เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น หญิงวัย 57 ร้องขอความเป็นธรรม หลังหมอลืมดอกสว่านไว้ในขา ทำกระดูกติดเชื้อ แต่โรงพยาบาลกลับไม่เยียวยา ใช้ชีวิตอย่างทรมานมาเกือบ 7 ปี
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 มีนาคม 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับคุณป้าจันทรา ผู้เสียหาย และทนายรณรงค์ แก้วเพชร ปมร้องหมอลืมดอกสว่านยาวประมาณ 1 นิ้ว ไว้ในขา ทำกระดูกติดเชื้อ แค่โรงพยาบาลกลับปล่อยเบลอไม่เคยเยียวยา จึงร้องขอความเป็นธรรม
คุณจันทรา ผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันที่ 14 ม.ค. 2559 ซึ่งเป็นวันเด็ก ตนขี่รถจักรยานยนต์แล้วลื่นล้ม ได้รับบาดเจ็บ และต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสระบุรี หมอดูแล้วบอกว่ากระดูกที่ขาหัก ต้องใส่เหล็ก 7 เส้น เพราะน้ำหนักตัวเยอะ แต่ผ่าตัดเสร็จ ก็มีอาการปวดร้าวอักเสบแบบบอกไม่ถูก เหมือนเข้าไปถึงกระดูกข้างใน พอออกจากโรงพยาบาล จึงให้ลูกพาขี่รถหาหมอตามคลินิก
ด้านนายแบงค์ ลูกชายผู้เสียหาย เผยว่า แต่ตอนที่ผ่าก็ยังไม่ทราบว่าหมอคนที่ผ่าเป็นใคร ไม่มีใบนัด ไม่มีใบเอกซเรย์อะไรเลย ในวันที่ผ่าเสร็จ ก็ไม่มีหมอมาเยี่ยม ไม่เคยเห็นหมอเลยสักครั้ง และไม่มีใครสนใจเลย หลังจากออกจากโรงพยาบาล ก็ต้องขี่รถตามหาหมอที่คลินิกต่างๆ เพราะอยากรู้ว่าใครเป็นหมอเจ้าของไข้ เนื่องจากแม่ปวดแผลมาก
...
คุณจันทรา เผยต่อว่า สุดท้ายเจอหมอที่คลินิก พอไปหาเขาไม่ยอมผ่าให้ บอกว่าอายุมาก น้ำหนักเยอะ แต่ตนก็ปวด จึงขอร้องให้เขาผ่าให้ บอกว่าทนไม่ไหวอยากให้เขาถอดออก เพราะเวลาเดินเหมือนมีอะไรบาดในเนื้อ สุดท้ายเขาก็ยอมผ่าตัดออกในช่วงเดือนมกราคม ปี 2560 หมอบอกว่าเอาเหล็กออกให้ 6 เส้น ส่วนอีกเส้นนึงเอาออกไม่ได้ เขาบอกว่ามันไม่มีผลอะไร ก็ปล่อยเอาไว้อย่างงั้นแหละจนตาย ให้เผาไปพร้อมกับเหล็กเลย หลังจากนั้นก็ยังมีอาการเจ็บอยู่เหมือนตอนใส่เหล็กเลย แต่ยังต้องไปทำงาน ซึ่งถ้าเข้าให้ทดสอบร่างกาย ก็จะทำไม่ได้ เพราะยังเจ็บอยู่ แล้วก็เริ่มมีผลข้างเคียงตามมา คือ เป็นหนองหรือมีผิวหนังต่างๆ เป็นรอย
นายแบงค์ เล่าต่อว่า หลังผ่าตัดครั้งที่ 2 เสร็จ ก็ไม่มีใบนัดเอกซเรย์เหมือนเดิม เขาให้พักฟื้น แล้วก็ปล่อยตัวกลับบ้าน ตนเองก็รู้แปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ ใบนัดหรือแม้แต่ฟิล์มก็ยังไม่มีเลย ผ่าเสร็จก็แยกย้ายกันไป แต่แม่ก็เริ่มปวดและมีหนองเรื่อยๆ แม้จะเดินได้บ้าง แต่ไม่สะดวก หากจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ ก็ต้องให้ตนคอยประคองไปรับไปส่ง ทนแบบนี้มา 5 ปี จนทนไม่ไหวในปี 2565 ไปหาหมอที่โรงพยาบาลแถวบ้าน คุณหมอตรวจดูแล้วแต่ยังไม่แน่ใจ จึงส่งเรื่องมาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขาก็ฉายแสงเอกซเรย์ และ MRI พบว่ามีดอกสว่านอยู่ในกระดูกแม่ จึงรีบให้ผ่าตัดวันที่ 9 พ.ย. 2565
ขณะที่คุณจันทรา เล่าว่า หลังจากผ่าเสร็จร่างกายก็ดีขึ้น ไม่มีการปวดอะไรเลย ประมาณเดือนกว่าๆ แผลตามตัวก็เริ่มแห้ง ช่วงเวลาที่ทรมานกว่า 6-7 ปี ต้องกู้เงินมารักษาตัวเอง ทั้งค่ารักษาและค่าเดินทาง เป็นค่าใช่จ่ายเกือบ 8 แสนบาท ไปกู้เงินสหกรณ์และเงินออมสิน เพราะลูกเรียนอยู่ จึงได้มาขอความช่วยเหลือจากทนายรณรงค์ แก้วเพชร
ด้านทนายรณรงค์ แก้วเพชร เผยว่า ประเด็นที่ตนสนใจ คือ อยากรู้ว่ามันเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่อยู่ในร่างกายคนได้จริงไหม หากอยู่ในร่างคน ทำไมมันถึงมีผลข้างเคียงแบบนี้ แล้วถ้ามีมันผลข้างเคียงแบบนี้ ทำไมถึงไม่เอาออกตั้งแต่แรก หรือควรจะต้องติดตามอาการไป 6 เดือนหรือเปล่า หากหมอไม่มีความสามารถ ก็ควรทำเรื่องส่งไปให้โรงพยาบาลอื่นได้
เรื่องนี้ต้องรอคำอธิบายและคำชี้แจงก่อนว่า มันอยู่ในร่างกายคนได้ไหม เพราะจากที่เห็นมันมีสนิมเกาะอีกด้วย แต่ทุกวันนี้ยังไม่ออกมาชี้แจงเลย ล่าสุดตนเองก็ได้ยื่นเรื่องให้ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ช่วยดูแลเรื่องดังกล่าวแล้ว บอกว่าจะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว สิ่งที่เรียกร้อง คือ ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ว่ามันเกิดจากความประมาทหรือไม่ แล้วเรื่องของการเยียวยาของผู้ป่วย หากเกิดจากความประมาทของผู้ทำการรักษาก็ต้องมีการตรวจสอบ
สุดท้ายนี้ทางคุณป้าจันทรา ได้กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ก็อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หากเราเอาไว้ไม่ได้เอาออก เพราะหมอเขาพูดว่า ถ้ามันยังอยู่ เรามีสิทธิ์โดนตัดขา หรือมีสิทธิ์ตายได้ เพราะเลือดเป็นน้ำเหลืองมันออกทั่วทั้งขาทั้งแขน แต่พอเอาออกแล้ว แผลต่างๆ ตามร่างกาย มันก็หายไปหมดเลย ทั้งนี้อยากได้เงินค่าเยียวยา อยากให้หมอออกมารับผิดชอบ และชี้แจงเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเงียบ.
อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.