เปิดปากกับภาคภูมิ ผู้เสียหายร้องทุกข์ เก็บเงินทั้งชีวิตสร้างบ้าน สุดท้ายไปต่อไม่ได้ เพราะผู้รับเหมาทิ้งงาน ล่าสุดมีผู้เสียหายร่วม 14 ราย ยืนยันอยากเอาผิดให้ถึงที่สุด
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม 2565 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับ 2 ผู้เสียหาย คือ นายเอกอนันต์ เรืองพลับพลา และนางมธุรดา ศรเชน ในกรณีผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าน ทิ้งงานหนี ทำเสียหายกว่า 10 ล้าน
นายเอกอนันต์ เรืองพลับพลา หรือ คุณยุ่น เผยว่า ผู้รับเหมาเป็นสามีภรรยากัน อ้างว่าเป็นบริษัทของพี่สาวที่โชว์ในเพจ แต่พอเซ็นสัญญากลับเป็นช่ือบุคคลส่วนตัว ตนสร้างบ้านที่นครปฐม รวมราคาบ้านหากเสร็จประมาณ 3,000,000 บาท และมีค่ากำแพงอีก 950,00 บาท ในเนื้อที่ 2 ไร่นิดๆ รวมแล้วเป็นราคาร่วม 4 ล้านบาท แต่ผู้รับเหมาเบิกเงินไปแล้ว 1,577,000 บาท ซึ่งติดต่อได้ค่อนข้างยากมาก ตนเซ็นสัญญาเมื่อ 8 มกราคม 65 มีการแก้แบบแล้วมีอ้างหลายอย่าง ล่าช้า ต้องตามประมาณ 4-5 เดือน เพิ่งได้มีการนำคนงานเข้ามา ล่าสุดหลังเทคานเสร็จ ก็มีการขอเบิกเงินเพิ่มหลายครั้ง แต่ตนบอกว่าให้ไม่ได้แล้ว เพราะเบิกงวดงานเกินไป ชั้น 2 ต่อมาก็เริ่มสะดุด ประมาณสิงหาคม-กันยายน เอาคนงานออกไปทิ้งที่บ้านของผู้เสียหายที่หนึ่ง มีหลายที่จากผู้เสียหาย 14 ราย บางรายเพิ่งได้บ้านอยู่บึงกาฬ หลังจากทิ้งหายไป 2 ปี
...
ด้าน นางมธุรดา ศรเชนนิ หรือ คุณนิ ผู้เสียหายที่นนทบุรี เผยว่า ในกลุ่มผู้เสียหาย ตนเองเป็นคนเซ็นสัญญาตั้งแต่ ปี 2563 ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จในมิถุนายน ปี 64 แต่ผู้รับเหมามีการอ้างเรื่องโควิด ก็ปล่อยผ่าน พอมาต้นปี 65 ตนก็แจ้งไปว่าต้องให้คนงานเข้ามาทำได้แล้ว เพราะหายไปนาน ต่อเขาก็มาเอาคนงานเข้ามา 5-6 คน และขอเบิกเงิน ตนก็ให้ไป จากนั้นคนงานก็หายไปหมดเลย บ้านของตนราคาทั้งหมด 2,745,000 บาท แต่ผู้รับเหมาเบิกไปเกือบ 3.4 ล้าน ซึ่งตอนนี้บ้านก็ยังไม่เสร็จ ได้แต่โครงสร้าง ไม่มีอะไรเสร็จสักอย่าง พอผู้รับเหมาอื่นมาดู ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ระบบไฟอันตราย ต้องรื้อออกให้หมด
เบื้องต้น ตนไปแจ้งความที่สถานีตำรวจพื้นที่ เขาบอกเป็นคดีแพ่ง รับได้แค่บันทึกประจำวัน บอกให้ไปยื่นเรื่องที่ศาล จากนั้นจึงได้รวมตัวไปหาเจ้าหน้าที่ที่กองปรอบ ถูกแนะนำต่อให้ไป สคบ. ไปถึงเขาบอกจะรับเรื่อง และจะเรียกให้มาเจรจาไกล่เกลี่ย พร้อมบอกว่าในส่วนของการฟ้อง ถ้าอยากได้เร็วให้ไปร้องที่ศาล จากนั้นก็ไปที่ศูนย์ดำรงธรรม และถูกแนะนำต่อให้ไปที่กระทรวงยุติธรรม พร้อมปรึกษาทนาย เจอบอกแบบเดิมว่าเป็นคดีแพ่ง ต้องรอเวลา ให้ทำใจรอ และแนะนำให้จ้างทนาย แต่ค่าใช้จ่ายมันสูง อีกทั้งตนก็กลัวว่าหากมีการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่ง แล้วมีการไกล่เกลี่ยว่าให้เขามาสร้างบ้านต่อชดใช้ค่าเสียหายให้แล้วเสร็จ ตนก็รู้สึกไม่มั่นใจ เพราะไม่กล้าให้เขามาทำแล้ว เพราะเราได้มีข้อพิพาทกันไปแล้ว หากดูเจตนาของผู้รับเหมาจะรู้ว่า เขาไม่กลัวว่ากฎหมายจะเล่นงานเขาได้หรือไม่ ใช้ชีวิตปกติทุกอย่าง แต่พอเริ่มมีการโพสต์เตือนภัยในกลุ่ม เขารีบติดต่อเจ้าของบ้าน มาบอกว่าหนูไม่ได้ทิ้งพี่ แต่ติดปัญหาต่างๆ เหมือนเป็นข้อแก้ต่างให้ตัวเองว่าไม่ได้ทิ้งงาน ไม่ได้หนีไปไหน
ขณะที่ ทนายเกิดผล แก้วเกิด กล่าวว่า การว่าจ้างสร้างบ้าน คือสัญญาทางแพ่ง แม้จะให้เป็นอาญา ก็ยากที่จะบิดให้เป็นอาญาอย่างที่เราต้องการ เว้นแต่ว่าช่างรับเหมาจะมีวิธีการตั้งใจที่จะมาหลอก โดยการสัญญาหลอกว่ามาสร้างบ้าน ทั้งนี้จะเป็นแพ่งหรืออาญาไม่ได้อยู่กับวิธีการที่เราคิด ต้องดูที่อยู่ที่พฤติกรรมของผู้รับเหมารายน้ัน มีการทำซ้ำๆ และหลอกลวงกับผู้เสียหายรายอื่นเช่นเดียวกันหรือไม่ ทั้งนี้ เอกสารและหลักฐานในการเอาผิดผู้รับเหมาต้องชัดเจนที่จะส่งไปถึงคดีอาญาได้ ขึ้นอยู่กับการนำสืบ หากหาหลักฐานมาได้ว่าเขาทำสัญญาตั้งใจมาหลอก ก็เข้าข่ายฉ้อโกงได้ แต่หากหาหลักฐานมาไม่ได้ หรือไม่ชัดเจน ก็มีโอกาสยกฟ้องสูง ต้องดูพยานหลักฐานไปถึงแค่ไหน ส่วนจะฟ้องอาญาได้หรือไม่ ก็ต้องดูที่เจตนาของผู้เสียหาย หากไม่ไว้ใจแล้วก็แนะนำว่าต้องเรียกค่าเสียหายจากการจ้างงาน ซึ่งในหลักพื้นฐานของสัญญาจ้างก่อสร้างบ้านคือคดีแพ่ง
ซึ่ง นางมธุรดา ยืนยันชัดเจนว่า อยากให้เป็นคดีอาญา ผู้รับเหมาตั้งใจโกง โดยการเลี่ยงกฎหมาย ให้เป็นทางแพ่ง เพราะรับงานสร้างบ้านทั้งหมด 14 หลัง ในเวลา 2 ปี แต่พอมีปัญหาเรื่องโควิด ก็ไม่เสร็จ แถมต้นปีนี้ก็ยังมารับสร้างบ้านเพิ่ม ทั้งๆ ที่ควรเคลียร์หลังเก่าให้เสร็จ ก่อนเดินหน้าไปหลังอื่น แต่นี่รับเพื่อเอาเงินมาใช้ ทำอะไรก็เบิกงวดงาน ตนจึงอยากให้ถูกดำเนินคดีมากกว่าชดใช้ เพราะทุกวันนี้เขาคิดว่าไม่มีใคร ทำอะไรเขาได้ ส่วนบ้าน ถ้าจะต้องสร้างใหม่ก็จะเก็บเงินใหม่ทั้งหมด
เช่นเดียวกับนายเอกอนันต์ เผยว่า เขาจงใจ จ้องแต่จะเบิกเงิน อยากให้โดนอาญา เพื่อป้องกันไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้สังคมอีก และตนคิดว่าคงไม่ได้เงินคืนแล้ว ส่วนบ้านก็คงจะสร้างต่อไม่ได้แล้ว เพราะโครงสร้างทุกอย่างเสียหายหมด
ด้าน นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ด้านสัญญา (สคบ.) เผยว่า ในมิติการดำเนินการทางแพ่ง หากผู้เสียหายมาส่งเรื่องร้องเรียน จะมีทีมงานดำเนินการให้จนสุดทาง และไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทั้งสิ้น หากในระหว่างทางติดต่อผู้รับเหมาให้มาชดใช้ค่าเสียหายได้ ก็จะเป็นผลดีของผู้เสียหาย ที่จะได้รับการชดใช้ ซึ่งส่วนของคดีทางอาญา ทาง สคบ.ก็ช่วยดูและและตรวจสอบได้ หากปรากฏข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าผู้รับเหมามีเจตนาชัดเจนในการโกง
ทั้งนี้ ต้องอยู่ที่การตรวจสอบและสืบสวนหาพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ในธุรกิจการว่าจ้างนั้น ต้องดูที่สัญญาที่ชี้ชัด หากผู้เสียหายไม่ต้องการให้ผู้รับเหมามาทำงานต่อให้แล้วเสร็จ ก็สามารถเรียกค่าเสียหายจากผู้รับเหมาได้ ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจรับจ้างก่อสร้างนั้นเป็นปัญหามาก บางรายเจตนาชัดเจนที่ส่อไปทางอาญา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องตรวจสอบและอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายมากที่สุด ซึ่งสามารถมายื่นเรื่องร้องเรียนกับทาง สคบ.ได้ ทั้งในตัวสำนักงานเอง หรือยื่นเรื่องทางออนไลน์
อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.
.