เจ้าของร้านอาหารสุดทน ถูกกลุ่มลูกจ้างยักยอกเงิน พอจับได้ลาออกยกเซต รู้ความจริงสุดช็อก ก๊อปสูตรอาหาร องค์ประกอบทุกอย่าง ไปเปิดขายแข่ง ซ้ำตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามห่างเพียง 250 ม.

วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 มีรายงานว่า สาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความระบุว่า ก็น่าเกลียดเกิ๊น ผิด ชอบ ชั่ว ดี จิตสำนึกมีไหม กลุ่มพนักงานเก่าที่ยักยอกเงินในร้านเรา แล้วออกไปเปิดร้านเอง ห่างจากร้านเรา 250 m. ก๊อปเมนูร้านเราไป 90% ก๊อปยันชื่อเมนู ก๊อปยันการตกแต่ง หน้าตาอาหาร สูตร รูปแบบ แหล่งของวัตถุดิบต่างๆ เท่าที่จะสามารถก๊อปไปได้

ไม่รู้สึกระอาย ตั้งราคาถูกกว่าเรามากตามคุณภาพอะนะ ธุรกิจของเรา เราทุ่มเทกายใจ ขยันเรียนรู้ตลอดเวลา ปั้นขึ้นมาใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตไปแล้ว แต่เราโดนขโมยข้อมูลสำคัญทางธุรกิจที่เราสะสม ลองผิดลองถูกมานาน โดยไม่ได้รับอนุญาต จนลูกค้าประจำเข้าใจผิด คิดว่าเราเปิดสาขาที่ 5 เลยมารีวิวกับเราว่าร้านสาขานี้ของคุณ "คุณภาพต่ำลงมากนะ ควรปรับปรุง"

ตกใจร้านไหนสาขาไหน เสียหาย กระทบร้านงานคุณภาพของเรา ที่ตั้งใจทำ ตั้งใจสร้างความเชื่อใจให้ลูกค้า เราเหนื่อยที่จะอธิบายว่าไม่ใช่ร้านของเรา เราเห็นแล้วว่าตั้งใจเปิดแข่งมา 8 เดือน แต่เรายังนิ่งดู เผื่อว่าวันนึงคนกลุ่มนี้จะรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีสำนึกและเลิกทำเรื่องแย่ๆ นี้สักที แต่ไม่เลย

...

กรณียักยอกก่อนออก เราก็ไม่เอาเรื่องใครเลย ถือว่าเราเจอคนไม่ดี รีบเอาออกไปจากชีวิตให้เร็วที่สุด แยกย้ายทางใครทางมันเถอะ ชีวิตเราจะดีขึ้น แต่เค้าดันไม่จบกับเรา เค้ายังพยายามที่จะใช้ชีวิตวนเวียนกับเรา เอาเมนูเราไปทำเสียๆ หายๆ จนวันนี้เราขอออกมาปกป้องตัวเองแล้ว ก่อนร้านเราจะเสียหายไปมากกว่านี้

แต่ก็มีเรื่องดีๆ ให้ขอบคุณนะ ขอบคุณการรวมหัวกันยักยอกที่เป็นจุดให้ได้เอาผู้จัดการเก่า แย่ๆ และแม่ครัวงานหยาบ ฝีมือระดับหางแถวออกไป เอาคนไม่ดีๆ ออกไปหมดเลย ดีใจอะไม่ต้องไล่ออกเอง ทำให้ตอนนี้เรามีทีมงานใหม่ที่ดี อาหารปัง เครื่องดื่มเลิศ พนง.ดี ร้านยุ่งไม่ไหวเลย

ตัดภาพไปที่ร้านก๊อบปี้ซิ ห่างกันแค่นี้ ไม่มีลูกค้าเลย เด็กเล่นขายของ จะรอดมั้ยน่ะ ปลอมก็คือปลอม ก็เปิดร้านแบบลอกเค้ามา ไม่มีความรู้จริง ไม่มีการเรียนรู้ศึกษาสิ่งที่ขายเลย ก๊อปเค้ามาดื้อๆ สบาย ไม่ต้องเสียค่าลองผิดลองถูก มีประสบการณ์มา 3-4 เดือน ก๊อปมาขายได้แค่นั้น ไม่เอาสมองผสมเลย

คุณภาพไม่ไหว ไม่สมราคา ฝีมือไม่ถึง รสชาติไม่ผ่าน ผลถึงเงียบแบบนี้ไง หรือเป็นเพราะบาปที่ทำไว้กันนะ ยังไงก็สู้ๆ เนอะ ทำบาปไว้หนา อาจจะใช้เวลานานหน่อยกว่าจะเจริญ ยืนสวยๆ รอให้กรรมทำหน้าที่จ้า ตัวอย่างเมนูก๊อป ที่ความจริงเยอะมาก นั่งเทียบไม่หมด แค่นี้ก่อนนะ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบเจ้าของร้านอาหารย่านข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมเผยว่า เปิดร้านอาหารมาหลายปี จนขยายสาขาเพิ่มหลายสาขา ล่าสุดต้นปี 2565 ได้เปิดสาขาที่ 3 ที่หัวมุมถนนราชดำเนิน ด้านหลังลานเอนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ โดยในตอนแรกได้ย้ายแม่ครัว 2 คน และบาริสต้าอีก 2 คน มาที่สาขาใหม่นี้ พร้อมกับได้รับสมัครหญิงสาวคนหนึ่งมาทำหน้าที่เป็นเป็นผู้จัดการ

หลังจากเปิดร้านมาได้สี่เดือน เริ่มรู้สึกผิดปกติ จึงส่งพนักงานสาขาอื่นมาทำงาน และจับตาดู จนกระทั่งพบว่าเงินร้านขาดไปเป็นประจำวันละหลายร้อย เมื่อเรียกทุกคนมาคุย ก็พบว่ามีการยักยอกเงินรายได้ของร้านไปจริง หลังจากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ ผู้จัดการ แม่ครัว และบาริสต้า รวม 4 คน ได้ทยอยลาออก ทางร้านจึงคืนเงินประกันการทำงานให้คนละ 3,000 บาท เพราะไม่อยากติดค้างอะไรกันอีก

จากนั้นในเดือนตุลาคม 2565 ได้ทราบจากลูกค้าประจำคนหนึ่งว่าพนักงานที่ลาออกไปทั้งสี่คน ไปเปิดร้านอาหารแบบเดียวกัน อยู่ฝั่งตรงข้ามลานเอนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ ห่างกันแค่ 250 เมตร โดยพบว่ามีเมนูอาหารเหมือนกับร้านเดิมเกือบทั้งหมด ทั้งชื่ออาหาร รูปแบบจัดวางอาหารในจาน ลายกระดาษแรปขนมปัง หรือแม้กระทั่งลวดลายคาราเมลและฟองนมในแก้วกาแฟ แต่ขายตัดราคาถูกกว่าเกือบครึ่ง

ทำให้ลูกค้าหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นสาขาใหม่ และยังร้องเรียนมาว่าคุณภาพอาหาร และวัตถุดิบแต่ละเมนูแย่ลงมาก ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่หน้าตาเหมือนกัน แต่เกรดต่ำกว่า เช่น ขนมปัง เบคอน ทำให้ร้านของเธอได้รับความเสียหาย

ทั้งยังเผยต่ออีกว่า เสียความรู้สึกที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เพราะเมนูอาหารของร้านเกือบทั้งหมดเป็นสูตรเฉพาะ เป็นอาหารแบบออสเตรเลียดั้งเดิม ซอสและเครื่องปรุงอาหารในหลายเมนู ตนเองและสามีคิดสูตรกันเอง กว่าจะลงตัว ทั้งหมดก็เป็นอดีตพนักงาน ที่กว่าจะสอนทำอาหารแต่ละเมนูได้ก็ต้องใช้เวลา และสิ้นเปลืองวัตถุดิบในการลองผิดลองถูกไปมาก

เรื่องที่เกิดขึ้น ได้ให้ทนายความเข้าไปตรวจสอบ พร้อมกับยื่นเงื่อนไขให้เลิกใช้ภาพ และทำอาหารที่อาจทำให้ถูกเข้าใจผิด ซึ่งทางร้านดังกล่าว ก็ยินยอมลงชื่อในสัญญาแล้ว แต่หลังจากนี้ หากพบว่ายังไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไข ทนายความจะฟ้องดำเนินคดี เนื่องจากถือว่าเป็นการขโมยข้อมูลทางการค้า ที่ทำให้ทางร้านเสียหาย เพราะมูลค่าขายแฟรนไชส์ตามสูตรอาหารของร้าน มีมูลค่าเป็นหลักล้านบาท

สุดท้ายนี้เธอกล่าวต่อว่า ตนเองสั่งสมประสบการณ์ทำอาหารมาร่วมสิบปี ตั้งแต่ยังอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย จนถึงปัจจุบัน ใช้เวลามากกว่า 20 ปี เข้าใจดีว่าธุรกิจร้านอาหาร เป็นธุรกิจที่เปิดกว้าง แต่กรณีที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกไม่อยากไว้ใจใครง่ายๆ อีก

เพราะไม่คิดว่าจะถูกกระทำเช่นนี้ จากอดีตพนักงานที่เคยให้โอกาส เรื่องนี้อยากให้เป็นกรณีศึกษากับผู้ประกอบการ และคนที่ทำธุรกิจในลักษณะเดียวกันด้วย ว่าอย่าไว้ใจพนักงานมากเกินไป และพยายามสังเกตพฤติกรรมของพนักงานให้ดี อย่าปล่อยให้ดูแลร้าน หรือธุรกิจของเรามากเกิน อย่างเช่นเธอเอง ที่แม้จะเป็นคนคัดเลือกพนักงานเองและสังเกตอย่างดี ก็ยังถูกกระทำแบบนี้.

(คลิกเพื่อดูโพสต์ต้นฉบับ)

ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก