เจ้าอาวาสวัดดัง จ.นครนายก ชี้แจงปมบวชให้ "พระคาดผม" เผยตรวจประวัติอาชญากรรมแล้วไม่พบคดีทางโลก สามารถบวชใหม่ได้ ซ้ำยังช่วยเหลืองานที่วัด
วันที่ 12 มกราคม 2566 มีรายงานว่า จากกรณีทีมงานหมอปลาพาสื่อมวลชนบุกวัด หลังทราบเรื่องว่า อดีตพระครูปลัดประสาทพร เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หรือ นายสมุทร ประสาทพร ที่เคยตกเป็นข่าวดังเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 เรื่อง พบสีกาแอบใต้บันไดกุฏิ อีกทั้งที่เป็นที่จดจำคือนำที่คาดผมมาคาดหัว
พระครูปทุมปริยัติยานุกิจ เจ้าคณะตำบลหนองแสง เขต 2 เจ้าอาวาสวัดขุมข้าว อ.ปากพลี จ.นครนายก บอกว่า ตอนที่คณะหมอปลามาที่วัดตอนนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. ตนอยู่ที่วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ที่อำเภอเมืองนครนายก ส่วน นายสมุทร ประสาทพร หรือ อดีตพระครูปลัดประสาทพร ตนได้พามาบวชที่วัดตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว โดยตนกับนายสมุทรเป็นเพื่อนรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนระดับปริญญาตรีที่วัดพิชัยญาติการาม หรือวัดพิชัยญาติ ด้วยกัน
เมื่อถามว่าทราบข่าวของอดีตพระครูปลัดประสาทพร ที่เคยตกเป็นข่าวเมื่อปีที่แล้วหรือไม่ พระครูปทุมปริยัติยานุกิจ บอกว่า ตนทราบเนื่องจากมีการลงข่าวตามสื่อและทีวี ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นมันจบไปแล้ว อีกทั้งก็สึกไปแล้ว จึงสามารถกลับมาบวชใหม่ได้โดยตนเป็นคนพามาบวชด้วยตนเอง ในส่วนของการตรวจสอบประวัตินั้น ก็ได้มีการตรวจประวัติอาชญากรรมแล้วก็ไม่พบว่ามีประวัติหรือคดีทางโลก ดังนั้นก็สามารถที่จะบวชได้
...
จากนั้นได้ถามต่อว่าหลังจากที่นายสมุทรมาบวชที่วัดแล้ว มีลูกศิษย์ลูกหามาที่วัดบ้างไหม พระครูปทุมปริยัติยานุกิจ บอกต่อว่า คนเราหากว่าผิดจริง ลูกศิษย์จะไม่ตามมาหาหรอก (มีลูกศิษย์มาหามากมาย) หลังจากที่มาบวชที่วัดก็ได้เข้ามาช่วยเหลืองานที่วัด สร้างกุฏิ สร้างศาลา หลังคา รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ส่วนเรื่องที่ทีมงานหมอปลาและสื่อที่ตามมาถึงที่วัดนั้น หากเข้ามาดีก็ดี แต่หากที่จะมาแบบซ้ำเติมกันตนว่ามันไม่ใช่
ทั้งนี้ตนอยากจะให้มองคนในแง่ดี ไม่ใช่ว่ามามองแล้วซ้ำเติม ในส่วนที่หาว่าเขาผิดและไม่รู้ว่าผิดจริงหรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องสำคัญและเกี่ยวกับพระศาสนา ไม่ใช่อยู่ๆ มาพูดกันลอยๆ ว่า คนนี้ปาราชิก ต้องหาข้อมูลที่จริงก่อน และความผิดทางโลกก็ไม่มี แล้วจะมาผิดกับเขายังไง อีกทั้งความผิดทางโลกยังไม่มีสักคดีแล้วจะเป็นไปได้ไหมที่จะมาปาราชิก