ฟังอีกมุมจากผู้โดยสารนั่งแถวท้ายสุด "นกแอร์" เล่านาทีก่อนเครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์ พร้อมชมเจ้าหน้าที่ แต่ยอมรับว่าไม่กล้านั่งเครื่องบินแล้ว

ภายหลังจาก เครื่องบินของสายการบิน "นกแอร์" Nok Air เกิดลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ระหว่างนักบินนำเครื่องลงจอดที่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด วันที่ 31 ก.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้โดยสารบางส่วนได้นอนรอสัมภาระอยู่ในจังหวัดเชียงราย และเดินทางมารับกระเป๋าสัมภาระตั้งแต่เช้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้มารับช่วงเย็นวันนี้อีกครั้ง เนื่องจากต้องรอคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ จาก กทม. เข้ามาตรวจสอบถึงสาเหตุในครั้งนี้ก่อน ทำให้เกิดความไม่พอใจกับผู้โดยสารที่บ้านอยู่ไกล มีเสื้อผ้าเปียกฝนติดตัวเพียงชุดเดียว และต้องไปนอนพักในเมือง

ทางด้าน นายสมิตร์ แก้วรัตน์ อายุ 61 ปี นางสมพร แก้วรัตน์ อายุ 60 ปี ผู้โดยสารที่นั่งมากับเครื่องบินลำดังกล่าว บ้านอยู่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เล่าว่า ตั้งแต่เมื่อคืนเมื่อเครื่องบินลง รู้สึกว่าตัวว่าเกิดลื่นไถลลงออกนอกวันเวย์ในสนามหญ้า จากนั้นต้องนั่งรออยู่ในเครื่องอีกกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก ต้องถอดแมสก์ออก และตัวเองมีโรคประจำตัว เมื่อผู้โดยสารช่วยกันโวยวายจึงยอมเปิดประตูฉุกเฉินให้สไลด์ลง ทำให้ทุกคนเปียกฝนหมด หนาวก็หนาว โดยกระเป๋าเสื้อผ้าที่อยู่บนชั้นเก็บของห้ามถือลงมา

...

ทางเจ้าหน้าที่นัดให้มารับช่วงเช้า แต่เมื่อมาถึงผลัดให้มารับช่วงเย็นอีก โดยไม่มีใครออกมารับผิดชอบ ต้องทนหนาว ให้หลานที่อยู่ในเชียงรายมารับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ต้องรอกระเป๋าเสื้อผ้าเพราะต้องกินยา วันนี้ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายยังไม่ได้กินยา โดยไม่มีใครมาพูดรับผิดชอบ ค่าอาหาร ค่าที่พักโรงแรม คนที่ไม่มีญาติอยู่เชียงราย หลายคนต้องเช่าโรงแรมอยู่ ค่าที่จอดรถคนมารับเสียเวลาหลายชั่วโมง

ขณะที่ นางสาวพัชรินทร์ อินสม ผู้โดยสาร ได้เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตกใจมากจนมือเย็นเฉียบ จับโทรศัพท์ไว้แน่นจนรู้สึกเหนียวมือ โดยได้ดูเวลาตอนเครื่องบินแลนดิ้งในเวลา 21.00 น. ภายหลังล้อสัมผัสพื้นได้ไม่กี่วินาทีรู้สึกว่าเครื่องกระชากอยู่หลายครั้ง และเครื่องบินจอดภายในเวลาไม่ถึงนาที หลังจากนั้นไฟก็ดับ แอร์หยุดทำงาน มีเพียงไฟสำรองด้านหน้าเครื่อง ตนเองนั่งอยู่แถวท้ายสุด ในขณะนั้นมีแอร์โฮสเตสถือไฟฉายเดินบอกกับผู้โดยสารให้อยู่ในความสงบอย่าตกใจ โดยทุกคนจะปลอดภัย และสามารถลงจากเครื่องได้ทุกคน และแจ้งว่าในขณะนั้นฝนตก ขอให้นั่งลงก่อน ซึ่งผู้โดยสารทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

จากนั้นได้ยินแอร์ประสานกับสนามบินขอรถบัส แต่ทราบว่ารถบัสไม่มา ผ่านไปกว่า 20 นาที เห็นรถตู้สองคัน ทยอยขนคนเที่ยวละ 7-8 คน โดยให้ผู้สูงอายุและเด็กออกไปจากเครื่องก่อน ตอนนั้นรู้สึกกลัวและเริ่มหายใจไม่ออก แต่ตนเองและผู้โดยสารทั้งหมดพยายามอยู่นิ่งๆ เพราะอากาศมีน้อยพยายามไม่ขยับ

แต่ผ่านไปกว่า 20 นาที เมื่อมีการขนผู้โดยสารไปประมาณ 3 รอบ ทุกอย่างดูช้ามาก เริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกกัน ตอนนั้นคิดแต่ว่าขอให้ได้ออกไปให้เร็วที่สุด ถึงจะออกไปตากฝนก็ยอมดีกว่าจะต้องอยู่ในเครื่องบิน กระทั่งมีผู้โดยสารคนหนึ่งโวยวายขึ้น ขอให้พนักงานพาผู้โดยสารออกให้เร็วที่สุด เพราะถ้าช้าเกิดมีใครเป็นลมหมดสติใครจะรับผิดชอบ

จึงเริ่มทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น เริ่มเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาจำนวนมากเร่งนำคนลงจากเครื่องโดยสไลด์ลงจากเครื่อง ให้นำเพียงกระเป๋าเป้ใบเล็กและกระเป๋าสะพายเท่านั้น ซึ่งตนเองไม่มีกระเป๋าใบอื่น เมื่อลงจากเครื่องได้จึงเดินทางกลับ อ.เชียงของ ทันที เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ และคนขับเครื่องบินก็สามารถนำเครื่องจอดได้อย่างรวดเร็วไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ถือว่าทำหน้าที่ได้ดี แต่ยอมรับว่าตัวเองก็รู้สึกขยาดคงไม่กล้านั่งเครื่องบินแล้วเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้.