"หมอปอดสรุปให้" พ่อแม่เผลอให้ลูกทาน "ยาคาลาไมน์" เข้าไปแล้วจะต้องทำอย่างไร พร้อมย้ำเป็นยาทาภายนอกเท่านั้น ห้ามรับประทาน


วันที่ 24 ธ.ค. 2565 เฟซบุ๊ก หมอปอดสรุปให้ โพสต์ข้อความโดยระบุว่า ความรู้สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ทำอย่างไรถ้าหากลูกทานยาคาลาไมน์เข้าไป โดยจากข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้มีพ่อแม่บางคนอาจจะสงสัยว่าถ้าหากลูกตัวเองทานยาคาลาไมน์เข้าไป จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร โพสต์นี้หมอขอสรุปให้ฟัง

ยาคาลาไมน์ เป็นยาทาภายนอกเท่านั้น ห้ามรับประทาน มีสรรพคุณช่วยลดเรื่องอาการคัน จึงเป็นยาที่ใช้กันแพร่หลายในเด็ก แล้วถ้าเกิดเผลอให้ลูกทานยาเข้าไป ต้องแยกเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 คือยาคาลาไมน์ที่ใช้เป็นแบบที่ไม่ผสมยาแก้แพ้ (เช่นคาลาไมน์ของ GPO เป็นต้น) กรณีที่ 2 คือยาคาลาไมน์ที่ผสมกับยาแก้แพ้ ให้ดูที่ด้านหลังขวด จะมีคำว่า Diphenhydramine HCl อยู่ (เช่น ยี่ห้อคาลาไมน์-V กล่องสีเขียว, ยี่ห้อ Kadryl กล่องสีฟ้าน้ำเงิน เป็นต้น)

ส่วนผสมหลักของยาคาลาไมน์ทั้ง 2 แบบ คือ ซิงค์ ออกไซด์ (Zinc Oxide) ซึ่งระดับความเป็นพิษต่ำจึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง แต่สามารถระคายเคืองของกระเพาะ ทำให้อาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสียได้
ถ้าเป็นยาคาลาไมน์ชนิดที่ "ไม่ผสมยาแก้แพ้" ก็อาจจะมีอาการดังกล่าว ซึ่งส่วนมากอาการจะหายได้เอง แนะนำให้ทานน้ำเปล่าตามเข้าไปสามารถช่วยลดอาการได้ ไม่จำเป็นต้องล้างท้อง ส่วนในเด็กเล็ก กรณีอาการอาเจียน ท้องเสียเป็นปริมาณมาก ต้องระวังอาการขาดน้ำ

ถ้าเป็นยาคาลาไมน์ที่ "ผสมกับยาแก้แพ้" อันนี้อันตราย เพราะสิ่งที่ก่อให้เกิดความเป็นพิษ คือ ตัวยาแก้แพ้ ซึ่งทำให้เกิดอาการง่วงซึม หัวใจเต้นเร็ว กดการหายใจ ในข่าวเป็นยาคาลาไมน์ยี่ห้อ Kadryl ซึ่งมียาแก้แพ้ผสมอยู่ ดังนั้นตัวที่ทำให้เกิดพิษสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นผลจากยาแก้แพ้ได้ กรณียาคาลาไมน์เข้าตา แนะนำให้ล้างตาอย่างน้อย 15 นาที ข้อนี้วิเคราะห์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ Kadryl 100ml มียา Diphenhydramine HCl ผสมอยู่ 1g (1000mg)

...

ดังนั้น 1 ml มี Diphenhydramine HCl 10mg ในข่าวคุณแม่เขียนว่าให้ลูกกิน 1 ml ทั้งหมด 2 ครั้ง ดังนั้นเท่ากับว่าได้ยา Diphenhydramine HCl เข้าไป 10mg ทั้งหมด 2 ครั้ง ยา Diphenhydramine HCl ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ และ ขนาดยาที่แนะนำสำหรับเด็กอายุ 2-6 ปี คือ 6.25 mg ต่อครั้ง ดังนั้นเด็กคนนี้อายุ 1 เดือน ขนาดยา diphen ที่ได้จึง overdose.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก หมอปอดสรุปให้