“เฮียชู” แฉอีกมีขบวนการทำลายพยาน หลักฐาน พยายามเสนอเงินให้พยานปากเอกผู้ใกล้ชิดรู้เห็นทั้งเส้นทางการเงินและยาเสพติดของกลุ่มทุนจีนสีเทา ปิดปากไม่ให้การในศาล เผยมีหมัดเด็ดเป็นข้อมูลชุดสุดท้ายที่เหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง มอบให้ “รังสิมันต์ โรม” ไปอภิปรายในสภา รวมทั้งเรื่องหลานชาย “บิ๊กตู่” ที่เข้าไปเอี่ยว
ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ม.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เดินทางเข้าร่วมเข้ารับฟังการประชุมคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด (พาลีปราบยา) ครั้งที่ 2/2566 มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะทำงานประกอบด้วยนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาฯ ป.ป.ส. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาฯ ป.ป.ส. นายพงษธร อินอำนวย ผอ.ศูนย์คดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ นอกจากนี้ยังได้ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วย
นายชูวิทย์เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า เดินทางมาติดตามความคืบหน้าเรื่องการฟอกเงิน ส่วนประเด็นที่ติดใจคือการแจ้งข้อหาฟอกเงินให้กับลูกสมุนและเครือข่ายนายตู้ห่าว-ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ อาทิ นางพัชรินทร์ อิทธิพัฒนา พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ ภรรยานายตู้ห่าว นายสิทธิไพบูลย์ คำนิล แต่ไม่มีการตั้งข้อหาฟอกเงินกับนายตู้ห่าว-ชัยณัฐร์ เท่ากับว่าเป็นการตั้งข้อหากับผู้สนับสนุนแต่ตัวการยังไม่ได้ตั้งเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ถึงแม้นายตู้ห่าวจะถูกขังอยู่ในเรือนจำ ตำรวจสามารถไปแจ้งข้อหาได้ การแจ้งข้อหาฟอกเงินจะส่งผลถึงการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินต่างๆ ที่ตนขอเข้าพบ รมว.ยธ. และผู้เกี่ยวข้องก็เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับนอมินีของนายตู้ห่าว มีบริษัทหลายสิบบริษัท นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับพนันออนไลน์ เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนสีเทาและการฟอกเงินด้วย
...
นายชูวิทย์กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้มีขบวนการทำลายพยานหลักฐาน พยานปากเอกของตนที่เป็นบุคคลใกล้ชิดรู้เห็นเรื่องเงินทองของนายตู้ห่าวรวมทั้งเรื่องยาเสพติด ถูกบุคคลหนึ่งที่ได้รับการประกันตัวออกมามีความรู้ทางกฎหมาย พยายามเข้าไปเสนอเงินปิดปากไม่ให้มาให้การ มีการติดต่อเรียกให้ไปรับเงิน ตนมั่นใจว่าพยานที่อยู่ในสำนวนของตำรวจจะไม่ให้การเป็นประโยชน์ในชั้นศาลและหากพยาน ปากเอกรายนี้ถูกทำลายจะกระทบต่อการพิจารณา ของศาล และถ้านายตู้ห่าวหลุดคดีความเสียหายจะเกิดขึ้นกับกระบวนการยุติธรรมไทย ขอเรียกร้องให้ถอนประกันบุคคลดังกล่าว และขอเตือนตำรวจ พนักงานอัยการ ทุกคนที่เกี่ยวข้องระวังขบวนการทำลายพยานหลักฐาน
“ขณะนี้ผมมีข้อมูลชุดสุดท้ายเหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นไคลแมกซ์ของกลุ่มทุนจีนสีเทา ข้อมูลสำคัญนี้ผมมอบให้ผู้มีความสามารถไปอภิปรายในสภา ทำให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นอาชญากรรมข้ามชาติและเป็นคดีนอกราชอาณาจักรอย่างแท้จริง ยอมรับตามตรงแม้แต่ผมก็ยังไม่กล้าพูด เพราะเกี่ยวพันโยงใยไปถึงหลายส่วน ทำให้เห็นชัดเจนว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความบกพร่อง” นายชูวิทย์กล่าวทิ้งท้าย
ก่อนหน้านี้ที่รัฐสภา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นำเอกสารหลักฐานกรณีทุนจีนสีเทามอบให้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล หลังเสร็จสิ้นนายชูวิทย์กล่าวว่าตนเดินหน้าเปิดโปงเครือข่ายทุนจีนสีเทามาตลอด 3 เดือน ขณะนี้อายุสภาใกล้หมดแล้ว แต่ยังไม่มีใครให้ความสนใจ สะท้อนการไม่เอาใจใส่ปัญหาโดยเฉพาะปัญหาในวงการตำรวจ เมื่อพิจารณาแล้วต้องการนำประเด็นนี้ให้นายรังสิมันต์นำไปอภิปรายตรวจสอบต่อ ข้อมูลรายละเอียดที่นำมามอบยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน
ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณนายชูวิทย์ที่นำข้อมูลมาให้ เหมือนเป็นการฟ้องรัฐบาลถ้ารัฐบาลเลือกยุบสภาก่อน แสดงว่าข้อกล่าวหานี้เป็นความจริงใช่หรือไม่รัฐบาลต้องคิดให้ดี ประเด็นการเปิดโปงขบวนการทุนจีนสีเทานั้น พรรคก้าวไกลตั้งทีมศึกษารายละเอียดของขบวนการดังกล่าวแล้ว ยืนยันจะทำเต็มที่ในการอภิปรายรัฐธรรมนูญ ม.152 ขอให้ประธานและรองประธานสภาที่ควบคุมการประชุมเห็นถึงความจำเป็นที่การพูดเรื่องนี้จะต้องเอ่ยถึงบุคคลที่สาม เนื่องจากประเด็นทุนจีนสีเทาเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เทคนิคประจำที่ใช้ในสภาคือการประท้วงเป็นรูปแบบไม่สร้างสรรค์ เราในฐานะผู้อภิปรายจะทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด แต่ถ้าจำเป็น พรรคก้าวไกลและตนก็พร้อมเข้าสู่กระบวน การยุติธรรมหากถูกฟ้องร้อง เพราะก่อนการอภิปรายเรื่องใดเราตรวจสอบข้อมูลอย่างเต็มที่
“ขอให้มั่นใจว่าไม่มีใครปิดปากพวกเราได้ ไม่ว่าจะเป็นผม หรือนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกดำเนินคดีฟ้องร้องโดยนักการเมือง พวกเราทำหน้าที่เหมือนเป็นวันสุดท้ายเสมอ เราไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย สิ่งที่เราทำได้คือทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนที่มีหลักฐานหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทา พรรคก้าวไกลจะติดตามเรื่องนี้เพื่อนำไปอภิปรายอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตั๋วช้างภาค 1 และภาค 2 หรือเรื่องขบวนการค้ามนุษย์ เราต้องอาศัยพลเมืองดีแบบนี้ในการนำข้อมูลมาให้ เพราะเราทำหน้าที่ในสภา ไม่มีทางรู้ถึงความอัปลักษณ์และการทุจริตในสังคมไทยมากเท่ากับคนที่อยู่ในระบบ เชื่อว่านายชูวิทย์เข้าถึงข้อมูลจำนวนมากที่เป็นประโยชน์แก่สังคมไทย” นายรังสิมันต์กล่าว