"นอท กองสลากพลัส" อธิบายละเอียดยิบ ปมต้องการนายทุนกู้เงิน 200 ล้านบาท พร้อมย้ำ "เงินส่วนตัว" กับ "เงินบริษัท" คนละส่วนกัน


จากกรณี "นอท กองสลากพลัส" โพสต์แจ้งต้องการเงินทุน 200 ล้าน ปันผลทุกเดือน หลังมีนายทุนถอนทุนออก ด้านโซเชียลแห่คอมเมนต์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (นอท กองสลากพลัส โพสต์ต้องการเงินทุน 200 ล้าน หลังนายทุนถอนทุนออก)

ล่าสุด นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ "นอท กองสลากพลัส" เจ้าของกองสลากพลัส ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า มีประเด็นคอมเมนต์กันมากมายถึงเรื่องที่โพสต์หานายทุน จำนวนเงิน 200 ล้านบาท ข้อแรกธุรกิจนี้เป็นของตน 94% และเป็นของทีมงานอีก 6% ส่วนนายทุนทั้งหมดนั้นเป็นเพียงผู้ให้กู้ยืมเงินเท่านั้น โดยปกติธุรกิจส่วนใหญ่เค้าก็กู้เงินมาทำธุรกิจกันทั้งนั้น เพียงแต่เขาอาจจะกู้แบงก์หรือขอหยิบยืมใครมาทำธุรกิจ เพียงแต่ว่าของตนมันกู้แบงก์ไม่ได้ เพราะวงเงินมันสูงมาก บริษัทยังมีอายุเพียงสองปี และบริษัทไม่มีทรัพย์สินมาค้ำประกัน

ตนเริ่มธุรกิจนี้ด้วยเงินเพียงไม่ถึง 2 ล้านบาทในตอนแรก หลังจากที่เริ่มขายลอตเตอรี่ได้ และเห็นว่ามันพอมีอนาคต ก็เอารถ, บ้าน, คอนโด ไปจำนองขายฝากมาเพื่อทำธุรกิจ เพราะธุรกิจลอตเตอรี่เป็นธุรกิจเงินสด และกองสลากพลัสเราโตเร็วมาก เร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ตนขายลอตเตอรี่ 1 ล้านใบ ต้องใช้เงินสดประมาณ 100 ล้านบาทในการซื้อของมาขาย และช่วงที่ผมเติบโตหนักๆ จนรันด้วยตัวเองไม่ไหวคือช่วง 1-8 ล้านใบ

ช่วงนั้นเติบโตงวดละ 1 ล้านใบ นั่นหมายความว่าทุก 15 วัน จะต้องหาเงินเพิ่มเพื่อมาซื้อของงวดละ 100 ล้านบาท หรือ หาเงินเพิ่มเดือนละ 200 ล้านบาทเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะใช้วิธีการซื้อหมุนหลายลอต ซื้อมาชุดนึง 2 ล้านใบ พอขายได้ก็นำเงินไปหมุนซื้อมาใหม่ แต่สุดท้ายมันก็ไม่พอในการขายอยู่ดี เพราะปัจจุบันวันแรกเราต้องมีลอตเตอรี่ถึง 5 ล้านใบเพื่อจำหน่าย ตอนที่ตนเริ่มหานายทุนหยิบยืมครั้งแรกนั้น หอบเอาข้อมูลและยอดขายไปคุยกับเขาว่าสามารถจ่ายดอกให้ได้ทุกเดือน เพื่อกู้เงิน

...

ตอนนั้นมีลูกค้า 400,000 กว่าคน ขายได้ประมาณ 1.5 ล้านใบ ซึ่งตนนั้นก็มีชื่อเสียงในวงการอินไลน์พอสมควร มีผลงานต่างๆ มากมาย ทำให้คนที่ให้ผมยืมเงินรู้จักนิสัยใจคอมาบ้าง อย่างตอนที่ขายฝากบ้าน-คอนโดนั้น ก็ได้ดอกมาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ เพียง 1 บาทต่อเดือนเท่านั้น โดยคนให้กู้บอกว่ารู้จักตน เห็นเป็นนักสู้ อยากสนับสนุนให้ทำธุรกิจนี้ โดยที่ตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร เพราะขายฝากผ่านบริษัทและลูกน้องของเขาเป็นคนดำเนินการ สำหรับเงินทุนตอนนี้ของผมนั้นแบ่งออกเป็น 4 กอง

1. เงินส่วนตัว ที่ขายของได้กำไรก็เอามาโปะเข้าไปเรื่อยๆ

2. เงินทุนกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มนักธุรกิจรุ่นน้อง อันนี้มี 4 สัญญา

3. เงินทุนจากนักธุรกิจที่ทำแบรนด์สินค้าออนไลน์ อันนี้อีก 3 สัญญา

4. เงินทุนจากการที่ผมหาทุนผ่านเฟซบุ๊ก มีลูกค้าปล่อยกู้ผมราวๆ 7-8 ราย และที่ผ่านมาเงินทุกบาทยังอยู่ครบเป็นทุนหมุนซื้อลอตเตอรี่ ยืมใครมาเท่าไรอยู่เท่านั้น และก็ส่งดอกเบี้ยตรงเป๊ะไม่มีขาด เพื่อรักษาเครดิต และที่โพสต์หาคนลงทุนเพิ่มนั้น เพราะกลุ่มรุ่นน้องกลุ่มแรกไม่ต่อสัญญา 1 สัญญา เพราะเค้าจะเอาเงินไปลงทุนของเขาเองก็เท่านั้น

สำหรับที่บอกว่าตนโม้ ขายได้เป็นหมื่นล้านทำไมต้องมาหาเงินแค่นี้ หมื่นกว่าล้านมันคือ ยอดขาย เมื่อหักต้นทุน + ค่าใช้จ่ายแล้ว มันไม่ได้เหลือเยอะอะไร เดี๋ยวสิ้นปียื่นภาษีก็คงเห็นตัวเลขกัน ส่วนประเด็นที่ว่าเงินเทา ตู้ห่าวหรือเปล่านั้น ขอตอบว่าเงินที่ผมยืมมาจากนักธุรกิจของผมทุกคนก็ประกอบอาชีพสุจริต มีหน้ามีตาทางสังคม และเงินทุกบาทก็เป็นเงินที่ถูกนำเข้าระบบธนาคารตรวจสอบได้

สุดท้ายที่จำเป็นต้องประกาศหาทุนเพิ่มก็เพราะ 1. เพิ่งชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม vat 7% ให้ลูกค้าไปประมาณ 190 ล้าน 2. นายทุนไม่ต่อสัญญาเงินกู้ ทั้งสองข้อทำให้กระแสเงินสดในบริษัทเราลดลงไปจนอาจจะได้รับผลกระทบ จึงต้องรีบหาทางแก้ไข การที่ขอยืมหรือกู้เงินมาทำธุรกิจ มองว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสม เพราะเอากำไรมาจ่ายดอกเบี้ย ตนขายของได้กำไรขั้นต้น 3.50 บาท (หัก vat) ใน 3.50 นั้น เสียดอกตก 1.25 บาท ยังเหลือกำไรให้บริหารและทำการตลาด

เดี๋ยวอาจจะมีคนบอกว่าเห็นซื้อ Supercar ใช้เงินเป็นว่าเล่นทำไมต้องมาขอยืมคนอื่น ขอบอกว่าเงินส่วนตัวกับเงินบริษัท มันคนละส่วนกัน ชีวิตส่วนตัวแยกกับบริษัทโดยสิ้นเชิง และการที่หายืมเงินครั้งนี้สาเหตุสำคัญจริงๆ ก็เพราะ กองสลากพลัส กำลังจะก้าวใหญ่เพื่อเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ มั่นคง และยั่งยืนต่อไปในปีหน้า และคนที่ให้ผมกู้เงินก็จะเติบโตไปกับเรา.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์