หมอแล็บแพนด้า ชวนถกแขนเสื้อดูรอยแผลจากการปลูกฝี ระหว่าง "วัณโรค" กับ "ฝีดาษ" หลังพบคนฉีดวัคซีนฝีดาษสามารถป้องกัน "ฝีดาษลิง" ได้สูง

วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง เจ้าของแฟนเพจ หมอแล็บแพนด้า โพสต์ข้อความถึงกรณีการระบาดของฝีดาษลิงว่า ถกแขนเสื้อขึ้นมาดูยังครับ ปลูกฝีอะไรกันบ้างงงง

ตอนที่เราเป็นเด็ก เราจะได้รับวัคซีนหรือที่เรียกกันติดปากว่า "ปลูกฝี" อยู่ 2 ชนิด ก็คือวัณโรค (BCG) กับฝีดาษ (Smallpox) ทีนี้ก็ฉีดกันมาเรื่อยจนประเทศไทยเราควบคุมมันได้ ไม่มีโรคฝีดาษเลยตั้งกะปี 2517 พูดง่ายก็คือตั้งแต่ปี 2517 ก็เริ่มทยอยเลิกฉีดกันไป ฉีดมั่งไม่ฉีดมั่ง และในที่สุดทั่วโลกก็เลิกปลูกฝีป้องกันฝีดาษตั้งแต่ปี 2523 อย่างเด็ดขาด

เพราะฉะนั้น เด็กวัยรุ่นทั่วโลกที่เกิดหลังปี 2523 พอถกแขนเสื้อขึ้นมา จะเจอแผลเป็นแค่อันเดียวก็คือ แผลที่ปลูกผีป้องกันวัณโรค (BCG)

ทำไมต้องพูดเรื่องการปลูกฝี ก็เพราะว่าวัคซีนฝีดาษที่เราเคยฉีดในวัยเด็ก มันสามารถป้องกัน "ฝีดาษลิง" ได้สูงมากน่ะสิครับ ซึ่งอย่างที่เรารู้กันว่ามันเข้าไทยมาแล้วรายแรกที่ภูเก็ต จนตอนนี้มันย้ายไปทางสระแก้วแล้ว

ใครเคยฉีดอะไรมา จะดูง่ายมากครับ ส่วนใหญ่นะ ไม่ใช่ทั้งหมดเสมอไป

- แผลปลูกฝีป้องกันฝีดาษมักจะแบนราบ หรือบุ๋มลงไปนิดหน่อย
- แผลปลูกฝีป้องกันวัณโรค (BCG) มักจะนูนขึ้นมา

เรื่องฝีดาษลิงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว ลองสังเกตตัวเองสักนิดปลูกฝีอะไรบ้าง ให้ถกแขนเสื้อนะครับ ไม่ใช่ไปถกกางเกง อันนั้นอาจจะเจอฝีมะม่วงได้ 55555555.

...