แฮชแท็ก #ดาราสาวไต้หวัน พุ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์ หลัง บช.น. ยอมรับ มีการตั้งด่านรีดเงินนักท่องเที่ยวสาวจริง ตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงและดำเนินคดีอาญาเอาผิดทุกนาย

จากกรณี อันยู๋ชิง (Charlene An) ดาราสาวไต้หวัน ที่มาเที่ยวไทย ได้โพสต์ประสบการณ์สุดเฟลลงอินสตาแกรม โดยอ้างว่า ถูกตำรวจไทยขอค้นตัว ค้นกระเป๋า รีดไถเงินกว่า 20,000 บาท จนยอมปล่อยตัว กระทั่งกลายเป็นข่าวดังในไต้หวันเมื่อช่วงต้นมกราคมที่ผ่านมา โดยเธอบอกว่า เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายและน่ากลัวที่สุดในชีวิต 

ต่อมา ทางตำรวจไทยไม่ได้นิ่งเฉย ออกมาแอ็กชันในเรื่องนี้ ส่งชุดสืบสวนลงไปหาพยานหลักฐาน ขณะที่โชเฟอร์แท็กซี่ 2 คนที่ขับรถไปส่งดาราสาวกับเพื่อนวันเกิดเหตุมาสอบสวนแล้ว ยืนยันว่าผู้เสียหายเมามาก และไม่เห็นตำรวจเรียกรับเงิน

ดราม่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ก่อนทัวร์ลงดาราสาว

สื่อมีการเปิดหลักฐาน อ้างเป็นภาพวงจรปิดที่ได้รับจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะดาราสาวชาวไต้หวัน ถูกตำรวจขอตรวจค้นหน้าสถานทูตจีน เมื่อเวลาประมาณ 03.12 น. ของวันที่ 5 ม.ค. 2566

...

เวลา 03.46 น. ดาราสาวกับเพื่อนนั่งแท็กซี่มาตลาดห้วยขวาง มีภาพปรากฏว่า ถือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับภาพวงจรปิดบริเวณที่พัก เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2565 ที่พบว่า เธอถือสิ่งคล้ายบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ และมีลักษณะคล้ายสูบ

แต่นักแสดงสาว ให้สัมภาษณ์กับสื่อไต้หวันว่า พอตำรวจเอาเงินไป เขาก็ยัดบุหรี่ไฟฟ้ามาให้ฉัน ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรในตอนนั้น แต่ถูกตำรวจถ่ายรูป ขณะที่ฝั่งตำรวจ พยายามชี้แจงว่า ดาราสาวทำความผิด โดยเฉพาะ ถือครอง "บุหรี่ไฟฟ้า"

ตอนนั้น พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ระบุว่า มีการตั้งด่านจริง บริเวณหน้าสถานทูตจีน พร้อมชี้แจงว่า พบนักท่องเที่ยวต่างชาติพกบุหรี่ไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าผิดกฎหมาย แต่เพราะคุยกันไม่เข้าใจ เนื่องจากนักท่องเที่ยวพูดภาษาจีน ซึ่งได้มีการอัดเสียงไว้ แต่ยังหาไม่เจอ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้มีทัวร์ไปลงที่อินสตาแกรมของนักแสดงสาวทันที โดยหลายคนตั้งคำถามว่า หากเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องจริง มีเหตุผลอะไรที่จะต้องสร้างเรื่องขึ้นมาทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้วย

ขณะที่ดาราสาวตอบโต้ข้ามประเทศ ยืนยันว่าตำรวจไทยโกหก และขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) 

"ชูวิทย์" อ้างเรื่องจริง มีหลักฐาน ตำรวจรีดเงิน


กระทั่ง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่า ตำรวจรีดเงินดาราสาวไต้หวัน เป็นเรื่องจริง เนื่องจากมีผู้หญิงคนไทย แฟนเป็นคนสิงคโปร์ ที่ไปร่วมวงสังสรรค์กินเหล้ากับดาราสาวไต้หวันให้การยืนยันว่า ได้เป็นผู้จ่ายเงินจำนวน 27,000 บาท ให้กับตำรวจที่ตั้งด่านด้วยตัวเอง และมีคลิปยืนยันด้วย

พร้อมกับอ้างว่า ตำรวจมีการไปลบคลิปที่ด่านหน้าสถานทูตจีน, ลบคลิปกล้องบนหมวกของตำรวจที่ด่าน พร้อมกล่อมให้คนขับแท็กซี่ยืนยันว่าดาราสาวไต้หวันเมามาก พูดไม่รู้เรื่อง อยู่ที่ด่านแค่ 40 นาที แล้วอ้างว่ากล้องหน้ารถบันทึกได้แค่ 20 วัน จึงไม่มีภาพ

แต่ ผบ.ตร. เห็นท่าไม่ดี สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้การฯ ศูนย์สืบสวนนครบาล รีบบินด่วนเพื่อไปสอบปากคำจากดาราสาวไต้หวัน พร้อมกันกับที่สาวไทยที่ไปเที่ยวด้วยกัน มาให้ข้อมูลว่าเป็นคนจ่ายเงิน 27,000 บาทด้วยตัวเอง ทีม บช.น. จึงชิงกลับลำ ให้ตำรวจห้วยขวางสารภาพเสียดีกว่า ระเบิดจึงลงที่นครบาลอีกครั้ง

ตำรวจยอมรับแล้ว ยืนยันไม่มีละเว้น


ล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีการเผยแพร่ใบแถลงยอมรับว่า ตำรวจตั้งด่านรีดเงินนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันจริง โดยมีการตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าสถานทูตจีน และปรากฏภาพนักท่องเที่ยวมีการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า หรือบารากู่ไฟฟ้า แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะปฏิบัติหน้าที่ พบเห็นวัตถุดังกล่าวที่มีลักษณะเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้ตรวจยึดเป็นของกลาง เพื่อส่งตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ให้นักท่องเที่ยวที่ครอบครองออกเดินทางจากจุดตรวจดังกล่าวไป เพราะวัตถุต้องสงสัย ซึ่งกรณีนี้เบื้องต้นเข้าข่าย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน ให้ดำเนินการทั้งวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดแล้ว

ส่วนประเด็นการรีดเงินนักท่องเที่ยว ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลขอยืนยันว่า ในประเด็นดังกล่าว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร บันทึกรับสารภาพ จำนวนเงินแน่นอน รวมถึงคำรับของเจ้าพนักงานตำรวจมาให้การรับสารภาพ เพื่อใช้ดำเนินคดีรวบรวมพยานหลักฐาน

ทั้งนี้ หากพยานหลักฐานชัดเจนก็จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น ไม่ว่าฝ่ายใด 

เกี่ยวกับกรณีนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการด่วน ให้ ผบช.น. สั่ง ผกก.สน.ห้วยขวาง ช่วยราชการ หลังจากมีข้อมูลว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกรณีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันถูกเรียกรับเงิน พร้อมกำชับ น.1 ดำเนินการตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงและดำเนินคดีอาญาในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำความผิดในเหตุดังกล่าวทุกรายอย่างเด็ดขาด มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง



อย่างไรก็ตาม หลังการออกมายอมรับของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ทำให้แฮชแท็ก #ดาราสาวไต้หวัน กลับมาขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่ง ส่วนใหญ่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาชี้แจงมากกว่านี้ รวมถึงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการให้ปากคำของแท็กซี่ก่อนหน้านี้ว่าจริงหรือไม่อย่างไร และว่าเรื่องนี้ หากดาราสาวไต้หวันไม่ออกมาโพสต์ข้อความจนเป็นข่าวขึ้นมา เรื่องนี้ก็คงเงียบหายไป

นอกจากนี้ ก็มีคนไทยจำนวนหนึ่ง เข้าไปแสดงความคิดเห็น พร้อมให้กำลังใจดาราสาวไต้หวัน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายอมรับผิด.

ภาพจาก อินสตาแกรม : @charlene_an517