"แพรรี่" เคลื่อนไหว หลัง "ลีน่า จัง" ดึงผมโชว์สื่อ แล้วบอกมันไม่เจ็บ เพราะเป็นการแสดง ยืนยันว่า ไม่ใช่ไม่อยากจบ แต่ตอบโต้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง
วันที่ 11 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ "ลีน่า จัง" ชี้แจงปมกระชากวิกผม "แพรรี่ ไพรวัลย์" โดยยืนยันว่า เป็นการแสดง และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้าย แต่แค่เล่นแรงเท่านั้น ซึ่งทางแพรรี่เอง ก็ได้ใช้คำรุนแรงกับตน ตนก็ยังไม่โกรธ พร้อมกับมั่นใจว่า หลังจากที่กระชากผมแล้ว ก็ไม่เห็นแพรรี่ ร้องไห้ตามที่อ้างเลย ส่วนตัวเองนั้นกลับโดนทัวร์ลง เพราะสิ่งที่แพรรี่โพสต์ไม่หยุดมากกว่า จนเครียด
ซึ่งหลังจากที่จบการสัมภาษณ์แล้ว มีช่วงหนึ่งที่ "ลีน่า จัง" ได้กระชากผมของตัวเอง ให้สื่อดู แล้วบอกว่า "นี่ไง ดึงเลย เป็นการแสดงนะคะ เพราะไม่มีสื่อท่านใดกล้าดึง ดิฉันก็ดึงตัวเองเลย แพรรี่เห็นหรือยัง ไม่มีใครกล้าดึง ฉันเลยดึงตัวเอง หรือจะมาดึงตรงนี้ก็ได้ ฉันให้ดึง" พร้อมบอกด้วยว่า มันไม่เจ็บ เพราะเป็นการแสดง ไม่ได้มีเจตนาทำร้าย
ขณะที่ แพรรี่ ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จะเอาสิ่งที่ทำกับตน ไปเปรียบกับการดึงผมของตัวเองต่อหน้านักข่าวไม่ได้หรอก ต้องเข้าใจว่า ระดับชั้นผิวหน้าของคนแต่ละคนมันไม่เท่ากัน
...
พร้อมระบุว่า "ไม่ใช่ว่า ดิฉันไม่อยากจบนะคะ แต่ตราบใดที่สื่อยังให้พื้นที่กับคนแบบนั้น ทั้งออกรายการ ทั้งตั้งโต๊ะแถลงข่าว ปล่อยให้พูดอะไรที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน ดิฉันก็จำเป็นต้องโพสต์โต้ตอบเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองค่ะ ดิฉันขอยืนยันว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากความยินยอม หรือความสมัครใจของดิฉัน ไม่ใช่การแสดง หรือการโปรโมต แต่อย่างใด สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของการที่ดิฉันถูกกระทำให้อับอาย โดยxมนุษย์ป้าหนึ่งที่ไร้มารยาทค่ะ"
และว่า "ถ้าให้พูดแบบซีเรียสและจริงจังที่สุด มันยากตรงไหนคะที่จะออกมายอมรับตรงๆ ว่า พฤติกรรมของตัวเองที่กระทำต่อคนอื่น มันคือความพลั้งพลาด คือความเกินเลย คือความคิดน้อยไม่มีสติหรือความลืมนึกถึงใจเขาใจเราของคนอื่น
มันยากตรงไหนคะ ที่จะแสดงความสำนึก ความรับผิดชอบ ตลอดจนถึงกล่าวคำขอโทษอย่างตรงไปตรงมา มันยากตรงไหนคะ ที่จะเลิกอ้างนั่นอ้างนี่ ทั้งๆ ที่รู้ว่า สิ่งที่ตัวเองพยายามแถไถอยู่นั่น มันไม่ได้เป็นแบบนั้นจริงๆ
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำผิดไม่ได้เลยนะคะ แต่มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและยากจะให้อภัย หากใครสักคนเผลอทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไปแล้ว กลับไม่ยอมเรียนรู้ที่จะตระหนักถึงความผิดของตัวเองเลยสักครั้ง
ดิฉันชอบที่ท่านมหาตมะ คานธี เคยพูดเอาไว้นะคะว่า
จงระวังความคิด เพราะความคิดจะกลายเป็นคำพูด
จงระวังคำพูด เพราะคำพูดจะกลายเป็นการกระทำ
จงระวังการกระทำ เพราะการกระทำจะกลายเป็นนิสัย
จงระวังนิสัย เพราะนิสัยจะกลายเป็นบุคลิก
จงระวังบุคลิก เพราะบุคลิกจะกลายเป็นชะตากรรม
ฝากไว้นะคะ ตั้งสติและทบทวนตัวเองเยอะๆ เถอะนะคะ จบ"
ที่มาจาก เฟซบุ๊ก ไพรวัลย์ วรรณบุตร