- เช็กอาการก้อนที่คอ แบบไหนอันตราย, แบบไหนไม่อันตราย
- รู้จักอาการของ "โรคต่อมไทรอยด์"
- วิธีการรักษา "ก้อนที่คอ" แพทย์จะทำการรักษาตามสาเหตุซึ่งจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามภาวะหรือโรคของผู้ป่วย
เคยเป็นไหม นั่งคลำคอเล่นๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่าง และยิ่งนานวันเข้า กลับรู้สึกว่ามันโตขึ้น สำหรับก้อนที่คอที่เราคลำพบหรือมองเห็นได้ พบได้ทั้งก้อนแข็ง และก้อนนิ่ม บริเวณลำคอ ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งกดเจ็บ และไม่เจ็บ
"ก้อนที่คอ" แบบไม่อันตราย
- ก้อนบริเวณผิวหนัง เช่น ก้อนซีสต์ไขมันผิวหนัง หรือก้อนไขมันใต้ผิวหนัง
- ก้อนที่คอจากการอักเสบ ซึ่งพบได้บ่อยในคนทั่วไป มักไม่ค่อยอันตราย ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส การอักเสบจากภาวะอื่นๆ แล้วทำให้ต่อมน้ำเหลืองหรือต่อมน้ำลายอักเสบและโตขึ้น ซึ่งหากรักษาสาเหตุได้ ก้อนนั้นก็จะเล็กลงและหายไปได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัย
...
"ก้อนที่คอ" แบบที่อันตราย
- ก้อนที่คอจากโรคของต่อมไทรอยด์ เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน หรือเนื้องอกและมะเร็งของต่อมไทรอยด์
- โรคมะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง, มะเร็งปอด, มะเร็งผิวหนัง หรือมะเร็งเต้านมก็อาจทำให้เกิดก้อนที่คอได้เช่นกัน
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าก้อนที่เกิดจากโรคของต่อมไทรอยด์และมะเร็งต่างๆ เป็นลักษณะของก้อนแบบที่อันตราย ต้องได้รับการรักษาและวินิจฉัยอย่างถูกต้อง โดยก้อนที่พบที่คอ อาจมีสาเหตุมาจากโรคมะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งปอด, มะเร็งเต้านม, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งผิวหนัง หากเป็นเช่นนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการอื่นที่สัมพันธ์กับมะเร็งชนิดนั้นๆ ด้วย
ซึ่งในที่นี้จะขอกล่าวถึงก้อนที่เป็นโรคของ "ต่อมไทรอยด์" ซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อที่สำคัญของร่างกาย ซึ่งหากมีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ จะส่งผลถึงระบบการทำงานของร่างกายได้หลายๆ อย่าง และจะต้องได้รับการรักษาและวินิจฉัยอย่างถูกต้อง
ทำความรู้จัก "ต่อมไทรอยด์"
ต่อมไทรอยด์ (thyroid gland) คืออวัยวะหนึ่งในร่างกาย ที่ถูกจัดว่าเป็นต่อมไร้ท่อ โดยต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย วางตัวอยู่หน้าต่อหลอดลมบริเวณกลางคอ ใต้ลูกกระเดือก มีรูปร่างคล้ายปีกผีเสื้อ ต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อควบคุมการเจริญเติบโต การเผาผลาญและใช้พลังงานของร่างกาย
ดังนั้น หากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติไป อาจทำให้เกิดภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ หรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษได้ และความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์นี้จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด
"ก้อนที่คอ" และ "โรคของต่อมไทรอยด์"
ก้อนของต่อมไทรอยด์ พบได้ที่บริเวณด้านหน้าของลำคอ อาจทำให้สังเกตเห็นว่าคอโต หรือมีก้อนนูนขึ้นมา ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroid) เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนไทรอยด์มากกว่าปกติ สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ โรคเกรฟวส์ (Graves’ disease) ซึ่งเป็นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างหนึ่ง ทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนมากกว่าปกติ หรืออาจเกิดจากการรับประทานยาบางชนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนไทรอยด์ หรือสาเหตุจากเนื้องอกต่อมไทรอยด์ชนิดที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ด้วยตัวเอง ทำให้ฮอร์โมนเกิน เป็นต้น
- ภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ (hypothyroid) เป็นภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ ภาวะนี้จะตรงข้ามกับภาวะไทรอยด์เป็นพิษ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังจากภูมิคุ้มกันตัวเอง (autoimmune thyroiditis) หรือเกิดจากโรคไทรอยด์อักเสบเรื้อรังแบบฮาชิโมโต (hashimoto’s thyroiditis) สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้ เช่น เกิดจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกทั้งสองข้าง ทำให้ขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือเกิดจากความผิดปกติในสมอง ทำให้ไม่กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์
- โรคเนื้องอกไทรอยด์ชนิดไม่ใช่มะเร็ง ส่วนใหญ่ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดจะปกติ เพราะเนื้องอกไม่ได้สร้างฮอร์โมน หรือไปมีผลกระทบต่อต่อมไทรอยด์
- โรคมะเร็งไทรอยด์ มีหลายชนิด ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดคือชนิด Papillary thyroid cancer ซี่งเป็นมะเร็งชนิดที่ดีที่สุดในมะเร็งไทรอยด์ทั้งหมด โดยยิ่งพบขนาดเล็กเท่าไร จะยิ่งมีอัตราความเสี่ยงต่อการแพร่กระจาย หรือความเสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำลดลง หากตรวจพบ จำเป็นต้องผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย
อาการโรคของต่อมไทรอยด์
- อาการของภาวะไทรอยด์เป็นพิษ คือ ขี้ร้อน ทนร้อนไม่ได้ ขี้หงุดหงิด เหนื่อยง่าย มือสั่น ใจสั่น รับประทานเท่าไรก็ไม่อ้วน คอโต จนไปถึงอาการที่รุนแรงคือ ภาวะหัวใจล้มเหลว
- อาการของภาวะการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ คือ อ้วนง่าย ไม่มีแรง อ่อนเพลียตลอดเวลา เหนื่อยง่าย เซื่องซึม ง่วงนอนตลอดเวลา ท้องผูก หัวใจเต้นช้าลง เป็นต้น
- อาการของเนื้องอกต่อมไทรอยด์และมะเร็งไทรอยด์ โดยส่วนมากผู้ป่วยจะไม่มีอาการ ยกเว้นก้อนมีขนาดใหญ่มาก จนไปกดเบียดหลอดลม จะทำให้หายใจลำบาก และไปกดเบียดหลอดอาหารทำให้กลืนลำบาก หรือก้อนเป็นมะเร็งลุกลามไปกดเส้นประสาทที่ใช้พูด ทำให้เสียงแหบได้
การวินิจฉัยก้อนที่คอ สามารถตรวจได้หลายวิธีตั้งแต่ประเมินเบื้องต้นด้วยตัวเอง แต่หากสงสัย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
- การประเมินเบื้องต้นด้วยตัวเอง โดยการกลืนน้ำลายหน้ากระจก แล้วสังเกตดูว่ามีก้อนเคลื่อนที่ตามการกลืนหรือไม่ ถ้าสังเกตเห็นก้อนที่เคลื่อนตามการกลืน ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามหากก้อนมีขนาดเล็ก อาจตรวจไม่เจอโดยวิธีการนี้ ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติที่สงสัย ควรรีบปรึกษาแพทย์
- การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะซักประวัติและอาจจะคลำบริเวณลำคอ เพื่อตรวจว่ามีก้อนที่ผิดปกติหรือไม่
- ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือด แพทย์มักจะพิจารณาให้เจาะเลือดเพื่อตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ ได้แก่ ฮอร์โมน thyroxine (FT4) ฮอร์โมน triiodothyronine (FT3) และฮอร์โมน TSH
- ตรวจอัลตราซาวนด์บริเวณคอและต่อมไทรอยด์ เพื่อประเมินดูว่ามี ถุงน้ำ (cyst) ก้อนเนื้อ (thyroid nodule) หรือหินปูน (calcification) รวมทั้งประเมินต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอด้วย
สำหรับการตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ หากสงสัยว่ามีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ แพทย์อาจพิจารณาให้ตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ซึ่งเป็นการตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ โดยใช้สารรังสี อาจให้ดื่มหรือฉีดทางเลือดดำ เพื่อดูปริมาณสารรังสีที่เซลล์ของต่อมไทรอยด์จับไว้ แล้วแพทย์จะทำการวินิจฉัยจากภาพของต่อมไทรอยด์ที่เครื่องสแกนได้
วิธีการรักษา "ก้อนที่คอ"
การรักษาก้อนที่คอ แพทย์จะทำการรักษาตามสาเหตุซึ่งจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามภาวะหรือโรคของผู้ป่วย
- ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
รับประทานยาต้านฮอร์โมนไทรอยด์ การกลืนแร่รักษา หรือผ่าตัดต่อมไทรอยด์
- ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน
รับประทานฮอร์โมนไทรอยด์เสริม ร่วมกับการรักษาภาวะอักเสบเรื้อรัง สำหรับผู้ป่วยที่มีการอักเสบมากจนต่อมไทรอยด์โตมาก ไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง จำเป็นต้องผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออก
- เนื้องอกไทรอยด์ทั้งชนิดมะเร็งและไม่ใช่มะเร็ง
การรักษาจะเป็นการผ่าตัด ยิ่งเป็นเนื้องอกที่เป็นมะเร็งต้องรีบผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นๆ และอาจจะต้องกลืนแร่รักษา ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรง ข้อดีอย่างหนึ่งของมะเร็งชนิดนี้คือเป็นมะเร็งที่มีโอกาสการรอดชีวิตสูง ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านไทรอยด์ เพื่อให้การผ่าตัดรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด
สุดท้ายนี้ ลำคอเป็นที่อยู่ของต่อมฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะต่อมไทรอยด์ ดังนั้นการมีก้อนที่คออาจบ่งบอกถึงโรคของต่อมไทรอยด์ ภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือไทรอยด์เป็นพิษ หรือหากโชคร้าย อาจเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมไทรอยด์ ฉะนั้น การหมั่นสังเกตตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ว่ามีอาการผิดปกติบริเวณลำคอ ที่น่าสงสัยหรือไม่ เพื่อที่จะได้ประเมินเข้ารับการรักษาได้ทัน.
ผู้เขียน : กนก โฆษกสุขภาพ
กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun