เพจหมอเวร เผย ผู้ป่วยแผลไฟไหม้ มีแผลลึกและใหญ่เกิน 50% ของร่างกาย มีโอกาสเสียชีวิต 80% พร้อมแนะช่องทางเข้ารับการรักษาเบิกผิวหนังใหม่ได้ที่สภากาชาดไทย
จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับดังเมืองสัตหีบ "เมาน์เท่นบี" เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ริมถนนสายสุขุมวิท บางนา-ตราด ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะที่มีนักท่องเที่ยวราตรีกำลังใช้บริการจำนวนมาก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 รายในที่เกิดเหตุ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย รวมเป็น 14 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บ 38 ราย
ทั้งนี้ แฟนเพจหมอเวร ได้เปิดเผยช่องทางการช่วยเหลือผู้ป่วยแผลไฟไหม้ โดยระบุว่า ที่สภากาชาดไทยมีผิวหนังของคนที่มาบริจาคไว้พร้อมช่วยเหลือคนที่ประสบอุบัติเหตุไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก
ข้อดีของการใช้ผิวหนังจริงแบบนี้มารักษา จะช่วยลดอาการบาดเจ็บและเสียชีวิตลงจากผู้ป่วยไฟไหม้ได้เยอะมาก ถ้าใครต้องการผิวหนังมาเพื่อรักษาเคสไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก สามารถติดต่อไปที่สภากาชาดไทยได้เลย เบอร์ 1666
คนที่โดนไฟไหม้ มีแผลลึกและใหญ่เกิน 50% ของร่างกาย มีโอกาสเสียชีวิต 80%
สำหรับการทำแผลผู้ป่วยไฟไหม้ ไม่สามารถทำแผลได้ง่ายๆ เหมือนคนรถล้ม แผลอักเสบจากไฟไหม้นั้นสร้างความเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างมาก เพราะผิวหนังที่ถูกไฟไหม้เบิร์นไปหมดนั้น อย่าว่าแต่เจ็บปวดจากการทำแผลเลย เอาแค่ลมพัดมาโดนร่างกายก็ทรมานทุรนทุรายมากๆ แล้ว
อีกทั้งแผลไฟไหม้จะทำให้ร่างกายจะขาดเกราะป้องกันจากเชื้อโรคภายนอกเพราะไม่มีผิวหนังอยู่ และเชื้อโรคจะแทรกผ่านเนื้อเยื่อบริเวณนั้นมาโจมตีเราได้ง่ายมาก ทำให้ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไฟไหม้มักจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อผ่านผิวหนัง เสียน้ำและเกลือแร่ภายหลังอีกทีได้ด้วย
...
ในสมัยก่อนเวลาเจอเคสคนถูกไฟไหม้ สมมติโดนเบิร์นด้านหน้าร่างกาย วิธีรักษาคือแพทย์จะไถเอาผิวหนังจากด้านหลัง เพื่อมาแปะบริเวณที่มันไหม้ ถ้ามีผิวหนังเหลือใช้รักษาได้แค่ไหนก็ทำได้แค่นั้น บริเวณอื่นทำได้เพียงล้างแผล พันผ้าก๊อซ ทำซ้ำแบบนี้ทุกวันเป็นเดือน ซึ่งสร้างความทรมานต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่ต้องวางยาสลบก่อนทำแผลด้วยซ้ำ นึกภาพเราแกะสะเก็ดแผลเล็กๆยังเจ็บเลย แต่ถ้าโดนไฟไหม้มาแล้วแกะผ้าก๊อซทั้งตัวเพื่อล้างแผลทุกวันคือเป็นอะไรที่ความเจ็บปวดเกินจินตนาการไปมากๆ
แต่ถ้าแพทย์ใช้ผิวหนังจริงจากคลังผิวหนังของกาชาดมาปะคนไข้บริเวณที่ถูกไฟคลอกแทนผ้าก๊อซ เทคนิคนี้จะช่วยลดอาการบาดเจ็บดังกล่าวได้หมดเลย รวมถึงทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้นมากๆ
ใช้ผิวหนังแม้อะไหล่จริง รักษาแผลไฟไหม้ได้ดีกว่า
การรับบริจาคอวัยวะในอดีตที่ผ่านมา บางส่วนจะมีการเก็บผิวหนังมาเอาไว้สำรองด้วย ทำให้ตอนนี้ที่กาชาดมีคลังเนื้อเยื่อผิวหนังในสต็อกอยู่พอสมควร
ขั้นตอนการใช้ผิวหนังเพื่อรักษาคือแพทย์จะใช้อะไหล่ผิวหนังมาหุ้มแผลที่ถูกไฟไหม้ พูดง่ายๆคือใช้ผิวหนังจริงแทนผ้ากอซ หลักการใช้เหมือนกัน ทำความสะอาดผิวให้เรียบร้อยก็แปะผิวลงไปได้เลย
ข้อดีคือถ้าใช้หนังจริง 7-10 วันถึงแกะเปลี่ยนผิวหนังรอบนึง ต่างจากผ้าก๊อซที่ต้องแกะล้างแผลทุกวัน สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยมาก รวมถึงการใช้ผิวหนังจริงมาหุ้มไว้จะช่วยลดการติดเชื้อและให้เนื้อเยื่อผิวหนังของเราสมานกันเองได้ดีกว่า รวมถึงพอมีชั้นผิวมาคลุมไว้แบบนี้ทำให้ร่างกายไม่สูญเสียโปรตีน แร่ธาตุ และน้ำเหลืองออกมาภายนอก ลดอาการอักเสบตัวบวม และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก
ซึ่งถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายผิวหนังแท้กับผ้าก๊อซที่ต้องเปลี่ยนหลายสิบม้วนต่อการรักษาแผลไฟไหม้แล้ว ผิวหนังแท้ถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่ถูกและคุ้มค่ากว่า
ผิวหนังกาชาด ตารางเซนติเมตรละ 27 บาท
จริงอยู่ที่โลกเรามีเทคโนโลยีผิวหนังเทียมแล้ว แต่ทว่าค่าใช้จ่ายยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง ถ้าเป็นผิวหนังจากคลังกาชาด "ค่าใช้จ่ายตก 27 บาทต่อตารางเซนติเมตรเท่านั้น"
เท่าที่หมอเวรรู้มา ถ้าเป็น Euro Skin Bank ที่ยุโรป อย่างของเนเธอร์แลนด์คิดที่ 51.80 บาทต่อตารางเซนติเมตร หรืออย่างเยอรมันนีคิดค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 64 บาท/ตารางเซนติเมตร เรียกว่าราคาที่กาชาดไทยเคาะออกมานั้นถูกกว่าต่างประเทศเยอะ และเป็นราคาต้นทุนในการเก็บรักษาผิวหนังล้วนๆ ไม่เจือปนกำไรแม้แต่สตางค์เดียว
ปัจจุบันที่กาชาดก็มีผิวหนังอยู่ในสต๊อกอยู่เกือบ 100,000 ตารางเซนติเมตรเลยก็ว่าได้ ใช้รักษาได้อีกหลายชีวิต และสามารถเบิกมาใช้ได้ทันทีถ้ามีเหตุต้องการเร่งด่วน ที่สำคัญสำหรับคนไข้บางรายหากที่ไม่มีกำลังทรัพย์รักษาตัวเองจริงๆ ทางกาชาดก็ให้ความอนุเคราะห์ดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้ด้วย
โดยล่าสุด แฟนเพจ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย โพสต์ข้อความว่า คลังผิวหนัง ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย พร้อมให้บริการผิวหนังสำหรับปลูกถ่ายเพื่อช่วยชีวิตผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่คิดมูลค่าจำนวน 30 คน ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2565
โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คลังเนื้อเยื่อ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย โทร.1666, 0-2256-4045-6 ต่อ 2508, 09-2247-9864 Line ID: เฉพาะสำหรับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้เนื้อเยื่อผิวหนัง