เปิดปากกับผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์เหตุ "เรือหลวงสุโขทัย" ล่มกลางทะเล กับการสูญเสียอาวุธทางการรบที่มีศักยภาพสูงและติดตามภารกิจการปูพรมค้นหาผู้สูญหาย ล่าสุดพบกำลังพลเพิ่ม 6 นาย แต่เสียชีวิต 4
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2565 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พุดคุยกับอาจารย์อนาล กอสกุล ผู้ก่อตั้งเพจ Thai Armed Force ปม "เรือหลวงสุโขทัย" ล่ม เบื้องต้นยังเร่งค้นหา กำลังพลที่สูญหาย
อาจารย์อนาล กอสกุล กล่าวว่า ติดตามตั้งแต่วันแรก เพราะว่าฟังตอนแรกก็ตกใจ เนื่องจากว่าเป็นเหตุเรือล่มในประเทศไทย โดยเฉพาะเรือรบด้วยแล้ว ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งเรือลำนี้เป็นเรือรบ หนักไม่ถึง 1,000 ตัน เล็กกว่าเรือหลวงจักรีฯ ถึง 8 เท่า แต่ถือว่ามีประสิทธิภาพสูง และเป็นเรือชั้นแนวหน้าของไทย ซึ่งทำภารกิจการรบโดยเฉพาะ แต่ในยามสงบก็ลาดตระเวนทั่วไป
ในส่วนของการจมคิดว่าคงต้องกู้ขึ้นมา เพราะอยู่ใกล้ฝั่งเกินไป และมีท่าเรือหลายท่า อีกทั้งทะเลแถวนั้นลึกไม่เกินราวๆ 45 เมตร ถ้าไม่โผล่พ้นน้ำก็อาจวางตัวในแนวราบ ดังนั้นควรจะต้องกู้ เพราะเป็นอุปสรรคต่อเรืออื่นได้
...
สาเหตุการจมเกิดจากอะไร
อย่างแรกไม่น่าจะมีใครทราบว่าเกิดจากอะไร ทำได้แค่คาดเดาและวิเคราะห์จากสัมภาษณ์ แต่น่าจะมีหลายสาเหตุประกอบกัน อาจจะมาจากคลื่นลมแรง ซึ่งปกติเรือก็ผ่านได้เฉยๆ ไม่มีปัญหา แต่พอได้ฟังว่ามีน้ำเข้าเรือ แปลว่าต้องมีร่องรอยอะไรสักอย่างที่แตกหัก หากน้ำเข้าไปแล้วต้องหาต่อไปว่าน้ำมาจากอะไรและเข้าเรือไปได้อย่างไร
หากน้ำเข้าไปในระบบไฟฟ้าทุกอย่างก็พังหมด เครื่องยนต์ดับ และก็ต้องดูระบบในการกู้เรือด้วยว่า ใช้ระบบแบบไหน หากปิดผนึกเรือ โดยการควบคุมให้น้ำท่วมอยู่ในห้องเดียว ก็จะสามารถทำให้เรือลอยต่อไปได้ แต่จากกรณีที่เกิดขึ้น คือไม่สามารถควบคุมความเสียหายได้เลย ทำให้เรือเริ่มเอียงทางซ้าย จนไปดึงจุดศูนย์ถ่วง แต่พอเอียงราวๆ 60 องศา กัปตันก็เริ่มสั่งให้สละเรือ ขึ้นบนดาดฟ้ารออพยพ
ขณะที่ คุณจินดาภรณ์ มีสาวงษ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิราษฎร์ธรรมสถาน บางสะพาน เผยความคืบหน้าการค้นหาล่าสุดว่า ในขณะนี้ทางทหารเรือกำลังหา และได้รับแจ้งว่าพบมีผู้รอดชีวิตอีก 1 คน ทั้งนี้เรือหลวงอ่างทองกำลังเร่งช่วยเหลืออยู่ แต่อุปสรรคของการค้นหาตอนนี้คือคลื่นลม เมื่อเทียบกับวันเกิดเหตุ พบว่ามีความแรงลดลง
หากผู้สูญหาย มีเรือยางหรือชูชีพอยู่ เชื่อว่ายังคงรอคอยความช่วยเหลือได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างค่อนข้างลำบาก เพราะกระแสลมและกระแสน้ำที่ยังไม่รู้ว่าผู้ประสบภัยจะถูกพัดไปในทิศทางไหน ส่วนทางกู้ภัยรอช่วยเหลือต่อไป แม้ในตอนแรกก็ไม่คาดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แต่เพราะญาติของผู้ประสบภัยติดต่อมาขอความช่วยเหลือ จึงได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งค้นหาต่อไป
ด้านอาจารย์อนาล กอสกุล กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีมากที่หาเจอ แม้จะ 1 หรือ 2 คนก็ตาม ส่วนในกรณีที่ผู้การเรือหลวงสุโขทัย เล่าเหตุการณ์พร้อมเผยว่าตนเองได้ออกจากเรือเป็นคนสุดท้าย โดยปกติแล้ว ยศยิ่งสูงต้องออกคนสุดท้าย เพื่อสั่งการดูแลทุกคนให้อยู่ในความปลอดภัยอยู่แล้ว
ซึ่งไม่คาดคิดว่าเรือรบราชนาวีไทยจะจมทะเล เพราะเรือรบออกแบบมาให้ทนทานต่อคลื่นลมอยู่แล้ว ส่วนในคลิปเหตุการณ์เรือล่มที่เห็น ก็ไม่มั่นใจว่าสถานะของเรืออยู่ที่ไหน แต่น่าแปลกที่คลื่นซัดเข้าทางท้ายเรือ เพราะปกติแล้วหากมีคลื่น เรือต้องหันหน้าเข้าหาเพื่อสู้ แต่ที่เห็นคลื่นค่อนข้างแรง แม้จะโดนคลื่นในลักษณะนี้อาจจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้เรือจมลงไป
จากที่ฟังกองทัพเรือแถลงว่าน้ำเข้าท่อไอเสีย แสดงว่าระบบมันป้องกันไม่ได้แล้ว โดยปกติแล้วต้องสูบน้ำออกเพื่อกู้เรือ แต่กรณีที่เกิดขึ้นแสดงว่าไม่สามารถทำได้ เพราะเครื่องยนต์จม ทำให้เรือตาย ซึ่งก็ยังตอบยากมากว่ามันเกิดจากออะไร หลังจากนี้ต้องสอบสวนและสัมภาษณ์กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือหากมีความผิดพลาด ก็ต้องดูว่าจะเกิดจากอะไรข้ึนได้บ้าง
กองทัพยืนยัน เสื้อชูชีพมีเพียงพอ ทั้งแบบเสื้อและห่วงยาง
อาจารย์อนาล กอสกุล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ แต่ยังต้องมีการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต และดูกระบวนการนำคนขึ้นว่าเอาขึ้นเรือว่าเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุดต้องมีเสื้อชูชีพ เพราะเสื้อชูชีพกับห่วงยางนั้นต่างกัน เนื่องจากห่วงยางหากหมดแรงเกาะ ก็หลุดลง
ดังนั้นโดยหลักการทั่วไป ต้องมีชูชีพครบทุกคน หรือมีจำนวนมากกว่าคนขึ้นเรือ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าในกรณีที่รับทหาร 30 ท่านขึ้นมาเพิ่ม ได้ทำตามกระบวนการหรือไม่ แต่จากที่ฟังสัมภาษณ์คือ เจอผู้สูญหายห่างจากจุดจม 20 ไมล์ทะเล แสดงว่า พลัดหายจากไปไกลกันมากในเวลาแค่วันกว่าๆ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30 กิโลเมตร ดังนั้นต้องระดมศักยภาพของกองกำลังต่างๆ ที่มากกว่านี้ เพราะพื้นที่การค้นหาต้องขยายให้มากขึ้น
เหตุการณ์เรือรบล่ม จะกลายเป็นกรณีศึกษา
ต้องวิเคราะห์ว่า เรามีการปฏิบัติการตามหลักการที่ถูกต้องตามสิ่งที่ควรเป็นไหม สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การปิดกั้นความเสียหาย" ต้องดูว่าทำครบไหม หรือมีอุปกรณ์พร้อมหรือไม่ หากทำทุกอย่างครบแล้วไม่ผิดพลาด สิ่งที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นความโชคร้าย หากกระบวนการที่ทำไม่ครบ ก็ต้องควรฝึกอย่างไรต่อไปให้มีศักยภาพเพิ่มเติม หรือดูอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนของการซ่อมบำรุง
แต่โดยปกติแล้ว เรือรบก็ต้องมีการดูแลตรวจสอบ ซึ่งจริงๆ เรือลำนี้ ต้องได้เข้ารับการปรับปรุงอยู่แล้ว แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน ดังนั้นต้องสอบสวนต่อไป เพราะ "เรือหลวงสุโขทัย" ถือเป็นอีกหนึ่งเรือรบที่มีศักยภาพสูงที่สุดลำหนึ่งในไทย ซึ่งมีเพียง 5 ลำเท่านั้น สามารถทำการรบได้ 3 มิติ คือ ผิวนำ้ ใต้น้ำ และบนอากาศ
การที่เรือหลวงขาดหายไป คือการขาดหายของกองกำลังรบถึง 20 เปอร์เซ็นต์ หากประมูลความเสียหายคาดว่าเกิน 5 พันล้าน แม้จัดหาเรือมาทดแทนก็เป็นมูลค่าเกือบๆ หมื่นล้าน ทั้งนี้หากกู้มาคาดว่าคงใช้งานต่อไม่ได้แล้ว เพราะเสียหายหนัก ซ่อมไปก็คงไม่ต่างจากการซื้อใหม่
อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพเรือจะแถลงข่าวชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในเวลา 17.00 น. ทั้งนี้ สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.