เปิดปากกับภาคภูมิ ฟังกันชัดๆ จาก 2 พรรคใหญ่ เพื่อไทย-พลังประชารัฐ "นโยบายค่าแรง 600 บาท" ทำได้จริง หรือเป็นเรื่องขายฝัน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 ธันวาคม 2565 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับ นายวีระกร คําประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ และรองผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย ในกรณีที่พรรคเพื่อไทย ชูนโยบาย ค่าแรง 600 บาท ทั้งประเทศ

นายวีระกร คําประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ และรองผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ เผยว่า ผู้ใช้แรงงานในประเทศไทยมี 34 ล้านคน มีชาวนาชาวไร่ในภาคเกษตรกว่า 50 ล้านคน เพราะฉะนั้นเป็นความจำเป็นของทุกพรรคที่จะต้องประกาศนโยบายหาเสียงเพราะเป็นก้อนใหญ่ที่สุด แต่ตนฟังแล้วคิดในใจว่าเว่อร์ไป เขาไม่มีสิ่งที่อธิบายเลยว่ามันคือยังไง จะทำอย่างไร อยู่ๆ พูดขึ้นมา 600 บาทในปี 70 การจะทำได้จริงมันต้องประกอบไปด้วย หนึ่งเศรษฐกิจต้องเติบโตให้ได้ อย่าลืมว่าไทยขาดแคลนแรงงาน ถ้าเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจโต ค่าแรงงานจะขึ้นเองตามธรรมชาติ

...

วันนี้มีคนไทยสักกี่คนใช้ค่าแรงขั้นต่ำ นอกจากภาคการเกษตร ซึ่งมีน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่คนไทยได้ค่าแรงไม่ต่ำกว่า 400-500 บาทกันทั้งนั้น คนไทยในภาคแรงงานได้ค่าแรงเกินจากขั้นต่ำ เพราะเป็นแรงงานที่มีสกิล เพราะฉะนั้นคนที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำคือ แรงงานต่างด้าว แต่พอได้ฟังแถลงเมื่อวานก็พอเข้าใจ คือต้องเป็นไปตามเศรษฐกิจ ก็จะเป็นไปตามกลไก แม้ฟังดูเว่อร์เพราะการเจริญเติบโตของเศรษกิจในปีนี้ คาดการณ์แค่ 2.7 เพราะฉะนั้นคนที่ทำได้ต้องมีความสามารถสูง ซึ่งนโยบายพลังประชารัฐก็เช่นเดียวกัน เราต้องพยายามยกระดับและให้โอกาสคนจน

นโยบายของพลังประชารัฐ ค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ทำไม่ได้

ตอบในฐานะรองของพรรค เพราะเจอโควิด ทุกพรรคตั้งเป้าหมายไว้แต่นโยบายพลังประชารัฐ ต้องบอกว่าคนทำก็ไม่ได้อยู่แล้ว มันต้องขับเคลื่อนแต่เพราะมีโควิด ยิ่งหลังโควิดประเทศไทยโตช้ากว่าที่อื่น รัฐบาลก็ต้องพยายามมากขึ้น สิ่งหนึ่งคือการที่ประเทศไทยมี FTA ในการนำเข้าที่ไม่ต้องเสียภาษี อยู่แค่ 18 ประเทศ ซึ่งมีน้อยมาก แม้จะกระตุ้นตั้งแต่ปีแรก แต่รัฐบาลไม่ทำอะไร การฟื้นตัวหลังโควิดมันก็ช้า ต้องดูเรื่องภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าไม่เจอโควิดป่านนี้มันก็ไปถึง

ส่วนในเรื่องของการขึ้นค่าแรง ต้องเสนอตามความคิดเห็นของเรา ว่าเป็นไปได้เท่าไร มองในแง่ความเป็นไปได้ ภายในปี 70 ได้สัก 450 ขยับไปปีละ 20 บาทก็น่าจะทำได้ในความสามารถของพรรค แต่คนที่คิดว่า 600 ก็ต้องมั่นใจว่าจะทำได้ การเลือกตั้งครั้งก่อนเป็นรอยต่อ ที่คนคิดที่นโยบายออกไป ไม่มีการมาถามส.ส. บางนโยบายตนยังไม่กล้าเอาป้ายไปติดเลย ส่วนเรื่องของค่าแรงที่ติด เพราะเป็นไปได้ ถ้าไม่เจอเรื่องของโควิดก็ทำได้ เพราะการท่องเที่ยวมันเติบโตมาก

ขณะที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนั้นเป็นการประชุมวิสามัญของพรรค ประกาศวิสัยทัศน์ เนื้อหาหลักคือ จุดยืนของการสร้างรายได้ และความเหลื่อมล้ำที่สูงติดอันดับโลก เพราะฉะนั้นต้องแก้ 2 ปัญหา แบรนด์ของเราคือการสร้างรายได้ ในอดีตเราสามารถบริหารวิกฤติต้มยำกุ้ง คือหนี้คืนได้ก่อนกำหนดได้ 2 ปี แสดงถึงศักยภาพที่ทำได้ ความมุ่งมั่นของเราคือการแก้วิกฤติแบบนี้ ซึ่งเรามี 10 นโยบายรวมเป็นหนึ่งเรื่อง คือการสร้างรายได้ แต่หนึ่งเรื่องที่เป็นส่วนประกอบของเรื่องใหญ่คือ ค่าแรงต้องขึ้น ขอบคุณที่สังคมสนใจ เพราะเป็นตัวชี้วัด 2 เรื่อง หนึ่งเศรษฐกิจต้องดี เนื่องจากปัญหารวยกระจุก จนกระจาย ซึ่งปกติแล้วค่าแรงขั้นต่ำต้องขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ แต่นี่เราไม่ได้ขึ้นมานานแล้ว

แต่พรรคเรามั่นใจว่าเศรษฐกิจโตได้ เพราะในส่วนของผู้ประกอบการ ความสำเร็จของภาคเอกชนคือความสำเร็จของประเทศ เราพูดถึงมาตรการและเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ได้ทำให้ธุรกิจเจ๊งทั้งหมดแน่นอน เราเป็นภาคธุรกิจ ที่รู้ว่าหาเงินคือหารายได้จากการขายของซึ่งพรรคเพื่อไทยแก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้ ไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ เราบริหารเศรษฐกิจเป็น มีกระบวนในการสร้างรายได้ให้ประชาชนในทุกหมู่เหล่า พอมีรายได้ภาคเกษตรก็เติบโตขึ้น คนก็จะอยู่บ้านหารายได้ที่ครอบครัวมากขึ้น และก็จะเกิดแรงงานและการสร้างงาน ทำให้กลไกค่าแรงขึ้นตามมา

ค่าแรง 600 นายจ้างจ่ายไหวไหม

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เผย เราต้องรอจนเขาจ่ายไหว เรามั่นใจว่าทำแล้วเศรษฐกิจโต ระหว่างทางก็ทำเป็นลำดับขั้น จนมั่นใจว่าจ่ายไหว ก็จะไปกันต่อได้ ไม่ต้องกังวล เพราะมีวิธีสนับสนุนหลายเรื่อง แต่ที่สำคัญต้องลดน้ำที่ราก ให้เกษตรและแรงงานต้องมีเงิน ให้เขาดำรงอยู่ได้ หากเขามีเงินก็ไปซื้อของ ร้านก็ขายของได้ ธุรกิจก็เติบโตต่อไปได้ ส่วนนักลงทุนต่างชาติจะหนีไปที่อื่น ต้องถามว่าเราหวังอะไรจากใคร ภาคที่อ่อนเปราะที่สุดคือแรงงานก่อสร้างมีน้อย ฉะนั้นเราต้องอัปสกิลที่ดีขึ้น นำการท่องเที่ยวเพิ่มให้ดีขึ้น เราไม่ได้แข่งประเทศที่ลงทุนซื้อ เอาเปรียบโดยการเอาค่าแรงต่ำๆ ต่างประเทศเขาไม่ได้สนใจค่าแรงขั้นต่ำ เขาต้องการแรงงานที่มีคุณภาพ

ค่าแรงขึ้น ค่าครองชีพจะขึ้นไหม

นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ถ้าค่าก๋วยเตี๋ยวแพง ค่าเดินทาง หรือค่าเช่าบ้าน เราก็ต้องดูแล แต่ต้องเปิดตลาด ต้องใช้คำว่า การต่างประเทศเพื่อเศรฐกิจ คือมุ่งเพื่อการค้าขาย

ขณะนายวีระกร เผย สิ่งที่ใหญ่ที่สุดคืออุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อค่าแรงสูงเป็น 600 แน่นอนก็ต้องธุรกิจขึ้นราคา ทางบริษัทก็จะไปหาซัพพลายที่อื่น ตนเองเอาใจช่วยอยู่แล้ว อยากให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นเยอะๆ แต่ต้องดูผลกระทบด้วย ต้องคิดด้วยว่านายจ้างจ้างไหวไหม ตอนประกาศออกมา มันช็อกผู้ประกอบการ จะต้องใช้เวลาในการพูด.