พี่ชายโพสต์เตือน หนุ่มตรงข้ามห้องในคอนโดฯ น้องสาว นุ่ง กนน. เดินกุมเป้า เคาะห้องไปทั่ว อ้างเมา แจ้งนิติฯ กลับไม่ติดป้ายเตือน ให้เหตุผลสุดงง กลัวลูกบ้านย้ายออก
วันที่ 15 พ.ย. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Cheab Sawanggun" ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ขณะที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ภายในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง นุ่งกางเกงในตัวเดียว ก่อนที่จะเดินเคาะไปตามห้องต่างๆ พร้อมข้อความว่า "#เตือนภัยอยู่คอนโด #โคตรน่ากลัว โชคดีที่น้องสาวผมล็อกประตู โชคดีที่อีกห้องซึ่งเป็นคู่แม่ลูกไม่อยู่ห้อง ถ้ามีเหตุการณ์เหมือนในคลิป คุณอยากให้นิติคอนโด ทำอย่าง
1) ติดป้ายประกาศระวังภัยให้ลูกบ้านรายอื่นทราบเรื่องจะได้ระวังตัว
2) ไม่ติดป้ายประกาศ เพราะกลัวลูกบ้านย้ายออก
คอนโดน้องสาวผม “เลือกข้อ 2” ด้วยเหตุผลที่แจ้งผมว่า กลัวกระทบกระเทือนเอเจนซี่ซึ่งมีผู้เช่ากว่า 60 ห้อง (คือคุณจะไม่ห่วงผู้เช่ารายอื่น ไม่ระวังภัยให้ลูกบ้านเลยหรอ) ทำไมไม่นึกถึงคนที่เค้าจ่ายเงิน ซื้อคอนโดบ้าง
และก็มาอ้างว่า ถ้าติดป้ายจะผิดกฎหมาย PDPA เพราะ "ผู้ชายในคลิป ยังไม่ได้ย้ายออก" (เอ้าาา เห้ย เพราะเค้ายังอยู่ ...ควรจะรีบติด และประกาศให้คนอื่นรู้สิ เค้าได้ระวัง)
ความเห็นส่วนตัว คิดว่าสิ่งที่นิติควรทำคือ ช่วยเหลือลูกบ้าน แจ้งข่าวสารลูกบ้าน ให้ลูกบ้านรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัย มากกว่าจะปอดแหกกลัวคนย้ายออก
คดีนี้จบลงแล้ว ตำรวจไปเรียกผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาและจ่ายค่าปรับ 5,000 บาท (และผมให้เค้าโอนเงินทำบุญ ไป รพ. อีก 3,000 บาท แทนค่าทำขวัญ) ส่วนเรื่องการบังคับย้ายออกทันที นิติต้องให้เอเจนซี่ เป็นคนแจ้งผู้ต้องหา (** อัพเดท ตอนนี้ผู้ก่อเหตุได้ย้ายออกไปแล้ว**)
ตำรวจ ร้อยเวร ได้มอบใบลงบันทึกประจำวันให้ผู้ต้องหากลับไป โดยในนั้นมี ชื่อ บ้านเลขที่ เบอร์โทรศัพท์ เเละเลขบัตรประจำตัวประชาชนของน้องสาวผม โดย "ไม่ได้ขีดปิดบังข้อมูลเลย!!!" ซึ่งผมว่า "ตำรวจควรระมัดระวังและคิดให้รอบครอบมากกว่านี้"
สุดท้ายทางน้องสาวผมต้องเสียค่ามัดจำห้องพักกว่า 15,000 บาท เพราะย้ายออกก่อนกำหนด (** อัพเดท ทางเอเจนฯ เเจ้งว่าเจ้าของห้องคืนเงินประกันให้แล้วครับ ขอบคุณครับ***)"
โดยผู้โพสต์บอกด้วยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อาศัยอยู่ตรงข้ามห้องของน้องสาว และอ้างว่า ที่ทำไปแบบนั้น เพราะมึนเมา และว่าเราต้องเปลี่ยนแปลง และกล้าต่อสู้ เพื่ออนาคต ตอนแรกก็จะไม่โพสต์ แต่คิดว่าเราถูก เราต้องการสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เราต้องการให้ทุกคนปลอดภัย ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข แต่ในเมื่อบุคลากรที่มีหน้าที่ในการกระจายข่าวสารไม่ทำ ทั้งๆที่เราจ่ายค่าส่วนกลางให้ นั่นหมายความว่า เราต้องเป็นกระบอกเสียงให้เพื่อนร่วมคอนโดคนอื่นแทนอย่างเร่งด่วน เพราะเรื่องนี้มันอันตรายมาก
ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ ต้องแจ้งสื่อก่อนแจ้งตำรวจ ที่นี่ประเทศไทย, น่ากลัวมากค่ะ, ห่วง PDPA ผู้ต้องหา แต่ไม่คุ้มครองผู้เสียหายเลย, บริษัทนิติคอนโดเจ้าไหนเนี่ยครับจะได้กาหัวในกลุ่มอสังหาเลย, เห็นด้วยค่ะ เคยแจ้งความเหมือนกัน ผู้ต้องหามีข้อมูลเราในใบแจ้งความ แต่เรานี้แทบจะไม่มีข้อมูลอะไรมันเลย งงใจ การทำของตำรวจมาก แล้วมีการให้เราเจรจายอมความผู้ต้องการ ให้ยอมความบอกว่าสงสารเขา …. งงมาก ถ้าเป็นลูกคุณญาติคุณจะพูดแบบนี้ไหม #THOnly ฯลฯ.
...
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ เพื่อพูดคุยกับ นายสง่าพล สว่างกัลป์ ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดย นายสง่าพล ระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. น้องสาวตนได้นั่งทำงานอยู่ที่ห้องพัก ซึ่งเป็นคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ย่านแจ้งวัฒนะ ขณะนั้นได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังดันประตูและพยายามบิดลูกบิดประตูอยู่หลายครั้ง รวมทั้งเคาะประตูเสียงดัง ทำให้ตกใจ จึงวิ่งออกมาส่องดูที่ตาแมว เห็นเป็นชาวต่างชาติรูปร่างใหญ่ ไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงใน
โดยชายคนดังกล่าว ใช้มือข้างหนึ่งกำลังช่วยตัวเอง ก่อนที่จะวิ่งหนีกลับเข้าห้องไป ก่อนที่จะโทร. มาบอกตน ตนจึงรีบมาที่คอนโดฯ เพื่อที่จะขอดูคลิปจากวงจรปิด แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยทางนิติฯ แจ้งว่า จะต้องไปแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ทางเจ้าหน้าที่เป็นคนทำหนังสือมาขอ จึงได้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุ่งสองห้อง เพื่อขอหนังสือรับรองการดูวงจรปิดของทางคอนโดฯ ซึ่งก็ได้ดูคลิปในเวลาประมาณ 14.00 น. แต่เมื่อจะขอไฟล์ เพื่อไปแจ้งความ ทางนิติบอกให้รอจนเวลา 22.00 น. ก็ยังไม่ส่งมา จึงไปขอดูภาพจากกล้องที่นิติเองอีกครั้ง และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเอาไว้ ก่อนไปแจ้งความในวันรุ่งขึ้น
โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ลงข้อหา ข่มเหงคุกคาม ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก่อนจะเดินทางไปนำตัวผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำที่ สน. และเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 5,000 บาท และค่าทำขวัญเป็นเงิน 3,000 บาท แต่ทางผู้เสียหายได้ให้ผู้ก่อเหตุนำเงินจำนวน 3,000 บาทนี้ ไปบริจาค ก่อนจะปล่อยตัวไปเพราะเป็นความผิดลหุโทษ
นายสง่าพล กล่าวต่อว่า ตนเป็นห่วงน้องสาวมาก จึงได้ให้ย้ายออกในวันนั้นเลย แต่น้องสาวจะต้องเสียค่ามัดจำ 15,000 บาท ในกรณีผิดสัญญาเช่า แต่ภายหลังเจ้าของห้องทราบเรื่อง ก็ได้คืนเงินจำนวนนี้ให้น้องสาวทันที ก็ต้องฝากขอบคุณเจ้าของห้องด้วย ที่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนคู่กรณี ทางนิติฯได้แจ้งให้เอเจนซี่ทราบเรื่อง และแจ้งไปยังเจ้าของห้องตัวจริง ก่อนเจ้าของห้องจะขอให้ผู้ก่อเหตุย้ายออกไป
ทั้งนี้ นายสง่าพล ฝากถึงคนที่พักอาศัยภายในคอนโดฯ กลับเข้าห้องแล้ว ให้ล็อกประตูให้หนาแน่นทุกครั้ง อย่าเปิดทิ้งไว้ ทางนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นคอนโดฯ ไหน อยากให้ยกมาตรฐานให้ดีขึ้น เพื่อให้ลูกบ้านสบายใจ และอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากในใบแจ้งความนั้น เปิดเผย ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทรของน้องสาวตน โดยกลัวว่าทางผู้ก่อเหตุอาจจะโกรธแค้นและตามมาราวีเอาได้.
ที่มาจาก เฟซบุ๊ก Cheab Sawanggun