แพทย์เตือนอย่าชะล่าใจ ผู้ที่ปวดหัวต่อเนื่อง และรุนแรงขึ้น อาจเป็นเนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง ชี้เพศหญิงพบมากกว่าชาย 2 เท่า แต่หากมีอาการชัก อ่อนแรง การมองเห็นหรือความจำเปลี่ยนฉับพลัน ควรรีบไป รพ.
วันที่ 17 ม.ค. 66 นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Arak Wongworachat" เตือนผู้ที่ปวดหัวเรื้อรัง ต่อเนื่อง รุนแรงขึ้น อย่าชะล่าใจ อาจเป็นโรคเนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง (Meningioma)
พร้อมแชร์กรณีผู้ป่วยที่น่าสนใจ เป็นผู้ป่วยหญิงอายุ 65 ปี เศษ มีอาการมึนงง ปวดหัวบ่อยๆ อากาศร้อนๆ จะปวดมากขึ้นเป็นมานานแรมปี กินยาแก้ปวดพาราพอบรรเทาอาการ คิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก น่าจะเครียดกับงาน ต่อมาเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง เดินไปตลาดสักพักก็ไปต่อไม่ไหว ญาติสังเกตพบว่าเดินขาลาก การทรงตัวไม่ปกติ จึงตัดสินใจพามาพบแพทย์ ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์
แพทย์เวรตรวจเบื้องต้น สงสัยอาการทางสมอง จึงส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง พบเนื้องอกในสมองขนาด 3 เซนติเมตร จึงแนะนำให้นอนโรงพยาบาล วางแผนผ่าตัด ส่งปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร์ นัดผ่าตัดสมอง เอาก้อนเนื้อออกมาเป็นผลสำเร็จ โดยไม่มีผลต่อการทำลายเนื้อสมอง สามารถผ่าเอาเนื้องอกออกมาได้ทั้งก้อน
หลังผ่าตัด ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว อาการอ่อนแรงค่อยๆ ดีขึ้น ฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงปกติ และต้องทำกายภาพบำบัด ฟื้นฟูต่อเนื่องจนกลับมาเป็นปกติ
เนื้องอกในสมอง หากสามารถวินิจฉัยโรคได้เร็ว ก้อนไม่โตมาก ไม่กระจายลุกลาม สามารถผ่าตัดรักษาให้หายขาดได้ เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง อุบัติการณ์จะสูงขึ้นตามอายุ เพศหญิงพบมากกว่าชาย 2 เท่า ก้อนนี้เป็นชนิดไม่ร้าย อาจพบชนิดร้ายได้ 1-3%
ข้อแนะนำ หากอาการปวดศีรษะแย่ลงเรื่อยๆ อาการที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจหรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย แต่หากมีอาการชัก อ่อนแรง การมองเห็นหรือความจำเปลี่ยนไป หรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว.
ที่มาจาก เฟซบุ๊ก Arak Wongworachat
...