เตรียมใจแล้ว "ทนายตั้ม" ฝากคำถามถึง "ชูวิทย์" ปม "แฉไป ไถไป" อ้างมียอดสูงถึง 50 ล้านบาท พร้อมลั่นการที่ออกมาแฉเป็นเพราะผิดหวัง ยืนยันไม่ได้รับเงินจากเว็บไซต์พนันออนไลน์

จากกรณี ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ภาพเงินเป็นปึกซึ่งใส่ไว้ในถุงกระดาษ พร้อมข้อความระบุว่า "แฉไป ไถไป" พร้อมบอกด้วยว่า "คนที่คุณเห็นอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด หมดศรัทธา" ซึ่งงานนี้ทำให้บรรดาชาวเน็ตคาดเดากันไปต่างๆ นานา ว่าคนคนนี้ที่ทนายตั้มพูดถึงเป็นใครกัน (หมายถึงใคร "ทนายตั้ม" โพสต์ภาพเงินเป็นปึก บอก "แฉไป ไถไป")

กระทั่ง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยอมรับเรื่องภาพเงินเป็นปึก บอกเห็นแล้วจำได้ชัดเจน เป็นเงินที่นายตำรวจผู้ใหญ่นอกราชการคนหนึ่งที่รู้จักมานานนำมาให้ โดยบอกว่าเป็นเงินให้ช่วยหยุดโจมตี แต่เลือกที่จะนำเงินไปบริจาคให้โรงพยาบาล โดยมีสื่อมวลชนไปทำข่าวเป็นสักขีพยาน และก็ยังแฉอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเพียงโจรที่เอาเงินบาปไปทำบุญ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ("ชูวิทย์" โต้เดือดปม "แฉไป ไถไป" เฉลยที่มาของถุงเงิน บอกเงินแค่นี้ไม่มีความหมาย)

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มี.ค. 2566 ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดยระบุว่า สำหรับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถือเป็นไอดอลที่ตนติดตามมาตลอด ซึ่งมีผู้ใกล้ชิดระบุว่านายชูวิทย์เป็นคนที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ แต่ตนได้ข้อมูลมาจากหลายสาย ซึ่งมีหลานนายชูวิทย์ด้วยคนหนึ่ง ตอนนี้หลายคนคิดว่าตนบ้าไปแล้วที่จะออกมาแฉ แต่แล้วเจ้าตัวก็ออกมายอมรับเองเพราะจำนนต่อหลักฐานว่าได้รับเงิน 6 ล้านบาท มาจากสารวัตรซัวที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์จริง ซึ่งรูปเงินดังกล่าวเป็นรูปเมื่อปีก่อนที่รับมาจากสารวัตรซัว แบ่งจ่ายมาแล้ว 2-3 ครั้ง และยังมีเงินจากเครือข่ายอีกครั้งละ 10 ล้านบาท

...

สำหรับเรื่องยอดเงินทั้งหมดที่ได้มา ไม่ใช่แค่ 6 ล้านบาท ทั้งคนในคนนอกเขาแจ้งมาว่ามันเกินไปหลายสิบเท่า แค่ถุงนั้นลองวัดดูมันไม่ใช่ 6 ล้านตามที่พี่กล่าวอ้าง พี่ตีไป กินไป เหมือนโรบินฮู้ด แล้วก็แบ่งเอาไปทำบุญ ปล้นโจรแบบคิดค่า GP หากินง่าย ได้หน้า ได้เงิน พี่เล่นใหญ่ขนาดนี้ พอมันมีข้อสงสัยที่ตัวพี่เองก็ยอมรับว่ารับเงินมาจริง ค้านกับสิ่งที่พี่บอกเล่ากับสังคมมาตลอดว่าไม่รับแม้แต่บาทเดียว เป็นคนเลวกลับใจ

ส่วนการที่ออกมาพูด ไม่ใช่เพราะเข้าข้างโจร รู้ว่าโคตรเสี่ยงที่ออกมาพูดในวันที่พี่เป็นเหมือนวีรบุรุษของประเทศ กระแสสังคมต้องโจมตีตนแน่นอน แต่ตนมองว่าเรื่องดีๆ ที่พี่ทำมันก็ดี แต่แฉไปรับเงินไป มันได้เหรอ พี่เลือกรับเงินจากโจร จากคนทำผิด เพราะพี่รู้ว่าคนพวกนี้เขาไม่กล้าเปิดตัวมาสู้พี่ เป็นสงครามที่พี่ไม่มีวันแพ้ ตนก็เลยออกมาเตือน

ทั้งนี้ ขอฝากคำถามไปถึงชูวิทย์ คือ เมื่อวันตรุษจีนที่ผ่านมา กล่องดวงใจได้พา "นายแทนไท" ได้พาไปโรงแรมเดวิสจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีชื่อปรากฏในเพจเพียง 1 วัน แล้วเงียบหายไปเลย ถือเป็นการเรียกรับเงินหรือไม่ และวันนั้นได้มีตัวแทนเว็บพนันไปด้วยหรือไม่ เพราะเงินบริจาคที่อ้างว่าได้มาจากพวกนี้นั้น ไทม์ไลน์มันไม่ใช่ โดยจะร้องเรียนไปยังตำรวจสอบสวนกลาง ให้ตรวจสอบเงินสกุลดิจิทัลมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เข้าบัญชีกล่องดวงใจดวงนี้ ซึ่งเงินส่วนนี้เองที่ถูกนำไปบริจาคให้โรงพยาบาลและอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันด้วยว่าตัวเองไม่ได้รับเงินจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ เพราะไม่คบค้ากับคนกลุ่มนี้ หลังจากนี้ก็เตรียมใจแล้วว่าตนจะโดนอะไรบ้าง แต่ที่ออกมาแฉเป็นเพราะผิดหวัง วันนี้จะปล่อยให้พี่ชูวิทย์พูดบ้าง เพราะเกมของเรามันเป็นเกมยาว แต่ถ้าเกิดว่าผมไม่ทำ สังคมก็จะไม่เห็นโรบินฮู้ดจอมปลอม จริงๆ คือผมผิดหวัง ที่ผ่านมาเขาเป็นคนที่ผมนับถือ ก่อนหน้านี้เคยบอกไว้แล้วว่า 3 คน ที่ไม่อยากมีเรื่องทะเลาะด้วยในชาตินี้ คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เพราะเป็นการหาเรื่องใส่ตัว แต่วันนี้ที่ออกมา เพราะไม่อยากให้คนที่บอกว่ากลับตัวกลับใจแล้วมาทำแบบนี้.