เพจดังแสดงความเห็น ปมวาทกรรมร้อน "30 บาท รักษาทุกโรค ทำให้คนไทยไม่ห่วงสุขภาพ" ยกผลวิจัยยืนยัน การรักษาฟรี ไม่ทำให้สถิติการป่วยของประชาชนเพิ่มขึ้น แนะหมอต้องกล่าวตามข้อเท็จจริง
วันที่ 24 ตุลาคม 2565 กลายเป็นประเด็นดราม่าอย่างต่อเนื่อง เมื่อ ริทเดอะสตาร์ หรือ หมอริท เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช รุ่นน้องเพื่อนสนิท ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @MhorRitz ถึงโครงการ "One Man And The River" ของโตโน่ ภาคิน ที่ตั้งใจว่ายน้ำไปกลับฝั่งไทย-ฝั่งลาว เพื่อระดมเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาล
ซึ่งหมอริทได้แสดงความคิดเห็นหลายทวิต ซึ่งมีประเด็นหนึ่ง ที่ถึงระบบสาธารณสุขของไทยระบุว่า "ระบบสุขภาพของประเทศไทย คือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า แปลว่า คนไทยจะป่วยยังไง ก็มีการรักษารองรับ ซึ่งจริงๆ ดีกับคนไทยในบางมุมนะ เช่น คนจนมีสิทธิ์เข้าถึงการรักษา
แต่ข้อเสียก็คือ คนไทยไม่ใส่ใจสุขภาพ เกิดปัญหา เช่น ติดเหล้า ติดบุหรี่ และเกิดปัญหาสุขภาพตามมา ทำให้คนต้องมาโรงพยาบาลกันเยอะ ซึ่งทำให้หมอต้องทำงานหนัก แต่ยังได้ค่าตอบแทนเท่าเดิม"
หลังจากข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ทั้งในเรื่องของระบบสาธารณสุข และการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ จนดันแฮชแท็ก #หมอริท ขึ้นเทรนทวิตเตอร์ต่อเนื่อง
...
ล่าสุดแฟนเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า ประโยค "30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้คนไทยไม่สนใจดูแลสุขภาพตัวเอง" เป็นวาทกรรมที่มีมานานสิบกว่าปี น่าจะเกือบยี่สิบปีละ ซึ่งเป็นความเชื่อของคนจำนวนหนึ่ง
รวมถึงบุคลากรการแพทย์ด้วย ที่เชื่อว่า การมีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งช่วยรักษาคนไทยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือค่าใช้จ่ายถูกมาก จะทำให้คนไทยคิดว่า "โอ๊ย รักษามันฟรี มันถูก แบบนี้ชั้นไม่ต้องดูแลสุขภาพ ไม่ต้องออกกำลังกาย ไม่ต้องเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ก็ได้ ป่วยขึ้นมาก็รักษาฟรีๆ นี่นา"
แนวคิดแบบนั้นในทางสาธารณสุข เราเรียกว่า "moral Hazard" ซึ่งเป็นแนวคิดในทางเศรษฐศาสตร์ ว่าคนที่ได้รับประกันสุขภาพ อาจละเลยการดูแลสุขภาพของตน เพราะมีคนจ่ายค่ารักษาแทนให้ (คือรัฐเป็นผู้จ่ายในกรณีสามสิบบาท)
แต่เวลาพูดถึงประเด็นพวกนี้ เราจะไม่พูดแค่ "ความเชื่อ" แต่ต้องมีการวิจัยศึกษา ว่ามันจริงหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่า มีคนศึกษาวิจัยประเด็นนี้ในบ้านเราเรียบร้อย ผลปรากฏว่า การมีสามสิบบาทรักษาทุกโรค ไม่ทำให้เกิด moral hazard
นั่นคือ เมื่อเทียบสถิติ พบว่าหลังมีระบบสามสิบบาท หรือประกันสุขภาพถ้วนหน้า คนไทยก็ไม่ได้กินเหล้า หรือสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด และตัวเลขของเคสที่เกิดผลข้างเคียง หรือเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการกินเหล้าสูบบุหรี่ เทียบกันก่อน และหลังมีสามสิบบาท ก็ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด
และงานวิจัยบางตัวก็ระบุว่า การมีสามสิบบาทรักษาทุกโรค ทำให้คนไทยเข้าถึงหมอได้ง่ายขึ้น กลับทำให้คนไข้ได้รับข้อมูล และคำเตือนเรื่องการกินเหล้าสูบบุหรี่มากขึ้น ก็จะส่งผลต่อการช่วยให้เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น
เอาจริงๆ ถ้าเคยไปใช้บริการโรงพยาบาลรัฐ ด้วยสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะรู้ว่าเหนื่อยนะครับ การมานั่งรอแล็บ นั่งรอหมอเรียก นั่งรอคิวกันแต่เช้า เหนื่อยมาก ไม่น่าจะมีใครอยากมาหาหมอบ่อยๆ เพราะเห็นว่าเป็นของฟรีหรอกครับ
เพราะนอกจากจะเสียเวลา เหนื่อยแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายแฝง พวกค่าเดินทางด้วย ยิ่งถ้าต่างจังหวัดนี่ยิ่งหนัก คนไข้บางคน ขาย follow up เพราะไม่มีเงินเดินทางมาหาหมอ ไม่มีรถประจำทางผ่านบ้าน จะมาทีต้องเหมารถมาที ลำบากมาก
แต่ส่วนตัว ขอเพิ่มเติมประเด็นว่า เคยเจอ moral hazard จากคนไข้ในลักษณะ อ้าว คนไข้มาโรงพยาบาล รักษาโรคเรื้อรังเบาหวาน ความดัน แล้วไหนๆ ก็มาแล้ว ขอยาแถมไปหน่อย เอาไปตุนไว้ ยาแก้ปวด ยาแก้ไอ ยาธาตุน้ำแดง บลาๆ พอไม่จ่ายให้ก็บ่น เคสแบบนี้มีบ้าง แต่ไม่เยอะมาก ก็เอาเป็นว่า ฝากคนไข้ว่า เราจ่ายยาตามจำเป็นนะครับ อันไหนยังไม่จำเป็นนี่อย่าขอหมอเลย ไปซื้อเองละกัน
แต่ฝั่งบุคลากรการแพทย์ ก็ต้องทำลายมายาคติเรื่อง "30 บาท รักษาทุกโรค ทำให้คนไทยไม่สนใจดูแลสุขภาพตัวเอง" ด้วย ว่าไปตามข้อเท็จจริง.
ข้อมูลจาก Drama-addict