"กรมทางหลวง" รับผิดเหตุสะพานกลับรถพระราม 2 ถล่ม ยืนยันบริษัทเอกชนไม่มีความเกี่ยวข้อง พร้อมเผยมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ ขอรับผิดชอบทุกอย่าง


วันที่ 1 ส.ค. 2565 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เผยว่า จากอุบัติเหตุคานสะพานลอยกลับรถ กม.34 ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ใกล้กับโรงพยาบาลวิภาราม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร หล่นทับรถยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนั้น กรมทางหลวงพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง โดยยืนยันว่าเป็นโครงการที่ดำเนินงานโดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) ไม่ได้เป็นงานก่อสร้างที่ดำเนินการโดยเอกชน ดังนั้นบริษัทเอกชนไม่มีความเกี่ยวข้อง เป็นความรับผิดชอบเต็มๆ ของกรมทางหลวง

ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบผลอย่างเป็นทางการ ถ้าพบบกพร่องที่เกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ กรมทางหลวงก็จะลงโทษอย่างเด็ดขาด ซึ่งมีบทลงโทษทางวินัย และมีความผิดทางละเมิดต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ กรมฯ ยืนยันว่าพร้อมดูแลและรับผิดชอบทุกอย่าง ขณะนี้มอบหมายให้ ผอ.ศูนย์ปทุมธานี ติดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

ทั้งนี้ กรมทางหลวง จะนำบทเรียนที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุครั้งนี้ไปเข้มงวดงานก่อสร้างในทุกโครงการ โดยยืนยันว่าทุกงานก่อสร้างของกรมทางหลวงที่ผ่านมาคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย หากพบว่ามีผู้รับเหมาในโครงการใดละเมิด มีเครื่องจักรหรือเจ้าหน้าที่ไม่พร้อมปฏิบัติการ กรมฯ ให้หยุดพักงานก่อสร้างทันที ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจกับการใช้บริการของกรมทางหลวง เราสั่งการทุกโครงการอย่าให้เกิดขึ้นอีก ทางที่สามารถสัญจรผ่านไป ขอให้มั่นใจว่าตรวจสอบมาเป็นอย่างดี และกำชับความปลอดภัยกับทุกโครงการ

...

สำหรับมาตรการเยียวยาในเบื้องต้น อยู่ระหว่างการติดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยกรมทางหลวงจะเป็นผู้รับผิดชอบทุกค่าใช้จ่าย รับเป็นเจ้าภาพตลอดทั้งงานสำหรับผู้เสียชีวิต นอกจากนี้กรมฯ ยังมีเงินกองทุนสวัสดิการช่วยเหลือสำหรับผู้เสียชีวิตในวงเงิน 30,000 บาท กรณีบาดเจ็บ 10,000-30,000 บาท และยังมีเงินจากกองทุนบริจาคช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นเงินส่วนหนึ่งที่นำมาเยียวยาและดูแลผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

ทั้งนี้ กรณีมาตรการเยียวยาเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวง กรณีผู้เสียชีวิต นายชาญ ชาวทอง พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานโยธา สังกัดศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 ปทุมธานี จะได้รับเงินและสิทธิประโยชน์รวมเป็นเงิน 1,327,520 บาท ดังนี้

1. เงินสงเคราะห์ สวัสดิการกกรมทางหลวง 30,000 บาท และค่าทุนศึกษาบุตร 5,000 บาท

2. เงินเยียวยาจากกองทุนฌาปนกิจศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 ปทุมธานี จำนวน 34,000 บาท และได้รับเงินจากกองทุนสวัสดิการประกันภัย กรณีเสียชีวิต จำนวน 30,000 บาท

3. สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม 1,178,520 บาท

ส่วนกรณีผู้บาดเจ็บ นายฉัตรชัย สิริมาศ ลูกจ้างชั่วคราว สังกัดศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) บาดเจ็บต้องหยุดงาน (ระบุในเอกสารว่าปวดหลัง) จะได้รับเงินและสิทธิประโยชน์ ดังนี้

1. กรณีบาดเจ็บสาหัส ได้รับเงินสงเคราะห์ 10,000-30,000 บาท

2. กรณีบาดเจ็บไม่สาหัส ได้รับเงินสงเคราะห์ 500-5,000 บาท

3. สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม เป็นเงินทดแทนช่วงที่หยุดงาน จำนวน 60% ของค่าจ้าง (ค่าจ้างวันละ 377.85 บาท)

ขณะที่ประชาชนผู้เสียหาย กรมทางหลวง ยืนยันจะรับผิดชอบเยียวยาทุกอย่าง ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยข้อตกลงกัน สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 31 ก.ค. 2565 เวลาประมาณ 20.00 น. ถนนพระราม 2 ตอนสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน-นาโคก ที่ กม.34 บริเวณโครงการปรับปรุงสะพานกลับรถบริเวณใกล้กับโรงพยาบาลวิภาราม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่คุมงาน และคนงาน อยู่ระหว่างการเตรียมความเรียบร้อยพื้นที่เพื่อจะเทพื้นสะพานใหม่

โดยหลังจากที่ได้ทุบพื้นสะพานช่วงที่ชำรุดเสียหายออกแล้ว ทันใดนั้นคานสะพานลอยตัวริมสุดได้ร่วงหล่นลงมาทับรถยนต์ที่สัญจรบนถนนพระราม 2 เป็นเหตุให้มีรถได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (ประชาชนในรถเกิดเหตุ เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย).