นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เสนอ 4 มุมมองในการป้องกันและแก้ไขฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ โดยเริ่มจากการประกาศให้เป็น "ภัยพิบัติ" เพื่อนำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชน
วันที่ 28 มีนาคม 2566 นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่องมุมมองในการป้องกันและแก้ไขฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ ระบุว่า
- ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือสูงขนาดนี้ (ตั้งแต่ 300 มคก.ต่อ ลบ.ม.ติดต่อกัน) ต้องถือว่าเป็น ภัยพิบัติ หรือ สาธารณภัย ตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ที่จังหวัดหรือท้องถิ่น สามารถออกประกาศเป็นพื้นที่ที่ประสบภัย เพื่อนำงบประมาณออกมาช่วยเหลือพี่น้องไม่ให้ตายผ่อนส่งแบบนี้
- การป้องกันสุขภาพของประชาชนที่ต้องรีบทำด่วน คือ
- อพยพเด็กเล็ก คนป่วย คนชรา และคนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ไปอยู่ในอาคารที่จัดทำเป็นห้องปลอดฝุ่น PM 2.5 หรือห้อง Clean Room ซึ่งเป็นห้องติดแอร์ ที่มีการป้องกันฝุ่น PM 2.5 ด้วยแผ่นกรองอากาศชนิด HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) ซึ่งเป็นแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง ทำมาจากเส้นใยไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) ถักทอจนมีขนาดที่เล็กมากๆ จนมีความสามารถในการกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กมากๆ ได้เป็นอย่างดี ห้องปลอดฝุ่นดังกล่าวต้องเร่งทำอย่างเต็มที่
- จังหวัดต้องแจกหน้ากากกรองกรองฝุ่นชนิด N95 ให้ประชาชนใช้ทุกคน (ไม่ใช่หน้ากากอนามัย)
- สั่งให้ทุกคน Work from home และลดการเผาในที่โล่งทุกแห่ง - การจัดการเพื่อลดฝุ่นควันในพื้นที่
- ประกาศให้ประชาชนทราบ และระดมกำลังทุกภาคส่วนออกไปจับผู้ที่แอบเผานำมาลงโทษอย่างจริงจัง รวมทั้งเร่งดับไฟป่าและไฟที่เกิดจากการเผาอื่นๆ ในพื้นที่
- แจ้งไปยังเลขาสำนักงานอาเซียน และขอความร่วมมือให้เพื่อนบ้านลดการเผาลง - ระยะยาว หรือปีต่อไป
- กำหนดระยะเวลาห้ามเผาให้ชัดเจน เช่น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงๆ รวมทั้งต้องมีมาตรการช่วยเหลือให้มีการไถกลบตอซังฟางข้าว หรือรับซื้อไปใช้โรงไฟฟ้าชีวมวลต่อไป
- กระจายงบประมาณในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้ อปท.ทุกแห่ง และมอบอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ลักลอบเผาในพื้นที่ รวมทั้งจัดสรรงบประมาณดับไฟในพื้นที่ด้วย โดยจังหวัดทำหน้าที่กำกับตรวจสอบให้เป็นไปตามเป้าหมาย
- รัฐบาลเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ในเรื่อง Contact farming จะไม่รับซื้อผลิตผลทางการเกษตรที่ปลูกในพื้นที่ผิดกฎหมาย และผลิตผลที่มาจากการเผาตอซัง และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และพืชผล ที่ประทศไทยส่งเสริมให้ปลูกรวมกัน 8 ชนิด และรัฐบาลต้องบังคับให้ภาคเอกชนไทย ทำตามนโยบายดังกล่าวด้วย.
...
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat