"เต้ มงคลกิตติ์" เปิดปากเล่าเหตุผล ทำไมต้อง "ว่ายน้ำข้ามเจ้าพระยา" เพื่อหาเงินช่วยพี่น้องที่เดือดร้อนจากภัย "น้ำท่วม" พร้อมยืนยันไม่ได้หิวแสง ดังมาหลายปีแล้ว
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 ต.ค. 2565 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับ "เต้" มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ หลังประกาศภารกิจ "ONE MAN ON CHAOPHRAYA RIVER" ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนวันลอยกระทง โดยต้องการหาเงินบริจาคให้ได้ 300 ล้านบาท เพื่อไปช่วยพี่น้องที่เดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม
เต้ มงคลกิตติ์ เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้กำลังใจ "โตโน่" ในภารกิจว่ายน้ำหาเงินช่วยโรงพยาบาล โดยตนก็อวยพรขอให้ได้เงิน 999 ล้านบาท เพื่อ 99 ล้านบาท ไปแบ่งเงินช่วย 2 โรงพยาบาล ส่วนอีก 900 ล้านบาท ก็นำไปบริจาคช่วยพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนในขณะนี้ แต่ปรากฏว่ายอดเงินได้มา 68 ล้านบาท ซึ่งตอนนั้นพูดจริงๆ เพราะลงพื้นที่น้ำท่วมมาเกือบ 20 จังหวัด และติดล็อกกฎหมาย กกต. 180 วันก่อนครบวาระ ห้ามบริจาค ช่วยเหลือไม่ได้ และปัญหาคือปีนี้ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2554 ถ้าวัดตามเปอร์เซ็นต์ ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมานานมากกว่า 60 วัน ประมาณ 3-4 ล้านคน
...
สำหรับงบช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น จังหวัด อบจ. เทศบาล มีงบจ่ายฉุกเฉินน้อย จะช่วยได้แค่รอบเดียวและไม่ครบทุกบ้าน หมายความว่าพี่น้องประชาชนจะถูกช่วยเหลือได้ไม่เกิน 10% ของความเดือดร้อนทั้งหมด เนื่องจากงบประมาณไม่พอจริงๆ เพราะงบรายจ่ายในปัจจุบันตั้งไว้ 3.2 ล้านล้าน เก็บภาษีได้ 2.4 ล้านล้าน ขาดดุลปีละ 8 แสนล้าน หนี้สาธารณะมี 10.5 ล้านล้าน หนี้ประชาชนอีก 15 ล้านล้าน ฉะนั้นเราจะขาดทุนปีละ 8 แสนล้าน โดยจะกู้มาทุกปี เพื่อดูแลเงินเดือนข้าราชการประจำ งบจัดซื้อจัดจ้าง ฉะนั้นงบจ่ายฉุกเฉิกจะตั้งไว้ไม่เยอะ พองบไม่เยอะก็จะช่วยได้แค่รอบเดียว
ปัจุบัน สภาฯ จะหมดวาระในวันที่ 24 มี.ค. 2566 ฉะนั้น กกต. ก็จะมีระเบียบอยู่ว่า มาตรา 68 (1) 180 วันก่อนหมดวาระของสภา ตามกฎหมายเลือกตั้ง ห้ามแจกถุงยังชีพ ห้ามให้เงินโดยตรง เพราะเหมือนเป็นการหาเสียงล่วงหน้า โดยมองว่าถ้า ส.ส. มีศักยภาพในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้เป็นจำนวนมาก เพราะ ส.ส. คนนึงจะสามารถช่วยได้ 3 แสนบาท ยิ่งถ้าบางจังหวัดมี ส.ส. หลายคน ก็สามารถช่วยได้เยอะ ความเดือดร้อนจาก 100% อาจจะเหลือ 50%
ทำไมต้องว่ายน้ำข้ามเจ้าพระยา?
เคยวิ่งกับพี่ตูนมาแล้ว ตอนนั้นเข่ายังดีอยู่ แต่ตอนนี้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อนเพราะอายุมากขึ้น เลยเปลี่ยนมาว่ายน้ำแทน และว่ายน้ำก็ดีต่อสุขภาพ ทำให้ไม่ปวดหลัง โดยจุดเริ่มต้นจากกรมเจ้าท่า แล้วไปไอคอนสยาม ส่วนเหตุผลที่ไปเริ่มกรมเจ้าท่า เพราะมีเจ้าหน้าที่เซฟตี้ และการไปว่ายน้ำตรงนั้นต้องมีการหยุดจราจรบางส่วน ระยะสั้นๆ ฉะนั้นเขามีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งรวมระยะทางเป็นกิโลเมตร เป็นการว่ายข้ามแม่น้ำแบบเฉียง เพราะถ้าไม่ว่ายจะข้ามฝั่งไม่ได้
ทางด้าน ศศิทัต กุลทรัพย์ตระกูล เจ้าของและหัวหน้าโค้ชผู้ฝึกสอนสถาบันว่ายน้ำ Fishlike Thailand เผยว่า ยังไม่เคยว่ายในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยตัวเอง แต่ในไตรกีฬา เราจะว่ายในสถานที่เปิดอยู่แล้ว อาทิ ทะเล เขื่อนศรีนครินทร์ อ้อมเกาะ สำหรับสิ่งที่แตกต่างมองว่าเป็นการจัดการความเสี่ยงและอุปสรรคาที่ต่างกันมากกว่า คือการว่ายน้ำในสระเป็นสถานที่ที่เราสามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นความใสของน้ำ ทัศนวิศัย การมองเห็น ความลึก ซึ่งปัจจัยพวกนี้มันทำให้เราผ่อนคลาย แต่พอเป็นสถานที่เปิดไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ปัจจัยพวกนี้มันควบคุมไม่ได้ ทำให้เกิดความความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ฉะนั้นจะต้องทำความคุ้นเคยกันพอสมควร
ตั้งแต่กรณี "คุณแตงโม นิดา" มาจนถึงภารกิจว่ายน้ำข้ามเจ้าพระยา การที่คนมองว่าหิวแสงนั้น ก็ต้องถามประชาชนว่า ต้องการนักการเมืองทำงาน แล้วก็เห็นความเดือดร้อนของประชาชน แล้วก็พยายามทำทุกวิถีทางให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยลง ลืมตาอ้าปากได้ หรือต้องการตัวแทนของประชาชนไปเอาเงินทุจริต ไปซื้อเสียงจ้างประชาชนมาเลือก อยากได้ผู้แทนแบบไหน ให้เลือกเอา
"ผมดังมาหลายปีแล้ว เพียงดังแล้วเกิดประโยชน์กับส่วนรวมมันก็คุ้ม" เต้ มงคลกิตติ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.