หนุ่มเล่าอุทาหรณ์จำฝังใจ ให้ญาติยืมรถไปใช้ แต่สุดท้ายญาติกลับเอาไปขายเพราะติดหนี้พนัน วอนโซเชียลแจ้งเบาะแส หากใครเจอรถยนต์มีรางวัลให้
วันที่ 17 พฤษภาคม 2566 มีรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pachara Ltk ได้โพสต์เล่าเรื่องราวอุทาหรณ์ หลังถูกญาติซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับภรรยามาขอยืมรถแล้วเอาไปขาย โดยระบุข้อความว่า อุทาหรณ์สอนใจ อย่าไว้ใจญาติ รถคงไม่ได้รถคืนแล้วแหละ เลยอยาก มาโพสต์ไว้เป็นอุทาหรณ์ ให้ทุกคนได้ระวัง
คือว่า "รถเราหาย" โดยลูกพี่ลูกน้องของภรรยา ได้ส่งข้อความมาขอยืมรถว่าจะเอาไปทำธุระ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมาขอยืมไปแล้วครั้งหนึ่ง เสร็จแล้วก็เอามาคืนปกติ แต่ครั้งนี้มาขอยืมแล้วหายไปเลย ติดต่อไม่ได้ (ปกติรถเราจะจอดอยู่บ้านแม่ยาย) รถคันนี้ เป็นชื่อของภรรยา ซึ่งตอนที่เราอยู่ไทยเป็นรถที่เราใช้ประจำ ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้ ผมกับภรรยาอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ จะกลับไทย ปีละครั้ง และก็จะใช้รถคันนี้ตลอด
วันที่เรารู้ว่ารถเราหายไป คือวันที่ตำรวจมาที่บ้าน มาขอดูกล้องวงจรปิด เนื่องจากรถคนในซอยเดียวกันก็หายเช่นกัน โดยจากกล้องเลยเห็นว่า ลูกพี่ลูกน้องคนดังกล่าวได้ขับรถออกไป (เราจะไม่ขอลงรายละเอียด เรื่องรถอีกคันที่หาย)
หลังจากเห็นภาพ ทางครอบครัวภรรยาก็ได้พยายามติดต่อ ไปยังญาติคนดังกล่าวแต่ ติดต่อไม่ได้ ทุกช่องทาง ตอนนั้น ก็ยังมีหวังว่าอาจจะเอารถมาคืน อาจจะนำไปใช้ก่อน แต่พอเริ่มหาข้อมูล ก็พบว่า ลูกพี่ลูกน้องภรรยาเรา ติดการพนันหนักมาก ทั้งเข้าบ่อน ทั้งพนันออนไลน์ แถมยังเป็นหนี้นอกระบบ เคยมาขอยืมเงินเมียเราไป จนทุกวันนี้ก็ยังไม่คืน
...
หลังจากรู้ว่าเชิดรถไปแน่ๆ จึงให้แม่ยายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เมืองสมุทรปราการ โดยได้รับการมอบอำนาจจากเมียของเรา เอาจริงๆ เรื่องค่อนข้างซับซ้อน เพราะอย่างแรกเลยเป็นญาติที่สนิทกัน ด้วยความเป็นญาติจะทำอะไรก็เกรงใจ (อันนี้จะจำไปตลอดชีวิตเลยว่าจะไม่ไว้ใจใครอีก)
ทั้งนี้ ทางเจ้าของโพสต์อ้างอีกว่า ตอนแรกตำรวจ เหมือนไม่อยากรับเป็นคดี เพราะมีหลักฐานว่ามาขอยืม ซึ่งต่างจากรถอีกคัน ที่ขโมยไป ตอนแรกตำรวจจะให้แค่ลงบันทึกประจำวัน แต่แม่ยายเราไม่ยอม หลังจากมีหมายจับประมาณสักเดือนกว่าก็ถูกจับได้ที่ จ.นครปฐม ที่รู้มาคือ เมายา ไปปล้นเขา หรืออะไรนี่แหละ ไม่แน่ใจ คนเล่า ก็เล่าวกไปวนมา งงๆ
แต่ที่แน่ๆ คือ พอถูกจับก็ถูกส่งตัวมา ตำรวจถามก็บอกว่า เอารถเรา (กับอีกคันที่ขโมยไป) ไปขายที่บ่อนแห่งหนึ่ง แต่ไม่บอกว่าที่ไหน (อันนี้ไม่แน่ใจว่าตำรวจบอกหรือใครบอก) โดยรถเราขายไป 60,000 อีกคันนึง ขายไป 40,000 (รถเพิ่งจะผ่อนหมดด้วย) แต่อันนี้เราว่ามันแปลกๆ ทำไมตำรวจถึงไม่เค้นว่าไปขายที่ไหน
หลังจากวันที่รถหาย นี่ก็สวมบทนักสืบโซเชียล ออกไปตามหา แฝงตัว ตามเพจรับซื้อรถหลุดจำนำ รถไม่มีทะเบียนจะบอกว่าตกใจมาก เพราะรถพวกนี้ไม่ควรมีการซื้อขาย แต่พอเข้าไปในเพจกลับมีการซื้อขายกันอย่างปกติและเยอะด้วย มีทั้งแบบ ไม่มีทะเบียน แบบสวมทะเบียนแท้ ทะเบียนเทียม มากมายก่ายกอง แถมราคาแสนถูก (ตำรวจปล่อยได้ไง ใครมีรถใหม่ๆ แนะนำติด GPS ไว้ก็ดี (แต่มันก็มีวิธีตัดสัญญาณอยู่ดี)
ตอนนี้คนร้ายอยู่ในเรือนจำ ก็ยังคงไม่บอกว่าเอารถไปขายที่ไหน (ตามที่ตำรวจบอก) ขั้นตอนทางคดี เราก็ไม่รู้ แถมอยู่ต่างประเทศจะทำอะไรก็ลำบาก (ไม่ใช่ลำบากธรรมดา “ลำบากเข้าขั้นลำเค็ญ”) ไม่รู้ว่าตำรวจจะสืบต่อไหม เพราะถ้าไปขายที่บ่อนจริงๆ ยังไงบ่อนนั้นก็ต้องมีคนคุมล่ะมั้ง
เพิ่มเติม มีคนบอกว่า ถึงรถจะไม่อยู่แล้ว หรือถูกแยกชิ้นส่วนไปขายแล้ว ยังไงตำรวจก็ต้องสืบและติดตามต่อว่าใครเป็นคนรับซื้อไป เพราะไม่ใช่แค่ผิด ฐานรับซื้อของโจร แต่ยังมีความผิดในอีกหลายกระทงอีกด้วย (ซึ่งอันนี้เราเห็นด้วย)
สุดท้ายนี้อยากจะฝากว่า โบราณว่า "รถ ปืน เมีย" ห้ามให้ใครยืม…มันคือจริง วันแรกๆ ที่เรารู้ว่ารถหาย เรากับแฟนนี่นอนไม่หลับเลย เครียดกันมาก คิดกันว่าจะทำยังไงดี เป็นญาติกันแท้ๆ ทำไมถึงมาทำกันแบบนี้ ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับใคร ฉะนั้น อย่าให้ใครยืมอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เราไม่รู้ว่าเบื้องหลังเขาทำอะไรไว้บ้าง อย่าไปค้ำประกันใคร โลกปัจจุบันไม่ได้ใจดีกับคุณนะครับ
อย่างไรก็ตาม หากใครเห็นรถในภาพ ช่วยแจ้งมาหน่อย ตอนนี้ก็ยังหาอยู่ หรือคนที่รับซื้อไปเห็น จะให้เอาเงินไปไถออก ก็ยอม ถ้าเราได้รถคืน มีเงินรางวัลให้นะจ้ะ