สรุปดราม่า ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งแจ้งความดำเนินคดีกับเด็ก ป.6 หลังเล่นวอลเลย์บอลกระเด็นไปโดนกล้องวงจรปิดเสียหาย ล่าสุดเจรจากันเรียบร้อย ด้านผู้ปกครองยอมชดใช้ค่าเสียหาย-โรงเรียนถอนแจ้งความแล้ว
เป็นกระเด็นถกเถียงกันในโลกออนไลน์ สำหรับกรณี ผู้อำนวยการโรงเรียนดังใน จ.กำแพงเพชร ได้แจ้งจับดำเนินคดีเด็กนักเรียน ป.6 หลังเล่นวอลเลย์บอลโดนกล้องวงจรปิดของโรงเรียนเสียหาย เนื่องจากนักเรียนคนดังกล่าวไม่มีเงินชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งต่อมาประเด็นดังกล่าวได้อยู่ในความสนใจของชาวโซเชียล ไล่เรียงไทม์ไลน์เหตุการณ์ดังกล่าวได้ดังนี้
29 กันยายน 2565
- ประเด็นดังกล่าวเริ่มจาก แฟนเพจ Survive - สายไหมต้องรอด ได้โพสต์ภาพหมายเรียกผู้ตัองหาและรูปภาพเด็กนักเรียน และอ้างว่า ผอ.โรงเรียนดัง ใน จ.กำแพงเพชร แจ้งความดำเนินคดีกับนักเรียนชั้น ป.6 ที่ทำกล้องวงจรปิดในโรงเรียนได้รับความเสียหาย เด็กๆ กลัวความผิดจึงไปตัดสายไฟขาด โรงเรียนเรียกเก็บค่าซ่อม 3,300 บาท โดยให้หารกับเพื่อนนักเรียน 2 คน แบ่งจ่ายคนละ 1,650 บาท น้องอีกคนครอบครัวหาเงินมาจ่ายได้ ส่วนเด็กที่ปรากฏในภาพครอบครัวยากจนไม่มีเงินจ่าย จึงถูกดำเนินคดี
- ทางแฟนเพจ Survive - สายไหมต้องรอด ระบุอีกว่า พี่เอก ได้ประสานร้อยเวรเจ้าของคดีเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง หากทางโรงเรียนยอมถอนแจ้งความ ทางเพจฯ จะช่วยจ่ายค่าเสียหาย 1,650 บาท ให้ เพื่อให้น้องไม่ต้องถูกดำเนินคดี
30 กันยายน 2565
- ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวได้ให้ข้อมูล โดยอ้างว่าเด็กทั้ง 2 คน ไปเล่นวอลเลย์บอลแล้วไปโดนกล้องวงจรปิดของโรงเรียนพังเสียหาย เด็กกลัวความผิดเลยนำไม้มาตี และตัดสายไฟ สายสัญญาณ แต่ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้
...
- ทางโรงเรียนจึงเรียกผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุเข้ามารับทราบแล้ว พร้อมตกลงให้ชดใช้ค่าเสียหายประมาณ 3,000 บาท ซึ่งมีนักเรียน 2 คน อายุ 12 ปี และอายุ 11 ปี (เด็กที่ปรากฏในภาพของเพจฯ) ที่เป็นเพื่อนห้องเดียวกัน จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน โดยผู้ปกครองของทั้ง 2 ฝ่าย ยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ และจบเรื่องดังกล่าว
- แต่วันต่อมาพ่อของเด็กชายอายุ 11 ปี ทราบเรื่องก็บอกว่าขอไม่ชดใช้ อ้างว่าลูกไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ปกครองของเด็กชายอายุ 12 ปี ได้ชดใช้ค่าเสียหายแล้ว จึงมีการตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดี อ้างว่า ต้องการปรามเด็กไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
- นอกจากนี้มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม โดยอ้างว่า กลุ่มของเด็กดังกล่าวเคยมีวีรกรรมในโรงเรียนและชุมชนในลักษณะนี้หลายครั้งจนเอือมระอา
- ด้าน กำนันตำบลนาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า คณะกรรมการโรงเรียนได้เรียกกลุ่มเด็กดังกล่าวมาตักเตือนแล้ว ส่วนเรื่องการแจ้งความ ไม่ใช่แจ้งจับอะไร เป็นการป้องปรามไม่อยากให้เด็กโตขึ้นมาเป็นปัญหาของสังคม พร้อมฝากผู้ปกครองช่วยกันดูแลสั่งสอนลูกหลานช่วยกันให้เด็กเป็นเด็กดี เป็นกำลังของชาติ
- ขณะที่แม่ค้าสหกรณ์ในโรงเรียนที่เกิดเหตุ อ้างว่า ตนเข้ามาขายของได้เพียง 2 เดือน แต่พบว่าร้านของตนถูกขโมยของถึง 3 ครั้ง มีการทำลายกลอนประตู กล้องวงจรปิด และสายอินเทอร์เน็ต
- ผู้อำนวยงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1, นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร, ผู้นำท้องถิ่น พร้อมพ่อและยายของเด็กอายุ 11 ปี ได้ลงพื้นที่เข้าพบ ผอ.โรงเรียน
โดยได้เจรจาและอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่า กล้องวงจรปิดได้จับภาพลูกวอลเลย์บอลกระเด็นมาถูกกล้องวงจรปิด จากนั้นเด็กชายอายุ 11 ปีได้เดินเข้ามาเพื่อจะเก็บลูกวอลเลย์บอล โดยใช้เชือกปิดบังใบหน้าและใช้เท้าเขี่ยไม้กวาดทางมะพร้าวไปในมุมที่คาดว่าเพื่อนอีกคนจะยืนอยู่ จากนั้นภาพวงจรปิดก็หมุนตกลงมาที่พื้น ซึ่งคาดว่ากล้องถูกทำลาย
- ต่อมาทางโรงเรียนได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร และโดยทุกฝ่ายได้เจรจาไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจกันนานกว่า 30 นาที ทางผู้ปกครองของเด็กชายอายุ 11 ปี ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,650 บาท ส่วนทางโรงเรียนได้ดำเนินการถอนแจ้งความทันที
- เด็กชายอายุ 11 ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว โดยอ้างว่า หลังจากที่มีกระแสข่าว รู้สึกกลัวและตกใจ ยอมรับว่าเป็นคนในภาพวงจรปิดจริง โดยตนเข้ามาเล่นวอลเลย์บอลภายในโรงเรียนกับเพื่อนๆ โดยตนได้เล่นวอลเลย์บอลกระเด็นไปบริเวณอาคารเรียน จึงเดินไปเก็บลูกวอลเลย์บอล ส่วนที่เอาผ้าปิดหน้านั้นเพราะกลัวว่าครูจะเห็นว่าตนแอบเข้ามาเล่นในเวลาเลิกเรียน โดยตนสังเกตเห็นว่ามีเพื่อนอีกคนยืนอยู่ตรงนั้นในลักษณะกำลังด้อมๆ มองๆ ไปที่กล้องวงจรปิดอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นตนไปเก็บบอลเฉยๆ แล้วเดินออกมาเล่นกับเพื่อน ไม่ได้ตัดสายไฟ จากนั้นก็ขับรถกลับบ้าน.