"ปวีณา" รุดช่วยเด็กอายุ 7 เดือนไม่มีรูทวาร หลังแม่พาหนีออกจาก รพ. ขณะแพทย์กำลังจะผ่าตัด อ้างคิดถึงสามี กลับไปนั่งเสพยาที่บ้าน ล่าสุดเด็กเริ่มมีอาการติดเชื้อ
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 มีรายงานว่า พลเมืองดีรายหนึ่ง แจ้งข้อมูลไปยัง "มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี" มีเด็กหญิงอายุ 7 เดือนรายหนึ่ง ไม่มีรูทวาร ซึ่งขณะที่แพทย์กำลังจะผ่าตัด แม่ของเด็กพาหนีออกจาก รพ. กลับไปนั่งเสพยาที่บ้าน ล่าสุดพบว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวเริ่มมีอาการติดเชื้อ
ทั้งนี้ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 พลเมืองดีสุดทนร้อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี สองผัวเมียติดยาหนักแอบพาลูกสาว 7 เดือนไม่มีรูทวาร ซึ่งแพทย์กำลังจะผ่าตัดรักษาหนีออกจาก รพ. กลับมานั่งเสพยาที่บ้าน ซึ่งห่วงเด็กจะเป็นอันตราย
หลังรับเรื่อง นางปวีณา ประสาน ผกก.สภ.หัวหิน ร่วมกับบ้านพักเด็กฯ เข้าช่วยเหลือหนูน้อยทันที พบเริ่มมีอาการติดเชื้อ จึงรีบนำตัวเด็กส่ง รพ.เร่งด่วน ขณะที่ตำรวจคุมตัวพ่อแม่ดำเนินคดีเสพยาเสพติดและส่งบำบัดตามขั้นตอนกฎหมาย
ทั้งนี้ พลเมืองดี แจ้งว่า นางป๊อบ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี และนายเสือ (นามสมมติ) อายุ 56 ปี สองสามีภรรยา มีพฤติกรรมติดยาเสพติดอย่างหนักต้องคอยหลบหนีตำรวจเป็นประจำ อาศัยอยู่เพิงพักมีลูก 3 คน คนโต 5 ขวบ คนที่สอง 2 ขวบ แม่เอาไปทิ้งให้ยายเลี้ยง ส่วนคนสุดท้องเป็นเด็กหญิงวัย 7 เดือน ตั้งแต่เกิดมาไม่มีรูทวาร ต้องขับถ่ายอุจจาระที่หน้าท้อง นางป๊อบไม่ยอมให้ใครดูแลลูก และบอกว่าจะเลี้ยงเอง
...
ที่ผ่านมาเด็กหญิง 7 เดือน มีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาล และไม่นานมานี้แพทย์ได้ส่งตัวไปยัง รพ.ราชบุรี เพื่อเตรียมผ่าตัดเปิดรูทวาร แต่พออยู่โรงพยาบาลได้ไม่กี่วันแม่ก็อุ้มเด็กกลับมาบ้าน เพราะแม่คิดถึงสามีและอยากจะเสพยาจึงทิ้งเรื่องการรักษาลูก ญาติเกลี้ยกล่อมเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เกรงว่าเด็กจะเป็นอันตราย ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยนำเด็กส่งไปรักษา และนำตัวสองสามีภรรยาไปบำบัดยาเสพติด
นางปวีณา กล่าวว่า จะประสานกับทาง รพ.ราชบุรี นัดตรวจเด็กเด็กหญิงวัย 7 ขวบรายนี้ เพื่อทำการผ่าตัดรูทวารเด็ก โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะร่วมกับบ้านพักเด็กฯ ประจวบคีรีขันธ์ พาเด็กไป รพ.ราชบุรี ในเร็ววันนี้ และมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือทั้งในเรื่องการรักษาและด้านครอบครัวร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต่อไป.
ขอบคุณ แฟนเพจ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี