"ทนายษิทรา" โต้ค่ายเพลง EXP บอก "พอร์ส Yes Indeed" สามารถรับงานเองโดยอิสระได้ พร้อมท้าให้เปิดสัญญา หากข้องใจในเรื่องกฎหมายก็ฟ้องมาได้เลย

จากกรณีของ พอร์ส นรากร อิสระวรางกูร หรือ พอร์ส Yes Indeed ที่โด่งดังจากการเป็นวงดนตรีมัธยมเปิดหมวก ได้ออกมาแถลงข่าวพร้อม "ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด" แจ้งว่าข้อสัญญาที่มีกับค่าย EXP Entertainment ได้บอกเลิกตามกฎหมาย เหตุเพราะตัวสัญญามีความไม่เป็นธรรมและทำตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน ทำให้ตอนนี้พอร์สเป็นอิสระแล้ว

ต่อมา ทางค่าย EXP Entertainment ได้ออกมาประกาศว่า หากผู้จัดงาน หรือผู้ว่าจ้างประสงค์จะจ้าง พอร์ส นรากร ซึ่งเป็นศิลปินในสังกัดของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ขอแจ้งให้ท่านติดต่อว่าจ้างผ่านทางบริษัทฯ เท่านั้น หากพบว่ามีการกระทำใดเป็นการละเมิดและอาจก่อให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย ทางบริษัทฯ มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ล่าสุด วันที่ 27 ก.ค. 2565 ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า เอกสารฉบับนี้ไม่มีผลแล้ว เพราะน้องพอร์สได้บอกเลิกสัญญาและบิดาได้บอกเลิกการให้ความยินยอมที่เคยให้ไปแล้ว จึงถือว่าในเบื้องต้นสัญญาสิ้นสุดลงแล้ว และคู่สัญญาไม่มีพันธะใดๆ ต่อกันอีกแล้ว หากค่ายต้องการบังคับตามสัญญา จึงมีทางเดียว คือต้องนำคดีไปยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อใช้อำนาจเท่านั้น

ดังนั้น ณ ปัจจุบันน้องพอร์สสามารถรับงานเองโดยอิสระได้ และบุคคลภายนอกที่จ้างน้องพอร์สก็จ้างต่อไปได้โดยถือเอาเหตุยกเลิกสัญญาของน้องพอร์สเป็นที่ตั้ง

ทั้งนี้ ไม่ใช่การบอกเลิกสัญญากันง่ายๆ อย่างที่บางคนเข้าใจ กรณีนี้คือการที่ผู้เยาว์ทำสัญญาแล้วเสียเปรียบ ผู้ปกครองแม้จะเคยให้ความยินยอมแล้วก็สามารถบอกเลิกการให้ความยินยอมได้ เพราะกฎหมายมุ่งคุ้มครองไม่ให้ผู้ใหญ่เอาเปรียบเด็ก และสามารถบอกเลิกได้ฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายตกลงก่อน ถ้าค่ายมั่นใจว่าสัญญาที่ทำกับน้องพอร์สไม่เป็นการเอาเปรียบเด็ก ผมขอท้าให้เปิดสัญญา และหากข้องใจในเรื่องกฎหมายก็ฟ้องมาได้เลย ผมพร้อมเสมอ จะได้วัดกันว่าใครแม่นข้อกฎหมายกว่ากัน.

...

ขอบคุณเฟซบุ๊ก EXP Entertainment, ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ