเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามองสำหรับ "ส่วยทางหลวง" ที่กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังจาก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 ถึงขบวนการจ่ายส่วยใต้โต๊ะที่มาในรูปแบบของสติกเกอร์ Easy Pass แบบใหม่ที่ติดตามรถบรรทุก ซึ่งคำว่า "Easy Pass" ไม่ได้หมายถึงระบบ Easy Pass แต่หมายถึงการผ่านทางสะดวกของรถที่ติดสติกเกอร์ แต่ก็ยังมีหลายคนที่อาจเข้าใจผิด

  • ต่อมาทาง "การทางพิเศษแห่งประเทศไทย" ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้ทำ "สติกเกอร์พระอาทิตย์สีฟ้า" พร้อมย้ำช่อง Easy Pass เปิดให้บริการแค่รถ 4 ล้อเท่านั้น รถบรรทุกและรถ 4 ล้อที่ไม่มีบัตร ไม่สามารถผ่านได้ทุกกรณี

  • หลังจากเรื่องนี้กลายเป็นกระแส นายวิโรจน์ ยังได้เผยรูปแบบสติกเกอร์อีกหลายรูปแบบ เช่น สติกเกอร์พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง สติกเกอร์รูปกระต่าย สติกเกอร์ใบโพธิ์ สติกเกอร์แอปเปิล สติกเกอร์รักเมืองไทย ซึ่งสติกเกอร์ดังกล่าวจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ เมื่อหมดเดือนก็จะมีสติกเกอร์ส่งมาให้ 

...

28 พฤษภาคม 2566

  • นายวิโรจน์ ได้ออกมาอัปเดตเรื่องส่วยสติกเกอร์ผ่านทางเฟซบุ๊ก อีกครั้ง โดยเผยภาพจากกลุ่มแชตที่มีคำสั่งให้ แกะสติกเกอร์รุ่น กระต่ายน้อยคอยรักแล้ว

  • ทั้งนี้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผบ.ตร.ได้รับทราบแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจทางหลวงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน หากพบข้าราชการตำรวจหรือบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างเด็ดขาด ที่ผ่านมาตำรวจทางหลวงได้รายงานให้ทราบว่า ได้มีการประสานข้อมูลกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จนนำไปสู่การจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือความผิดอื่นๆ มาตลอด

  • ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลมาที่ ตร.โดยตรง หมายเลข 1599 หรือ จเรตำรวจ ผ่านระบบ JCoMS รับร้องเรียนจเรตำรวจทางออนไลน์  http://www.jcoms.police.go.th หรือกองบังคับการตำรวจทางหลวงหมายเลข 1193 ทุกข้อมูลทุกหลักฐานยืนยันจะดำเนินการเต็มที่ 

  • ขณะที่ พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า เรื่องของสติกเกอร์ หรือป้ายต่างๆ จากข้อมูลที่ได้มีการประสานกับสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยมาก่อนหน้านี้ พบว่า มีภาคเอกชนและกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งได้รวมกลุ่มกันจัดทำสติกเกอร์ หรือป้ายต่างๆ แต่ที่ต้องมาตรวจสอบดูคือเรื่องดังกล่าวคือ มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ถ้าหากพบก็ต้องดำเนินการ ก่อนหน้านี้ยังไม่มีข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่กระทำความผิด

  • พ.ต.อ.เอกราช กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าปัญหาเรื่องส่วยเป็นปัญหาที่มีมานาน แต่เรื่องส่วยคือปลายเหตุ ปัญหาที่เป็นต้นเหตุคือเรื่องรถบรรทุกหนักเกินกำหนด จึงมองว่าการแก้ไขจำเป็นต้องแก้ในภาพรวม โดยเฉพาะเรื่องการแก้กฎหมาย ในปัจจุบันกฎหมายให้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ ไม่ใช่ผู้ประกอบการรถบรรทุก เมื่อผู้ประกอบการไม่ได้รับผลกระทบจึงเกิดการกระทำความผิดซ้ำ ดังนั้นอาจต้องพิจารณาเรื่องการแก้ไขกฎหมาย

  • ต่อมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีส่วยสติกเกอร์รถบรรทุกว่า ได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว ตอนนี้ได้สั่งการให้ตำรวจทางหลวง จเรตำรวจ รวมไปถึงตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมมือกันตรวจสอบหาข้อเท็จจริง 

วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 

  • นายวิโรจน์ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่า ตอนนี้ได้รับการร้องเรียนเข้ามาผู้ประกอบการบอกว่าจ่ายไม่ไหว แม้ว่าโควิดเพิ่งจะซาลง รายได้เริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่เท่าเดิมที่เคยได้มา กลับยังต้องมาแบกค่าใช้จ่ายส่วยตรงนี้อีก หลายคนอาจจะบอกว่ากลุ่มผู้ประกอบการหรือคนขับรถบรรทุกที่จ่ายส่วยก็แลกมากับการที่คุณได้บรรทุกน้ำหนักเกิน เป็นเรื่องที่วินวินกันทั้งคู่ไม่ใช่หรือ

ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันอีกรอบว่าระเบียบหลักเกณฑ์ในการบรรทุกที่แต่เดิมอยู่ที่ 52-58 ตัน แล้วมีการปรับลงมาเป็นเหมารวม 50.5 ตัน ตอนนี้สมเหตุผลหรือเปล่า ต้องหาคำตอบว่าระเบียบหลักเกณฑ์ตามหลักวิศวกรรมอยู่ที่เท่าไร การที่ปรับลงนี้จะกลายเป็นช่องว่างให้ข้าราชการที่ไม่ดีบางคนเอามารีดไถตบทรัพย์หรือไม่ เรื่องนี้ต้องแก้ทั้งเรื่องรับส่วยและระเบียบหลักเกณฑ์ เป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ

  • นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกมาชี้แจง ว่ายังไม่มีข้อมูลตำรวจกระทำความผิดในเรื่องนี้ อยากให้คนที่ตอบทบทวนตัวเองใหม่ ไม่รู้จริงๆ หรือว่ามีเรื่องนี้ ประชาชนคนทั่วไปยังรู้ว่ามีมาหลาย 10 ปีแล้ว การที่จะมาตอบว่าไม่มี กล้ารับประกันจริงๆ หรือ ถ้ามีการเอาคลิปวิดีโอหลักฐานมาเปิดเผยจะรับผิดชอบไหม กล้ารับประกันแทนตำรวจทุกนายหรือ ตนไม่ได้เหมารวมตำรวจทุกนาย แต่ยืนยันว่าปัญหาแบบนี้มันมีจริงๆ 

อดีตโชเฟอร์รถบรรทุก แฉส่วยสติกเกอร์มีจริง

  • นายอุไร อายุ 66 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร คนขับรถบรรทุก 10 ล้อ มากว่า 30 ปี บอกว่า ตนขับรถมาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ยังไม่เคยเห็นสติกเกอร์รูปกระต่าย หรือพระอาทิตย์ยิ้มแฉ่งสีฟ้า และที่บริษัทที่ตนทำงานก็ไม่เคยมีใครติดด้วย เนื่องจากขับขี่ในระยะทางใกล้ๆ ส่วนเรื่องสติกเกอร์ที่สามารถใช้เป็นทางผ่านได้นั้น ตนไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่มี ถ้ามีแบบนั้นจริงมันก็ไม่ถูกต้อง  

  •  นายธวัฒชัย อายุ 41 ปี อดีตคนขับรถบรรทุกมากว่า 15 ปี เปิดเผยว่า ส่วยสติกเกอร์มีจริง และมีมานานแล้ว ซึ่งการติดสติกเกอร์จะมีด้วยกัน 3 ชนิดเท่าที่ทราบ ชนิดแรกคือ สติกเกอร์ที่คล้ายที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ซึ่งสติกเกอร์ชนิดนี้จะติดไว้เป็นการผ่านด่านทั่วไปในระยะใกล้โดยไม่ข้ามจังหวัด 

ส่วนแบบที่สองคือ สติกเกอร์รูปทรงกลม หรือรูปพระอาทิตย์สีแดงและสีทอง จะติดไว้เพื่อผ่านด่านจุดต่างๆ ได้โดยไม่ต้องถูกตรวจใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังวิ่งทุกเส้นทาง ซึ่งชนิดนี้จะเปรียบได้กับระดับ first class สามารถวิ่งระยะทางไกลๆ ข้ามจังหวัดได้ โดยทั้งสองชนิดนี้ผู้ประกอบการรถบรรทุกรายใหญ่ และมีการบรรทุกของหนัก จะใช้กันทั่วไป เพราะคุ้มและไม่เสียเวลาหากคนขับเกิดทำผิด พ.ร.บ.จราจร และบรรทุกเกินน้ำหนัก

ส่วนชนิดที่สามคือ สติกเกอร์รูปตัวการ์ตูนต่างๆ เช่น ชินจัง และโดราเอมอน สติกเกอร์ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายย่อย และเป็นพื้นที่ที่มีปัญหามีข้อพิพาท โดยทางคนขับรถจะทำข้อตกลงกับทางเจ้าหน้าที่ เมื่อตกลงกันได้ก็จะใช้ 

  • ล่าสุด นายวิโรจน์ ได้โพสต์ข้อความอีกว่า ได้มีการออกสติกเกอร์รุ่นใหม่ โดยระบุข้อความว่า "สติกเกอร์ "พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง เดือน 5 เอ๊ย version 5.0 ยังอยู่ระหว่างการเช็กบิลแท้ๆ นี่ก็ยังอุตส่าห์กล้า Update Firmware เป็นเดือน 6 เอ๊ย version 6.0 อีกหรือครับเนี่ย"