ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เผยลักษณะผื่นที่เกิดจาก "ฝีดาษลิง" พบที่อวัยวะเพศ มากที่สุด 73% รองลงมาคือ ตัว แขน ขา หน้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แนะผู้ใหญ่ต้องแยกกับซิฟิลิส
วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 แฟนเพจ SirirajDerm ของภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เกี่ยวกับ ฝีดาษลิง (monkey pox) โดยระบุว่า ผื่นฝีดาษลิงที่พบช่วงการระบาดล่าสุดนี้ มีอาการที่คล้ายกับหลายโรค โดยเฉพาะโรคสุกใส (chicken pox)
ก่อนอื่นต้องทราบลักษณะฝีดาษลิงที่ระบาดล่าสุดนี้ก่อน ซึ่งลักษณะผื่นอาจมีความแตกต่างจากผื่นที่มีรายงานก่อนหน้านี้หลายประการ
จากงานวิจัยจากนิตยสาร NEJM ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อน โดย J.P. Thornhill และคณะ รวบรวมผู้ป่วยฝีดาษลิงที่ระบาดรอบล่าสุด 528 คน จาก 16 ประเทศ (เมษายน ถึง มิถุนายน 2565) พบว่า หลังรับเชื้อฝีดาษลิง 3-20 วัน (เฉลี่ย 7 วัน) มีอาการ พบว่าผู้ป่วย 98% เป็นผู้ช่วยชายที่มีความหลากหลายทางเพศ
ฝีดาษลิง ติดต่อกันได้อย่างไรบ้าง?
ส่วนใหญ่ 95% ผ่านการสัมผัสขณะมีกิจกรรมทางเพศ ข้อมูลจาก CDC ฝีดาษลิงสามารถติดต่อผ่านทาง ละอองเสมหะ เมื่อมีการพูดคุยกันเป็นเวลานาน ผ่านสิ่งของปนเปื้อน ผ่านสัตว์ที่ติดเชื้อ ผ่านจากแม่สู่ลูก
ผื่นมาแบบไหนได้บ้าง?
ส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยตุ่มน้ำและตุ่มหนอง (vesiculopustular 58%) พบที่บริเวณอวัยวะเพศ มากที่สุด 73% รองลงมาคือที่ตัว แขน ขา หน้า มีผื่นที่ ฝ่ามือ ฝ่าเท้าได้ (ผู้ใหญ่ต้องแยกกับซิฟิลิส ส่วนในเด็กต้องแยกจากมือเท้าปาก)
...
ส่วนใหญ่พบหลายบริเวณพร้อมกัน และผื่นพบหลายระยะพร้อมกันได้ ตั้งแต่ผื่นแดงนูน ตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง สะเก็ด (ต้องแยกโรคกับสุกใส) มีคนที่มาด้วยแผลที่อวัยวะเพศอย่างเดียว โดยไม่มีผื่นที่อื่น 10% (ต้องแยกโรคกับซิฟิลิส เริม เป็นต้น)
สำหรับ ฝีดาษลิง ไม่มีคนเสียชีวิต ส่วนใหญ่ 95% รักษาหายด้วยการประคับประคองอาการ ไม่ได้ให้ยาต้านไวรัส หายภายใน 2-4 สัปดาห์.
(โพสต์ต้นฉบับ คลิกที่นี่)