เปิดปาก "ชูวิทย์ " เดินหน้าแฉปม "ทุนจีนสีเทา" พร้อมเผยตัวละครใหม่ โยงเบื้องหลังสะเทือนถึง ปปง. และหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ชี้ชัดไปถึงคดีฟอกเงินที่ไม่ถูกตั้งข้อหา
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 ธันวาคม 2565 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับ "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" หลังเดินหน้าแฉทุนจีนต่อ พร้อมเผยตัวละครใหม่ เบื้องหลังสะเทือน ปปง. ถึงขั้นลาออกจริงหรือ
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เผยว่า หลังจากการแฉกระบวนการทุนจีนสีเทาไปเมื่อครั้งก่อน ตำรวจไปขยายผลไปถึงกลุ่ม 5 เสือ แต่กระบวนการนี้มันเป็นเพียงจุดหนึ่งใน "ผับจินหลิง" ที่ขยายออกมา กระบวนการนี้เป็นกระบวนการจีนสีเทาที่เกิดประเทศไทย เพราะเป็นประเทศที่มีระบอบคอร์รัปชันและการตรวจสอบที่อ่อนแอ ซึ่งตู้ห่าวนั้นถูกตั้งข้อหาคดีเสพติด แต่จะหลุดเพราะคดีอ่อนมาก เนื่องจากเป็นโทษใหญ่ที่จะต้องมีหลักฐานพยานที่มั่นคง แต่นี่ไม่มีเลย แม้โทษจะดูหนักจริงแต่ไปไม่ถึง เพราะไม่มีหลักฐานสักอย่าง หากหลุดทรัพย์สินทุกอย่างที่ยึดมาก็ต้องคืน ทั้งๆ ที่การตั้งข้อหายาเสพติด จะต้องตั้งการตั้งคู่กับข้อหาฟอกเงิน แต่กลับนี่ไม่มี เพราะถ้ามีก็คงหนีไม่พ้น แม้ข้อหาฟอกเงินดูน้อยจริง แต่สามารถคิดโทษเป็นกรรม และยึดทรัพย์ได้ทั้งหมด
...
"ตู้ห่าว" ทำคนเดียวไม่ได้ มันเป็น "กระบวนการฟอกเงิน"
นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องปกติของกระบวนการค้ายาเสพติดที่มีการฟอกเงิน ธุรกิจที่เปิดเผยทั้งหมด เป็นธุรกิจบังหน้า แต่เมื่อตำรวจกลับไม่ตั้งข้อหาฟอกเงิน เพราะมันไปต่อไม่ได้ ทั้งนี้ตนเองมีหลักฐานเส้นทางการฟอกเงิน อ้างว่าหนึ่งในตำรวจที่ทำคดีนำหลักฐานมามอบให้ พบว่า เส้นเงินของผับจินหลิง จะส่งไปมาหาบัญชีคน 2 คน คือ ฟูจิชิงและหยางเฉิน จากนั้นโยงไปแซนบิชิง ต่อมาก็โอนให้บัญชีม้า พบเส้นทางเงินโอนไปต่อที่บริษัทโมเดิร์นเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นของนายตู้ห่าว แบบนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่านายตู้ห่าวเป็นผู้รับเงิน
จึงต้องตั้งคำถามต่อไปว่าทำไมถึงไม่ตั้งข้อหาฟอกเงิน ทำบุคคลที่เป็นนอมินีก็ยังเดินเข้าออกในฐานะพยาน เพราะไม่ถูกตั้งข้อหา ทั้งหมดมีหลักฐานตั้งแต่แรกแล้ว แต่มีการอำพรางคดี ทำให้สำนวนอ่อน แต่ซึ่งตนก็จะนำหลักฐานทั้งหมดไปให้อัยการสูงสุดได้พิจารณาคดีต่อไป เห็นชัดขนาดนี้ ยังคิดว่าเป็นการกล่าวหาอีกหรือไม่ การที่ตำรวจทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ตนเองก็ไม่รู้ เพราะเส้นทางเงินมันแสดงชัดเจนหมดแล้วมีการโอนเงินไปมา แต่ก็จบที่ตู้ห่าว
อัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานขึ้นมา สอบปม "อาชญากรรมข้ามชาติ"
นายชูวิทย์ เผย ตนเองถูกเรียกไปสอบ หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการที่อัยการสูงสุด เพื่อสอบว่าเป็นคดีที่เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ ดังนั้นต้องไปพิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นอาชญากรรมข้ามชาติจริงหรือไม่ด้วยหลักฐานที่มี การฟอกเงินนั้นเป็นโทษหนัก โอนหนึ่งครั้งก็เป็น 1 กรรม ดังนั้นศาลต้องมีหลักฐานในการพิจารณาที่ชัดเจน หากตู้ห่าวหลุดคดี คนที่เสียหาย ก็คือผบ.ตร.และอัยการสูงสุด เพราะรับคดีมาแล้วสำนวนอ่อน เสียเวลาทุกฝ่าย เรื่องต่างๆ จะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู และจะถูกต้องคำถามว่า ทำไม่ถึงไม่ดำเนินคดีฟอกเงิน เพราะเรามีเส้นทางเงินอยู่แล้ว ถือเป็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งๆ ที่ยาเสพติดเป็นข้อหามูลฐานการฟอกเงินที่ชัดเจนที่สุด ส่วนที่ออกมาพูดตนเองไม่กลัว ชนเป็นชน เพราะกำลังปั้นผลงานมาสเตอร์พีชอยู่ ขณะนี้ตนไปร้อง DSI เป็นการตั้งข้อหาฟอกเงินโดยภาพรวมทั้งหมด
ยื่นข้อเสนอให้ ผบช.น. คนปัจจุบัน
นายชูวิทย์ กล่าวถึงผบช.น. ว่าหนึ่งต้องลาออกไปเลย หากไม่ออก ก็ควรออกจากบช.น. ไปปราบโจร หรือหากไม่ออกก็เปลี่ยนหัวหน้าพยานสอบสวน เพราะไม่ออกข้อหาที่เป็นข้อเท็จจริง ทั้งๆ ที่หลักฐานมีชัดขนาดนี้แล้วแต่กลับไม่แจ้งข้อหา
ทั้งนี้หากไม่มีการแจ้งข้อหาฟอกเงิน สิ่งที่ทำมาพังหมด เสียเวลา ตนเองไม่เสียหาย แต่ประชาชนโดยทั่วไปจะเสียหาย ดังนั้นประชาชนต้องเข็มแข็ง สังคมต้องคัดเอาคนเลวออกไป แล้วเป็นคนเลวที่เราเปลี่ยนสัญชาติให้ทั้งๆ ที่มีคดีอยู่ การกระทำการแบบนี้ได้จะเลี้ยงไว้เหรอ เบื้องหลังตู้ห่าวมีเต็มไปหมด ซึ่งไม่มีใครอยากให้พูด ทุกวันนี้ปิดปากไว้ เพราะมีกระบวนการช่วยเหลือ
หากรอดคดียาเสพติดไป ซึ่งเป็นคดีหนัก คดีฟอกเงินที่ต้องพ่วงมากลับไม่มี ตู้ห่าวก็จะกลายเป็นคนอิสระ ฟรีแมน ไปไหนมาไหนก็ได้แล้ว แต่หากมีการตั้งข้อหาฟอกเงินตามมา ก็แต่สอบสวนถึงที่มาของเงิน และการโอนเงินต่างๆ หากตอบไม่ได้ก็จะสามารถดำเนินคดีได้ จนสาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
การแฉวันนี้สามารถทำให้ "ตู้ห่าว" ถูกแจ้งข้อหาฟอกเงินได้หรือไม่
ยังไงก็ต้องแจ้ง ไม่วันนี้ก็วันหน้า แต่ถ้าไม่แจ้งวันนี้ ไปแจ้งวันหน้า ก็จะทำให้เขามีเวลามากขึ้นในการทำลายเอกสาร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินได้ อย่างน้อยก็เริ่มทำได้ตั้งแต่แจ้งข้อหาคดียาเสพติด กระบวนการทั้งหมดถือเป็นการให้เวลาเขาไปถ่ายเททรัพย์สินทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.